Get Adobe Flash player

ปารีสที่รู้จักดี โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

จริงๆแล้วอาหารโต้รุ่งที่ยุโรปหายากหรือเกือบไม่มีเลยก็เป็นได้ เพราะว่าผมยังท่องยุโรปไม่หมด อาจจะมีแหล่งหรือประเทศที่นิยมเปิดร้านอาหารโต้รุ่งก็อาจจะมีใครที่คิดจะไปเที่ยวยุโรปสมควรเข้าใจไว้เป็นเบื้องต้นในความไม่สะดวกต่างๆ

ปารีสที่ผมรู้จัก แค่ผมรู้จักดีในส่วนที่เป็นศิลปวัฒนธรรมจะแลดูชัดเจนกว่ารู้จักไปทั่ว ที่พักของผมอยู่ “เกลนเนลลามอกพิเก้” อยู่ใกล้หอไอเฟล เดิน 15 นาทีก็ถึง มีรถไฟใต้ดิน รถเมล์เกือบทุกสายผ่านจุดที่ผมอาศัย รถไฟจะปิดเดินทางประมาณตีสองหรือเที่ยงคืน ในสมัยผมอยู่ในปี 2513 สำหรับในปัจจุบันผมไม่ทราบเลิกกี่โมง การซื้อตั๋วรถต้องซื้อที่สถานี เขามีบริการขายตั๋ว มีแบบใช้เดินทางทั้งวันหรือเป็นเดือน เขามีให้ครบ สะดวกสบาย คนปารีสบางคนไม่ตีตั๋ว ฉวยโอกาสไม่มีใครมาตรวจ แต่บางครั้งซวย เขามีเจ้าพนักงานมายืนตรวจหน้าประตูช่องออกจากใต้ดิน คนไม่มีตั๋วไม่มีใครมาว่า แต่ต้องซื้อตั๋วทันที

รถใต้ดินของปารีสเกิดขึ้นเมื่อศตวรรษมาแล้ว ทุกคนรักรถใต้ดินของเขาและเชื่อถือ แต่ว่ามีมิจฉาชีพร่อนเร่คอยดักล้วงกระเป๋าในช่วงรถแน่นๆ ผมโดนกล้องหายไปทั้งที่รู้และมีเพื่อนรักชาวฝรั่งเศสเตือนผมทุกวัน แต่ฝีมือล้วงกระเป๋าของเขา มือเบามากและมีเล่ห์เหลี่ยมหากินกันเป็นฝูงฉกชิงวิ่งราวส่งต่อกันไปเป็นทอดๆ ผมเห็นการกระทำของมันหมด ส่วนนักล้วงเป็นสาวสวยทั้งนั้น ขึ้นรถปะปนกับผู้โดยสารบริสุทธิ์ทั้งหลาย แต่จริงๆแล้วมันคือเสือร้ายในร่างสาวสวยเลือดยิบซีนั่นเอง พวกมันมาจากเบลเยียมก็มี ตอนกลางคืนชอบนอนอยู่ตามใต้สะพาน นิยมเลี่ยมฟันทองเหมือนไทยในอดีต ผมเคยรู้จักอยู่คนหนึ่ง เป็นสาวประจำหาเหยื่อที่สถานีที่ผมใช้เป็นประจำ และชอบนั่งขอเงิน บางครั้งผมมีเงินมาก ผมแบ่งปันใส่ขันลงไป ส่วนขอทานชาวตุรกีมาแชร์ เขาจะนั่งก้มหน้าแต่มีขันหรือกระป๋องอยู่ข้างหน้า พอได้ยินเสียงเศษสตางค์ดังกระทบกระป๋อง มันจะเอ่ย “แม๊กซี” สำเนียงแปร่งๆหมายถึง “ขอบคุณ” ในภาษาฝรั่งเศส เพราะฉะนั้นถ้าใครไปฝรั่งเศสเห็นสาวยิบซีแต่งตัวสวยๆ เดินเตร่ไปหา อย่าเข้าใกล้ ที่สถานีรถไฟที่ปารีสเรียก “กาดูนอท” หรือรถไฟสายเหนือ มีนักล้วงกระเป๋ามากที่สุด ผมเคยไปนั่งดูพฤติกรรมของมันที่คาเฟ่ใกล้สถานีรถไฟแห่งนั้น

ที่ปารีสมีตลาดนัดทุกวันครับแต่เปิดขายเป็นเขตๆ แล้วแต่จะตกลงกับทางราชการเอาไว้ เช่น วันอาทิตย์ที่ไหน วันพุธที่ไหน ไปอยู่ปารีสคุณต้องจำให้ได้ว่าวันไหนมีตลาดนัดที่ไหนบ้าง เพราะว่าตลาดนัดมีของสดๆ ขายและราคาย่อมเยาว์กว่าในตลาดจริงอยู่บ้าง แต่อย่าไปจ่ายตลาดและถามว่านี่เงินสกุลอะไรเชียวนะ เพราะมันจะคิดว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวและคิดของแพงขึ้น จ่ายตตลาดนัดที่ปารีสต้องใช้ภาษาใบ้หรือพูดภาษาฝรั่งเศส เผอิญผมพูดได้เวลามันจะโกงผม พูดภาษาฝรั่งเศสออกไป พวกเขาจะหน้าซีดและบางคนขอโทษก็มี แสดงว่าไว้ใจไม่ได้สักคนถ้าจะจับจ่ายของตลาดนัดที่ปารีส แต่ว่ามีอยู่แห่งชื่อ “ชองเดอมาร์” เป็นถิ่นอเมริกัน พูดภาษาอังกฤษได้ ไม่ค่อยมีใครคิดของแพงเหมือนถิ่นอื่น

แต่สำหรับผมชอบไปเดินถิ่น “มองมาท” ถิ่นศิลปะดั้งเดิมสมัย วินเซนต์ แวนโก๊ะ ยังมีชีวิตอยู่ ไปจับจ่ายเดินตระเวนเขียนภาพที่นั่น ครั้งหนึ่งฝนตกปรอยๆ ผมและแพ็ทไปเดินหามุมสวยๆสเก๊ตช์ภาพ มีคนมาดูยิ้มแย้มแจ่มใส คือคนฝรั่งเศสนิยมและยกย่องพวกศิลปินมากที่สุดเท่าที่ผมมีประสบการณ์มา ส่วนบ้านเรา ผมเคยไปสเก๊ตช์ภาพที่ท่าเตียนใกล้ๆวัดโพธิ์ บางคนเข้ามาถามผมว่า “คุณจะมาไล่ที่รึเปล่า” เขาคงคิดว่าผมเป็นพวกเทศบาลมานั่งทำงาน เขาไม่รู้ว่าผมเองมาแค่วาดภาพขายประจำวัน จากนั้นผมเลยเป็นมิตรกับบรรดาหาบเร่ ซื้ออะไรลดให้เสมอ บ้านเราดีอย่าง ซื้อของต่อรองได้ แม่ค้าถูกใจลดราคาฮวบ ช่วงนั้นผมอายุยี่สิบเศษเป็นโสด ชอบตระเวนเขียนภาพจนมืดค่ำเกือบจะติดค้างที่วัดโพธิ์เพราะพระท่านปิดประตู เข้าไม่ได้ เณรเดินมาใกล้ๆประตู ผมคงต้องนอนค้างอยู่ภายในพระอุโบสถวัดโพธิ์แน่เลย

เอาละครับ เขียนถึงปารีสมาจบตอนนี้อยู่ที่วัดโพธิ์ อ่านต่อฉบับหน้านะครับ