Get Adobe Flash player

กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

รวมทั้งเรื่องศิลปะย่อมคล้อยตามไปด้วย ชีวิตของผมอยู่กับศิลปะมาตลอด ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไม่ว่ากาลเวลาจะหมุนเวียนไปอย่างไร ผมยังอยู่และทำงานศิลปะอยู่อย่างเดิม สังคมไทยทั่วๆไปมีทัศนคติว่า “ศิลปินไส้แห้ง” ก็จริงอยู่ ถ้าจะคิดกันไปว่าจริงหรือไม่ สำหรับผมไม่เห็นด้วยว่าเป็นศิลปินต้องยากจนเสมอไป จริงๆแล้วมันขึ้นกับตัวศิลปินเองมีความอดทนแค่ไหน คือเปลี่ยนอุดมการณ์ของตนเองไปทำงานอื่นแทนงานศิลปะ แล้วจะเป็นศิลปินผู้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร

ผลงานศิลปะที่ดีที่ศิลปินสร้างขึ้นมาจะช่วยให้ศิลปินอยู่รอดไม่อดตาย สามารถดำรงชีวิตอย่างอาชีพอื่นๆได้เป็นอย่างดีเหมือนกัน ถ้าศิลปินเอาจริงเอาจังกับชีวิตคือไม่ยอมแพ้

ผมในฐานะศิลปินไทยเกิดเมืองไทยโตเมืองนอกเลยทำให้เป็นศิลปินสองวัฒนธรรมหรือสามเป็นอย่างน้อย แต่ว่าวัฒนธรรมไทยอยู่ในสายเลือด เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะเป็น มรดกชีวิต กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปผมหมายถึงไม่มีใครจับเวลาให้อยู่นิ่งๆแม้แต่วินาทีก็ยังไม่ได้ และเวลามันยังไม่เคยรอใคร เราเป็นมนุษย์ต้องดำเนินชีวิตไปตามกาลเวลา สำหรับผมชอบกาลเวลาที่ผ่านไปเพราะผมได้ประสบการณ์แห่งชีวิตว่าอะไรดีอะไรเลวแม้แต่บุคคลเรายังพิสูจน์ได้อีก เพราะฉะนั้นกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปปีแล้วปีเล่าจะทำให้เรามีประสบการณ์ ทำไมผมสอนลูกศิษย์นานาชาติได้ผลเป็นอย่างดีได้ก็เพราะว่าผมมีประสบการณ์แห่งชีวิตนานาชาติที่เคยไปอยู่และเรียน

ศิลปะนอกเหนือจากเมืองไทย สิ่งต่างๆเหล่านั้นผมสะสมเอาไว้ เวลาสอนศิลปะให้ลูกศิษย์นานาชาติจึงสะดวกสบายมากเพราะว่าผมรู้หลายเรื่อง หลายภาษาที่ใช้สอน อาทิเช่น ภาษาอังกฤษ เป็นต้น ในปัจจุบันผมสอนได้ทั้งสองภาษาได้ดีเท่ากัน นึกจะพูดภาษาอะไรมันออกมา ผมหมายถึงภาษาอังกฤษ ในปัจจุบันผมกำลังฝึกสอนภาษาฝรั่งเศสและเยอรมัน เอาไว้เผื่อว่าไปอยู่ฝรั่งเศสตอนบั้นปลายแห่งชีวิตจะได้สอนภาษาอื่นๆได้อีก ผมต้องเตรียมเอาไว้เนิ่นๆเสมอ ชีวิตของผมไม่ยอมประมาทต่อสิ่งต่างๆรอบๆตัว ต้องตั้งสติเอาไว้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อผมเข้าไปร่วมกับศิลปินชาวฝรั่งเศสที่ปารีสในฐานะไทย-อเมริกัน วงการศิลปะที่นั่นนับถือความสามารถเป็นหลักเกณฑ์ ใครมีความสามารถทางศิลปะที่มีคนยอมรับ ไม่ใช่อวดตัวเองมีอีโก้ อย่างนั้นที่ปารีสไม่มีใครสนใจ ต้องโชว์ผลงานศิลปะนำหน้า รวมทั้งความชำนาญทางศิลปะต้องโชว์ให้ปรากฎในผลงานศิลปะ วงการศิลปะที่ปารีสถือว่าเป็นวงการศิลปะต้นแบบของโลก ยึดถือจากประวัติศาสตร์ศิลปะได้บันทึกเอาไว้ ซึ่งวงการศิลปะถ้าขาดมาตรฐานศิลปะตะวันตกจะปราศจากมูลค่าทางศิลปะ

กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปนี่ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ใครที่ยังทำอะไรไม่สำเร็จอย่าลังเลใจ ถ้าทำอะไรให้ดีที่สุดทุกวันมันจะดีตลอดปี ถ้ายังไม่ได้ทำลองทำดูจะเห็นผล ความเห็นของผมถ้าเราทำอะไรแบบแข่งขันโดยเฉพาะบิซิเนสต่างๆ มันจะไม่ได้ผลเต็มที่ การทำอะไรให้ดีที่สุดทุกวันมันจะดีตลอดและความดีมันจะสะสมเอาไว้ ใครที่ยังไม่ได้ทำความดีสะสมควรจะทำ ย้อนหลังไม่ได้ และการทำดีต้องได้ดี ถ้ายังไม่ดีให้ปรากฎแสดงว่ายังไม่ดีพอ ถ้าใครทำดีแล้วไม่มีคนเห็น ให้คิดว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์ก็แล้วกัน