Get Adobe Flash player

การซื้องานศิลปะ(ภาพเขียน) โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ในโลกซีกตะวันตกได้แก่ยุโรปและอเมริกา คนมีเงินนิยมซื้องานศิลปะไว้ประดับบ้าน บางรายซื้อถูกและเก็บไว้หลายๆปีเพื่อขายแพง เข้าข่ายการลงทุนศิลปะเพื่อเก็งกำไร ทำนองนั้น

การเขียนเรื่องศิลปะของผมนั้น ผมหวังเอาไว้ว่าให้ทุกคนมองเห็นความสำคัญทางศิลปะ ไม่ให้เป็นไก่เห็นพลอย ผมเลยเขียนเน้นเรื่องศิลปะไว้ทุกสัปดาห์ โดยไม่ใช่จะมาซื้องานศิลปะของผม ผมขายศิลปะของผมได้ตั้งแต่ผมเรียนศิลปะโน่น ในปัจจุบันภาพเขียนของผมมีคนอเมริกันและยุโรปซื้อไปมากที่สุด รองๆลงมามีคนไทยที่ประเทศไทยสมัยผมอยู่เมืองไทย ที่นี่มีคนไทยรายสองรายเท่านั้นที่มาซื้องานของผม

เมื่อหลายเดือนก่อนมีคนอเมริกันโทรมาหาผมแบบขอแสดงความยินดีแก่ผมเพราะเขาขายภาพเขียนของผมไปในราคาถึงหนึ่งหมื่นสองพันเหรียญอเมริกัน ถึงแม้จะถูกหักค่าคอมมิชชั่นก็ยังได้เงินมากอยู่ดี นี่คือตัวอย่างบางอย่าง อยากจะเขียนเรื่องศิลปะแบบเล่าสู่กันฟัง ผมพยายามและกำลังหมดความพยายามเรื่องชี้ช่องทางให้คนมองเห็นความสำคัญของศิลปะบ้างก็ยังดี ไม่ใช่ไม่มีเลย!

ในฐานะผมอยู่ที่นี่แอลเอมานาน มองไม่เห็นว่าจะมีชาวเอเชียมาซื้องานศิลปะเท่าไรนัก สาเหตุมาจากมองไม่เห็นคุณค่าเท่า “ทองคำ” ผมมีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่ง มีร้านขายของอยู่แถวสุขุมวิท ด้วยความเป็นเพื่อนสนิทหยอกล้อกันได้ไม่โกรธกัน ชอบพูดว่าผม หาว่าผมเป็นศิลปินไส้แห้ง ไม่มีทางร่ำรวยหรอก ผมฉุนอยู่ในใจไม่แสดงออก แต่อยากบอกเพื่อนว่าแล้วก็ที่เขาประมูลภาพเขียนกันได้ราคาสี่สิบล้านเหรียญอเมริกันล่ะ ไม่ได้ยินข่าวบ้างเลยรึเพื่อน แต่ผมเงียบเสียตำลึงทองดีกว่า อีกอย่างหนึ่ง การเรียนศิลปะยังหาว่าเรียนไม่เก่งเลยไปเข้าอาร์ต ผมโชคดีมากอยู่อย่างหนึ่ง มีคุณพ่อคุณแม่ที่เข้าใจลูกคือผม แนะนำผมว่าลูกอยากเรียนอะไรก็ได้ อย่าไปฝืนตามคนอื่นๆ

ปรากฏว่าผมได้เรียนศิลปะที่โรงเรียนศิลปะ(เพาะช่าง) ได้สำเร็จ ระหว่างเรียนเคยชนะการประกวด(ชนะเลิศ) เวลาโชว์งานศิลปะของนักเรียน ผมขายภาพเขียนได้ อาจารย์เฉลิมฯ มาเรียกไปรับเงินและกล่าวยกย่องให้กำลังใจ เงินสามร้อยบาทในสมัยนั้น ผมรับมากำแน่นไปบอกคุณแม่ให้ทราบ เพราะผมรู้ว่าคุณแม่ของผมไม่เห็นด้วยที่เรียนศิลปะ กลัวจะไม่มีเงินเอาตัวรอดไม่ได้ ตามค่านิยมของคนในสมัยนั้น แต่ว่าความสำเร็จของผมทุกอย่าง ผมบอกคุณแม่ผมทุกอย่างเพื่อรายงานให้ท่านไม่ต้องห่วงกังวลอนาคตของผมหรอก ในปัจจุบันผมมองดูภาพเขียนคุณแม่ที่ผมเขียนขึ้นเองแล้วคิดถึงท่าน แต่ท่านคงไม่ห่วงใยผมแล้ว และผมยังประสบความสำเร็จขั้นสูงได้อีกด้วยในปัจจุบัน

การซื้องานศิลปะมันขึ้นอยู่กับค่านิยม เพราะศิลปะไม่ใช่ทองคำ ไม่มีใครจะมองเห็นคุณค่าของมันได้ทันที ต้องมีการเรียนวิชา Art Appreciation ในขั้นระดับสูงๆ อาจมองเห็น แต่ว่าที่ยุโรปรองลงมาคืออเมริกาเกือบทุกคนรู้จักค่าของศิลปะ สังเกตได้มีอาร์ตมิวเซี่ยมเกิดขึ้นมากมายอยู่ตามเมืองต่างๆ เป็นเครื่องพิสูจน์ความจริง การซื้องานศิลปะ ผมแนะท่านไว้ งานศิลปะไม่เคยตกต่ำ มีแต่ขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ต้องเลือกซื้อจากศิลปินด้านไฟน์อาร์ต ไม่ใช่ศิลปินที่มุ่งขายจนเกินความจำเป็น (ต่อฉบับหน้า)