Get Adobe Flash player

คิดถึงเมืองไทยต่อไป โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ผมไม่รู้เป็นอะไร อธิบายไม่ได้ ที่เกิดมีความรู้สึกคิดถึงเมืองไทยอยู่ตลอดเวลา สาเหตุแรกอาจจะเป็นฤดูเทศกาลปีใหม่ “สงกรานต์” ก็เป็นได้ทั้งนั้น

การคิดถึงเมืองไทยของผมอาจมีสาเหตุสำคัญคือมาอยู่ที่นี่อเมริกานานไปแล้ว อยู่ภายใต้อดีตประธานาธิบดีมาหลายสมัย เวลาคุยกับลูกศิษย์ชาวอเมริกันอายุน้อย นึกครึ้มใจที่ผมรู้อเมริกาดีกว่าเขาเหล่านั้น ส่วนลูกศิษย์รุ่นเดียวกันคุยกันสนุกดี เพราะรู้อะไรๆเหมือนกัน มีลูกศิษย์อเมริกันอยู่คนหนึ่งเอ่ยปากบอกผมว่า ผมไปอยู่เมืองไทยไม่ได้แล้ว เพราะว่าผมอยู่นี่มานาน ผมได้ความคิดบางประการจากเจ้าของถิ่นที่บอกว่าผมไปอยู่เมืองไทยไม่ได้ ผมได้กลายเป็นคนอเมริกันมีใจไทยอะไรทำนองนั้น ชีวิตของผมมีชีวิตอยู่นอกบ้านเกิดตัวเอง

มีสาเหตุอีกประการหนึ่งคืออาชีพทางศิลปะของผม มันพาให้ผมมาอยู่ที่นี่และยุโรป อยู่ที่นี่ผมได้รับรางวัล “เอเชียอะไลฟ์”(Asia Alive) จากพิพิธภัณฑ์ศิลป์แห่งเอเชีย ที่ซานฟรานซิสโก รางวัลสำคัญที่ผมได้รับทางมิวเซียมได้บันทึกเอาไว้เป็นประวัติศาสตร์ มีผมและแพ็ท เป็นศิลปินไทยสาขาทัศนศิลป์แท้ๆ ที่ได้รับรางวัลในฐานะศิลปินไทย นอกจากนั้นผมยังได้รางวัลเป็นศิลปินแห่งแคลิฟอร์เนียอีก แต่ว่ามีแต่ชาวอเมริกันชื่นชม ผมได้รับรางวัลมากขึ้น ทำให้ผมมีฐานะเป็นครูศิลปะ มีคุณภาพแก่ชาวอเมริกันเป็นอย่างมากตามลำดับ

ถ้าผมพูดไปเขียนออกไป มากคนจะหาว่าผมคุยโม้ ถ้าไม่เขียนก็ไม่มีใครรู้ ! อันนี้สำคัญ เพราะว่าผมอาจจะเปิดแนวทางให้ศิลปินไทยรุ่นใหม่ๆ ได้รับรางวัลอย่างผมบ้าง แต่ว่าเรื่องศิลปะในสังคมของเรามีน้อย น้อยจนไม่ค่อยมีใครสนใจ

อย่างไรก็ตาม การคิดถึงเมืองไทยช่วงเทศกาลปีใหม่ของไทยนั้น ผมมีเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ลึกๆ ในจิตใจผมพยายามสร้างสิ่งที่ดีๆ ให้แก่ไทยอย่างสม่ำเสมอมาตลอด โดยผมมิได้รับอะไรเลยจากทางประเทศไทย ได้รับแค่เป็นบ้านเกิดเมืองนอนที่ภาคภูมิใจในความเป็นไทยและศิลปินไทย ที่ ลูฟว์ มิวเซียม ผมได้รับเกียรติถูกบันทึกเอาไว้เป็นศิลปินไทยผู้บุกเบิก ผมดีใจและตรงกับนิสัย อย่างเช่นผมมาอยู่อเมริกา ผมก่อตั้ง โรงเรียนสอนศิลปะ ขึ้น Vibul School of painting ผมเขียนซ้ำซากเอาไว้ ไม่อย่างนั้นคนจะลืมหรือไม่รู้เลยว่าผมทำอะไร อีกอย่างหนึ่งคือเป็นผู้ก่อตั้ง “วันวัฒนธรรมไทย” ขึ้นเอาไว้ นี่ก็จะครบรอบ 25 ปี ในเดือนกันยายน ศกนี้

ยี่สิบห้าปีไม่ใช่เวลาน้อย ผมและคณะอาสาสมัครทำได้ ปีนี้ในงานวันวัฒนธรรมไทย(ถ้าจัดได้) เราจะยกย่องผู้ร่วมทำงานและอาสาสมัครมาครบ 25 ปีเช่นกัน ทั้งนี้รวมทั้งผู้อุปถัมภ์นับตั้งแต่แอลเอซิตี้และสถานกงสุลไทยแห่งลอสแองเจลิส ตลอดจนชมรมและสมาคมไทย-อเมริกันต่างๆ ที่ร่วมจัดงานและอุปถัมภ์ พร้อมอาสาส่วนบุคคลมาช่วยอย่างเต็มใจและเต็มที่ทุกๆ ปี ถ้าไม่ได้ชมรม,สมาคมและผู้อุปถัมภ์สำคัญๆ จะไม่สามารถจัดได้มาตลอด เราและคณะกรรมการได้จัดอย่างประหยัด ทำเท่าที่มีงบประมาณที่ได้รับมา การจัดทุกๆ ครั้งจะใช้จ่ายอย่างเห็นคุณค่าของเงินที่ผู้บริจาคให้

ส่วนตัวของผมในฐานะผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้งยึดความซื่อสัตย์เอาไว้ใช้ นโยบายซื่อกินไม่หมดตามสุภาษิตโบราณของไทยเอาไว้ทุกลมหายใจ และยังทำให้คณะผู้จัดงานมีความสุขใจภูมิใจทั่วกันเป็นรางวัลที่เรามีความสุข นี่คือนโยบายที่เราได้จัดงานมาตลอด และกำลังจะย่างเข้าปีที่ 25 แล้วนะครับ

ผมขอเชิญทุกท่านที่สนใจจะเข้ามาร่วมจัดงาน ติดต่อกับเราได้ตั้งแต่บัดนี้ ผมยินดีกับทุกท่านที่ประสงค์ดีคิดดีกันต่อไป “ทำดีย่อมได้ดี” คือคติประจำงานวันวัฒนธรรมไทยชั่วกาลนานครับ