Get Adobe Flash player

ปาร์ตี้จี่ข้าว โดย..เชิงภู

Font Size:

....แม่หักฟืนน้อยมาอ่อยดั้งไฟ แล้วปั้นข้าวเหนียวปั้นใหญ่ จี่ไฟให้ลูกได้กิน แจ่วผักหอมมาพร้อมหอมโรยหินหิ่น ปิ้งเขียดอีโม่หอมกลิ่น ได้กินข้อยมีแฮงหลาย.. เสียงเพลงจากเครื่องเสียงหน้าบ้านช่างเข้ากับบรรยากาศซะเหลือเกิน เพราะยามนี้ที่ลานหน้าบ้านเด็กๆกำลังล้อมวงจี่ข้าว มีคุณตาที่เด็กๆเอิ้นว่าพ่อใหญ่สมเป็นผู้คุมคอยจัดระเบียบเด็กๆให้อยู่ในความเรียบร้อย

ปีใหม่ปีนี้เราเดินทางสู่ที่ราบสูงอีสานบ้านเฮาอีกครั้ง แม้วันหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่ไม่มากนักแต่ยังไงก็ต้องเดินทางไปหาปู่ย่า เด็กๆตื่นเต้นตั้งแต่วันเดินทางแล้วพร้อมกับวางแผนล่วงหน้าว่ามาถึงจะทำอะไรกันบ้าง จะกินอะไรกัน หนึ่งในเมนูที่คิดไว้ก็คือ ข้าวจี่!!

“หอมแล้วๆ บักหล้าเอ๋ย หอมแล้วบ่ ข้าวจี่เจ้าน่ะ?” เสียงพ่อใหญ่สมพูดคุยกับเด็กๆ หน้าตายิ้มแย้ม “เจ้าน่ะเอาฟืนมาใส่เข้าไปอีกถ่านมันสิเหมิ๊ดแล้ว” พ่อใหญ่สมหันไปบอกเด็กที่ตัวโตสุดในกลุ่ม

ลูกชายของฉันสองคนถูกใจหนักหนาในมือจับปลายไม้ที่ข้าวจี่ปั้นขนาดกลางอังอยู่บนไฟ ปากส่งยิ้มให้คนโน่นคนนี้ไม่ค่อยกล้าคุยกับเค้าสักเท่าไหร่เพราะทุกคนพูดภาษาอีสานกันทั้งนั้นตัวเองพูดไม่เป็นได้แต่นั่งยิ้มนั่งฟัง นานๆหลุดพูดอีสานสักคำก็ไม่ค่อยคือ สร้างเสียงหัวเราะให้คนรอบข้างตลอดๆ แต่ดูสองหนุ่มน้อยก็ตั้งใจเรียนรู้ภาษาอีสานและการจี่ข้าวเหนียวอยู่ไม่น้อย

“เอ้ย!! แม่ใหญ่คนงามไปหยิบกระติบข้าวเหนียวมาอีก ไปโลด” พ่อใหญ่สมหันมาเห็นฉันที่ค่อนข้างสนิทกันหยอกล้อกันได้ก็สั่งทันที เพราะข้าวเหนียวในกระติบที่วางอยู่ข้างตัวใกล้หมดแล้ว และเด็กๆเข้ามาเพิ่มมากขึ้น

“ได้เลยค่ะ รอเดี๋ยว!!” ฉันบอกแล้วรีบเดินเข้าครัว

ออกจากครัวอีกทีวงข้าวจี่ขยายใหญ่ขึ้นจากเดิมนั่งจี่กันอยู่สี่คนตอนนี้เป็นเจ็ดคน เด็กๆนั่งล้อมวงฟังพ่อใหญ่สมโม้น้ำลายฟุ้ง ฉันวางกระติบข้าวเหนียวกับแจ่วถ้วยใหญ่ได้ก็รีบเข้าครัวอีกครั้ง ตอกไข่ไก่ใส่ถ้วยตีพอแตกวางไว้ อีกถ้วยตีไข่อีกผลมเกลือและพริกไทยป่นลงนิดหน่อย ส่วนอีกถ้วยเทน้ำกะทิข้นๆจากกล่องใส่ลงไป และเอาเนื้อหมูที่ย่างไว้หั่นเป็นชิ้นพอดีๆใส่เพิ่มไปอีกหนึ่งถ้วย คว้าถาดได้วางทั้งหมดลงในถาดเอาไปเสิร์ฟที่วงข้าวจี่

เด็กๆตื่นเต้นกันใหญ่เลยเมื่อเห็นเครื่องปรุงรสในถาด ใครสนใจอยากจี่ข้าวเหนียวเปล่าๆแล้วจิ้มแจ่วก็ได้ หรือจะชุบไข่เพียวๆ หรือไข่ปรุงรส หรือจะชุบน้ำกะทิจี่ก็ไม่ว่ากัน ลูกชายของฉันทำข้าวจี่ไม้ใหม่เอาหมูย่างใส่ข้างในเป็นไส้แล้วปั้นเสียบไม้ได้ก็จี่ต่อแป๊บเดียวเอาลงชุบไข่แล้วย่างต่ออีกสักพักเอาชุบน้ำกะทิจี่ต่อจนส่งกลิ่นหอม เด็กๆคนอื่นที่นั่งล้อมวงก็เลียนแบบข้าวจี่ของสองหนุ่มทันที

