Get Adobe Flash player

กรุงปารีสที่ผมรู้จักดี โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ตอนแรกผมกะว่าจะไปลงปารีสเลย แต่พอซื้อตั๋วเครื่องบินสายการบินเยอรมัน เลยต้องไปลงที่แฟร้งค์เฟิร์สก่อนบินตรงเข้า “ซีดีจี” หรือสนามบินชาร์ลเดอร์โกลด์ ฝรั่งเศส

วันนั้นผมและแพ็ทรีบเดินไปที่ท่าสายการบินที่จะบินเข้าปารีส เราต้องขึ้นๆ ลงๆ ที่สนามบินแฟร้งค์เฟิร์ส จะพบท่าสายการบิน สนามบินที่นี่ใหญ่โตมโหฬาร เดินไกลมาก ตาต้องจ้องดูว่าเดินไปถูกต้องหรือเปล่า ขาไปด้านซ้ายมือมองเห็นสนามบินมีเครื่องบินนานาชาติจอดเรียงราย ด้านขวาเป็นร้านอาหารของสนามบิน ในที่สุดผมทั้งสองก็มาถึงท่าเครื่องบินที่ต้องการ แต่ว่าต้องนั่งรอจนกว่าทางสายการบินจะเปิดให้ผู้โดยสารเข้าเครื่อง ช่วงนี้ได้ยินชาวฝรั่งเศสคุยกันประปรายเพราะว่าส่วนมากเป็นชาวปารีสจะเดินทางกลับบ้าน

สำหรับผมทั้งสองถือว่ากรุงปารีสเป็นเสมือนบ้าน คำว่าหลงทางไม่มี บางครั้งผมต้องบอกทางให้คนฝรั่งเศสบ้านนอกเข้ากรุงก็มี นึกภูมิใจที่รู้จักเมืองศิลปะระดับโลกเป็นอย่างดี ทุกครั้งที่โชว์ภาพเขียนที่ลูฟว์ มิวเซี่ยม จะคิดถึงเมืองไทยในสมัยยังอายุน้อยเคยเปิดโชว์งานศิลปะที่กรุงเทพฯ ยังไม่เคยคิดว่าจะได้โชว์ที่อาร์ตมิวเซี่ยมสำคัญๆ แต่อาศัยมีความคิดอยากจะนำภาพเขียนไปโชว์ที่ยุโรปให้ได้ ช่วงแรกๆ เคยไปโชว์ที่ประเทศออสเตรเลีย มีคนมาชมงานผมเยอะ ทุกคนต่างแนะนำให้ไปเปิดโชว์งานที่ปารีสให้ได้ ผมตกลงอยู่ในใจ พอไปถึงกรุงปารีสได้โชว์ผลงานที่อาร์ตแกลเลอรี่เล็กๆ ย่าน “เกลนเนล” เป็นย่านที่อยู่ใกล้ๆ กับหอไอเฟลโดยบังเอิญ เดินแค่สิบนาทีก็ถึงและถ้าข้ามสะพานแม่น้ำเซนไปจะถึงสถานทูตไทยก็ยังได้ แต่ในฐานะผมเป็นคนแคลิฟอร์เนียไปแล้ว เลยไม่รู้จะทำยังไงดี แต่ยังไงก็ได้พูดภาษาไทยแก่ที่ราชการในสถานทูต

ผมเอาการ์ดเชิญไปเชิญให้ไปชมภาพเขียนที่ลูฟว์ซึ่งผมได้ทำหน้าที่เผยแพร่ชื่อเสียงของศิลปินไทย อย่างน้อยๆ ก็แจ้งให้ทราบทั่วกัน ในขณะที่ผมอาศัยอยู่ที่นั่น ผมมีที่อยู่รวมกับชาวปารีส ผมหมายถึงมีอพาร์ตเม้นต์ส่วนตัว ใช้ได้ทั้งอาร์ตสติวดิโอและที่พัก มีครัวเล็กๆ ให้ด้วย ตั้งอยู่ในย่านที่ดีแห่งหนึ่งของปารีส ผมรู้จักเจ้าของผู้มีอัธยาศัยดีเลิศกับผมทั้งสอง ชอบสั่งให้คนทำความสะอาดไปทำความสะอาดที่พักของผมอย่างดีและไว้ใจได้ แต่ผมต้องพูดภาษาฝรั่งเศสกับเธอ ไหนๆ ผมก็เขียนถึงปารีสและประเทศฝรั่งเศส ผมยังไม่เคยบอกเลยว่าฝรั่งเศสลึกๆ แล้วคืออะไร

ฝรั่งเศสมีชื่อเต็มว่า “รีพับลิคฟรังซัว” แต่ไม่มีใครเรียก ส่วนมากจะเรียก “ฟรานส์” เฉยๆ ส่วนปารีสกลับเรียกว่า “ปารี” เฉยๆ ทำให้ผมต้องเรียกปารีไปในตัว ประเดี๋ยวคนปารีสจะหาว่าผมมาจากไหน คนปารีสเกือบทุกคนจะหาว่าผมเป็นชาวปารีสเพราะว่าผมใส่หมวกแบเล่ย์เป็นประจำ ก็ดีไปอีกอย่าง เวลาอยู่ที่นั่นไม่มีใครหาว่าผมเป็นคนต่างชาติ มีความเป็นอยู่สะดวกสบายดีและปลอดภัยเพราะเขาคิดว่าผมเป็นชาวปารีสแท้ๆ อยู่ร่วมและปะปนกับชีวิตประจำวันของพวกเขา ทำให้ผมและแพ็ทสบายไปแปดอย่าง

ปารีสที่ผมรู้จักและไม่เคยลืมเพราะว่าผมไปอยู่ที่นั่นหลายปีติดต่อกัน รวมทั้งเคยไปแสดงนิทรรศการภาพเขียนร่วมกับศิลปินชาวฝรั่งเศส เป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้โชว์ภาพเขียนที่มิวเซี่ยมสำคัญของปารีสที่มีฉายาเป็นเมืองศิลปะของโลก อยู่ในฐานะคล้ายๆ กรุงนิวยอร์ค นอกจากเมืองปารีสที่ผมรู้จักดี ผมยังมีเพื่อนชาวฝรั่งเศสอีกมากมายไปอยู่ที่นั่น ไม่เหงา มีแต่ความสุขใจที่ได้อยู่เมืองนั้น