Get Adobe Flash player

ศิลปะตะวันออกและศิลปะตะวันตก(ประสบการณ์ทางศิลปะ) โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ความจริงแล้วถ้าผมจะเขียนเรื่องศิลปะโดยเฉพาะเรื่องศิลปะตะวันออก อาจจะเอามะพร้าวห้าวไปขายสวน ผมเลยเลี่ยงไปเขียนเรื่องศิลปะตะวันตก เน้นกรุงปารีสแทนและยังถนัดใจด้วยผมรู้จักกรุงปารีสพอๆกับกรุงเทพฯ อะไรทำนองนั้น สมัยผมอยู่เมืองไทย ศิลปินในปัจจุบันไม่รู้จักผมดี หลังค.ศ.1979 ผมไม่ได้อยู่เมืองไทยมาตราบเท่าทุกวันนี้ ใครที่พูดถึงผมไม่มีใครรู้จัก ถ้ามาถามผมจะได้รับความจริงเรื่องศิลปะร่วมสมัยของไทย ในสมัยเริ่มแรก ผมเป็นคนหนึ่งในยุคนั้น ผมเคยโชว์ที่ ททท.เมืองไทย เริ่มจัดแสดงภาพเขียนสมัย ททท.อยู่ใกล้วัดเบญจมบพิตร ถ้าผมจำไม่ผิด ถ้าผิดต้องขอโทษเพราะลืมเลือนกันได้ เพราะว่ามันนานเกินความจำแม่น แต่อย่างไรก็ตาม ผมเป็นกลุ่มผู้บุกเบิกศิลปะของไทยอย่างแท้จริง

การเป็นศิลปินด้านจิตรกรรมของผมเกิดขึ้นสมัยยังเรียนศิลปะ สาเหตุเกิดจากเป็นผู้ชนะเลิศและเป็นนักเรียนศิลปะดีเด่นก็แล้วกัน  ในสมัยนั้นยังไม่มีตำแหน่งที่แน่นอน ได้แต่อาจารย์สอนศิลปะเป็นผู้แนะนำให้ผมก้าวไปสู่ศิลปินอาชีพได้แน่ ด้วยความมั่นใจจากครูบาอาจารย์แนะนำ ผมเลยกลายเป็นศิลปินอาชีพตั้งแต่สมัยอยู่กรุงเทพฯ เคยเปิดนิทรรศการภาพเขียนกับบรรดา Artists group และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการศิลปะเมืองไทย สำหรับศิลปินแห่งชาติในสมัยนั้นยังไม่แพร่หลาย จะอยู่ในหมู่ศิลปินและครูอาจารย์คนสำคัญ ที่รู้จักกันแล้ว นี่คือย่อๆ ของชีวิตและประสบการณ์ทางศิลปะของผม ที่ผมภูมิใจมากอยู่อย่างหนึ่งคือผมไม่มีสมัครพรรคพวก ได้รางวัลเพราะความสามารถแท้จริง

ผมเป็นคนชอบความยุติธรรม มีความสามารถแค่ไหนก็พอใจไม่คิดทะเยอทะยาน เคยไปโชว์ภาพเขียนที่อาร์ตแกลเลอรี่เล็กๆ ใจกลางกรุงปารีส มีคนมาดูภาพเขียนของผมแน่นอาร์ตแกลเลอรี่ ซึ่งถ้าผมพูดภาษาฝรั่งเศสไม่ได้เลยจะแย่ แต่อาศัยพูดได้ มีชาวปารีสมาแนะนำให้ผมไปเปิดนิทรรศการภาพเขียนที่ลูฟว์มิวเซี่ยม ซึ่งต่อมาผมต้องใช้เวลาศึกษาและรวบรวมผลงานเสนอต่อคณะกรรมการตัดสินของพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ ซึ่งถ้าเขาอนุมัติ ผมก็จะได้โชว์ผลงานภาพเขียนที่นั่น รวมทั้งศิลปินอยู่บ้านเดียวกันคือ “พัชรา”

ในที่สุด 2 ปีต่อมา เราได้รับจม.อนุมัติเป็นทางการจากประธานหอศิลป์แห่งชาติฝรั่งเศส Mr.Francois Bellec ถึงผม Monsieur Vibul Wonprasat และ Madame Patchara Wonprasat ทั้งหมดเป็นจดหมายใช้ภาษาฝรั่งเศส ต้องใช้คำนำหน้าเป็นวัฒนธรรมฝรั่งเศส คือ เมอเซอร์ และ มาดาม นำหน้าชื่อ ฟังใหม่ๆ รู้สึกครึ้มใจได้คำนำหน้าชื่อฟังไพเราะเป็นฝรั่งเศสดี แต่อย่างไรก็ตาม นี่คือชีวิตศิลปินสองคนอย่างผม ไม่มีใครรู้จักที่เมืองไทยเพราะออกมาอยู่ที่นี่อเมริกากว่าสามสิบปีแล้ว แต่จิตวิญญาณศิลป์ยังเป็นศิลปินไทยเต็มตัวทั้งสองคน เวลาเปิดนิทรรศการแสดงที่ลูฟว์ ได้ยินประกาศชื่อศิลปินของผมทั้งสอง ฟังได้ชัดเจน นึกภูมิใจที่มีคนประกาศชื่อคนไทยเป็นสร้างภาพพจน์ให้แก่ไทยทางอ้อมเป็นอย่างดียิ่งในฐานะศิลปินผู้บุกเบิกเพื่อไทย

ปัจจุบันผมมีอาร์ตสติวดิโอส่วนตัวอยู่ที่แกรนด์วิวไฟอาร์ตสติวดิโอ รวมกับบรรดาศิลปินอเมริกัน(เท่านั้น) ผมได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินอาวุโสของเขา มีคนเคารพนับถือผมตามฐานะของศิลปินอเมริกันคนหนึ่ง ชีวิตของผมทั้งสองสุขสบายดีที่มีโอกาสได้ช่วยเหลือชาวอเมริกันบ้าง ไม่ใช่เอาอย่างเดียว