“พ่อใหญ่สมข้าวจี่ไส้หมูบ่คะ ชุบไข่ปรุงรสกะได๋” ฉันบอก

“บ่ดอกของข่อยมันต้องจี่จังซี้และกะจ้ำแจ่วของพวกนั้นไว้ให้เด็กๆเด้อ” พ่อใหญ่สมพูด

ลมเย็นพัดโกรกอากาศหนาวเอาเรื่องเหมือนกัน ทุกคนใส่เสื้อกันหนาว แต่บรรยากาศที่รื่นเริงคนมากมาย บ้านที่หลังติดๆกันนั้นเต็มไปด้วยงานเลี้ยง กลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่นั่งสรวลเสเฮฮากัน ทำให้แต่ละคนลืมเรื่องอากาศหนาวไปเลย คนเฒ่าคนแก่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่บนตะแคร่ ย่าทวดที่อายุเกือบร้อยปีแล้วแต่ยังคล่องแคล่วแถมยังกินก้อยดิบอีกต่างหาก นั่งมองลูกหลานเหลน ถึงขั้นโหลนกันเลยที่เดียวเอาเป็นว่าบ้านเกือบสิบหลังในละแวกนี้คือบ้านลูกหลานของย่าทวดทั้งนั้นและหลานเหลนอย่างพวกฉันที่เดินทางมาอีก เมื่อลูกหลานล้อมหน้าล้อมหลังและทยอยเข้าไปกราบไปไหว้พร้อมเงินตามแต่ใครจะให้จนเต็มกระเป๋าที่ชายเสื้อคอกระเช้า ย่าทวดรูดซิปปิดนั่งจับไว้อย่างมีความสุข เคี้ยวหมากจั๊บๆถ่มน้ำแดงๆใส่กระโถนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองซ้ายมองขวา

“เอ้ย!! บักหำน้อย ของมึงจี่โดนแล้ว กินโลด” พ่อใหญ่สมบอกลูกชายของฉัน

ความสนุกสนานรอบกองไฟจี่ข้าวเหนียวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนทุกคนกินกันไม่รู้จักอิ่มกินหมดจี่ใหม่ กว่าจะพักผ่อนกันได้คืนนี้คงดึก

“พวกเอ็งฮู้บ่ การที่เฮาสิได้ข้าวเหนียวมาจี่บ่แม่นเรื่องง่ายเด้ ฮู้บ่มันต้องเริ่มหม่องได๋” พ่อใหญ่สมพูดเสียงดังกับเด็กๆรอบข้าง

“มันสิยากอิหยัง นึ่งข้าวเหนียวเสร็จกะเอามาปั้นเสียบไม้แล้วก็จี่ จบค๊าบ!!” หัวโจกในกลุ่มพูดขึ้น

“ฮ่วย!! เริ่มต้นมันก็ต้องมีนาก่อนแม่นบ่ บ่มีนา จะมีข้าวได้จังได๋?” จบคำพูดของพ่อใหญ่สมเด็กๆหัวเราะ“ มีนาเสร็จก็เฮดนาปลูกข้าวเหนียว ข้าวสุกเก็บ สีแล้วก็นึ่ง หลายขั้นตอนเด้กัวสิ(กว่าจะ)ได้กินข้าวจี่” พ่อใหญ่สมพูดต่อเด็กๆเริ่มนิ่งเงียบฟัง

เสียงกัดข้าวจี่ดังกร๊อบของพ่อใหญ่สมก่อนจะเคี้ยวหยับๆ บิจนเหลือแต่ไม้เอาข้าวจี่ไปจิ้มแจ่วส่งเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย “ แซ่บบบบบอีหลีเด้อหล้า” พ่อใหญ่สมพูดไปเคี้ยวไป

“อ้าว หยังบ่เล่าต่อล่ะ!?” หัวโจกคนเดิมพูดขึ้น

“ใจเย็นๆ ขอพ่อใหญ่กินข้าวจี่ก่อนเด้อ” พ่อใหญ่สมบอก

“การจี่ข้าวมันเฮดให้เฮาใจเย็นนำฮู้บ่ ข้าวจี่ฟ่าวจี่บ่ได้ มันสิไหม้ข้างนอกเนื้อในก็บ่หอม” พ่อใหญ่สมเล่าไปก็ปั้นข้าวจี่ก้อนใหม่ใส่ไม้ “เฮาต้องใจเย็น ปิ้งไปจี่ไปเรื่อย หมุนไปเรื่อยให้มันสุกเท่ากัน แต่จี่โดนไปก็บ่ดี มันแข็งกินบ่ได้ การจี่ข้าวทำให้เฮามีสมาธิ ฮู้บ่หล้า” พ่อใหญ่สมบอก

“ข้าวจี่สมัยก่อนบ่มีไข่ให้ชุบดอก จี่กันซือๆนี่ล่ะ จิ้มแจ่ว เฮือนใดมีไข่ชุบข้าวจี่คือเฮือนคนรวย ” พ่อใหญ่สมยังคงเล่าต่อมือก็หมุนไม้ข้าวจี่ไปเรื่อยๆ เด็กๆตั้งใจฟังตาแป๋ว

“และสุดยอดความหมายของข้าวจี่ ฮู้บ่ คืออีหยัง?” พ่อใหญ่สมถามเด็กๆ

“บ่ฮู้คับ” เด็กๆตอบ

“ข้าวจี่คือความฮักของพ่อแม่ เฮดให้เฮากินตั้งแต่โตน้อยๆ(ตั้งแต่เล็ก) ฉะนั้นลูกๆทั้งหลาย อย่าลืมความฮักของพ่อแม่ เมือ (กลับ) บ้านได้เมือโลด อย่าให้พ่อกับแม่ต้องรอเด้อ”