Get Adobe Flash player

กาลเวลา โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

พอคนเรามีอายุมากขึ้นจะเริ่มคิดถึงกาลเวลาที่ผ่านไป ใครที่ทำดีเอาไว้ก็สบายไป ใครที่ทำชั่วเอาไว้ก็ลำบากหน่อยเพราะว่าเราจะไปลบสิ่งที่เราทำชั่วไว้ไม่ได้ มันจะติดตัวไปจนตายเลย

ผมเป็นคนโชคดีเกิดในตระกูลที่ชอบทำความดีและเป็นตระกูลครูบาอาจารย์ คุณพ่อของผมสอนเอาไว้ว่าให้ทำแต่ความดี เรียนอะไรให้รู้เป็นครูเขา ผมปฏิบัติตามได้ผลดีแก่ชีวิตตลอดมาอย่างสม่ำเสมอ ผมเรียนศิลปะได้ผลดีสูงสุด แต่คนคิดว่าไม่ได้เรื่อง ยกตัวอย่าง ผมได้รับอนุมัติให้โชว์ภาพเขียนที่พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ได้สำเร็จ เป็นศิลปินคนแรกร่วมกับศิลปินบ้านเดียวกัน ผมไม่เห็นใครคิดอย่างผมทำลงไป จากใจจริงผมได้แต่คิดปลงในความจริง บางคนเกิดมาไม่ได้ทำอะไรเลยก็มี แต่สำหรับผมคิดถึงแต่ความจริงที่มันเป็นจริงและได้ผลจริง ก็พอใจแล้วในชีวิต อ่านหนังสือปรัชญาชีวิต เวลาอ่านเกิดความสุข แต่พอกระทำสิ่งที่ได้มาจากปรัชญา มันไม่ได้เป็นอย่างในหนังสือ ผมอยู่ที่อเมริกามานาน พบความจริงนั้นไม่มีผลดีแก่คนนั้น คนที่ประสบความสำเร็จมาจากเหตุอื่นๆทั้งสิ้น

ในปัจจุบันผมอาศัยอยู่ที่นี่ ฟังข่าวจากบีบีซี ทุกช่องสถานีและวิทยุข่าวกรอกหูผมอยู่ทุกวี่ทุกวัน ทำให้จิตใจผมเอนไปเอียงมาตามกระแสข่าว บางข่าวก็ดี นับเป็นข่าวดีแก่เราในทางส่วนรวม บางข่าวฟังแล้วตกใจ มันจะเป็นได้อย่างนั้นเชียวรึ? แต่ผมเป็นคนคิดแล้วคิดอีก ไม่เชื่อตามกันมา แม้กระทั่งข่าวต่างๆ ต้องเห็นจริง เพราะฉะนั้นผมจึงเดินทางไปดูงานศิลปะที่ยุโรปและโชว์ภาพเขียนด้วยฝีมือและความสามารถของตนเอง ผมเกิดมาผมทำอยู่สองอย่างคือ สอนศิลปะ และ เขียนภาพ วันๆหนึ่งผมอย่างนี้ ใครมาเยี่ยมเยือนอาร์ตสติวดิโอจะเห็นผมทำอยู่อย่างนั้นตลอดเวลา ผมเกิดมาไม่เป็นลูกจ้างใคร ผมชอบทำงานอิสระ ชอบต่อสู้ในเรื่องศิลปะ ใครดีกว่าก็ยอมรับ ทำดีกว่าก็ไม่โอ้อวดใครเลย

ผมมักตอบคำถามจากจริงใจของผมออกไปว่า “ทำอะไรจงทำให้ดีที่สุด” จะประสบความสำเร็จได้ในทางใดทางหนึ่ง การกระทำอะไรลงไปก็แล้วแต่ ถ้าทำด้วยตนเองและประสบความสำเร็จจะเป็นความภาคภูมิใจแห่งชีวิตของตนเอง จะมีคนสรรเสริญไปตลอด เข้าทำนอง ทำดีจะได้ดี อย่ากลัวคนกลั่นแกล้งแทงข้างหลัง อย่าไปกลัว ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย จงจำไว้ให้ดีๆ จะเกิดความรู้สึกมีความสุข อย่าคิดแข่งขันผู้อื่น แต่ผู้อื่นมาแข่งขันเราไปห้ามเขาไม่ได้ ให้คิดว่าถ้าเราไม่ดี เขาคงไม่แข่งขันกับเราหรอก จะได้มีความรู้สึกดีแก่ผู้คนทั้งหลายในสังคม

การทำดีของผมก้าวไปไกลถึงยุโรป ได้รับรางวัลจากพิพิธภัณฑ์ศิลป์ลูฟว์ ที่เอ่ยเอาไว้เพราะว่าถ้าทำอะไรดี อย่าไปกลัวว่าไม่มีคนรู้ และมนุษย์ทุกคนเป็นคนฉลาด ทุกคนจะรู้ว่าใครดีไม่ดี เข้าทำนอง “ความลับไม่มีในโลก” เป็นอาร์ติสต้องโชว์ความสามารถนั้นให้คนดูของจริงเอาไว้ อย่าคุยอย่างเดียว เพราะว่าการเป็นศิลปินที่แท้จริงต้องโชว์ผลงานให้ประชาชนดู และตัดสินว่ามันดีหรือไม่ ยกตัวอย่างงานโชว์ศิลปะรวมศิลปินต่างๆ ถ้าใครมีผลงานดีเด่นจะได้รับรางวัล และมีคนไปมุงดูศิลปะดีเด่นนั้นโดยไม่ต้องเชื้อเชิญ ผมอยู่อเมริกาและยุโรป ผมเอาศิลปะนำหน้าผมคือผู้ทำขึ้นอย่างไร ก็นำหน้าไปก่อนให้คณะกรรมการตัดสินเอาเอง เวลาได้รับการตัดสินจะมีความสุขใจเป็นล้นพ้น

ผมมีทัศนคติของผม ถ้าเป็นศิลปินต้องใช้ศิลปะของตนนำหน้าโดยปราศจากสมัครพรรคพวก ต้องมีความรู้สึกรับผิดชอบต่อการยุติธรรม ไม่มีลำเอียง ศิลปะเป็นสิ่งสำคัญแก่มวลมนุษยชาติ ถ้าไม่เคารพแล้วใครจะมาเคารพศิลปะเท่าศิลปินครับ