Get Adobe Flash player

กรุงปารีสที่เคยอยู่ โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ผมกับปารีสมันเป็นเรื่องยาว แรกๆไม่เคยสนใจอะไร คือไม่คิดจะไปหรือไปเที่ยวก็ไม่เอาทั้งนั้น มีเพื่อนจากปารีส “โดมินิค” กับ “แรมเบิร์ต” เป็นเพื่อนสนิทมาก อยู่ปารีสตั้งแต่เกิด มาชวนไปก็ไม่ไป แต่ผมให้บ้านพักแก่ทั้งสองอย่างดี เวลาเพื่อนส่งภาษาฝรั่งเศสดังๆก็ดุเอาว่าอย่าพูดดัง ฟังไม่รู้เรื่อง

เพื่อนทั้งสองมาพักบ้านผมที่แอลเอแบบอยู่กินด้วยกัน ผมไม่คิดอะไรนอกจากเป็นเพื่อนที่มีอัธยาศัยดีคล้ายคลึงกัน โดมินิคเป็นอาร์ติสอย่างผมและแพ็ท เลยคุยกันรู้เรื่อง แต่อย่างไรก็ตาม โดมินิคก็ไม่เคยชวนไปโชว์อาร์ตที่ปารีสแต่อย่างใด ในฐานะที่ผมเป็นครูสอนศิลปะ ลูกศิษย์อเมริกันชอบเรียกผมอาร์ตทีชเชอร์ แต่ลูกศิษย์ชาวยุโรปทุกคนเรียกอาร์ตโปรเฟสเซอร์ ผมไม่เคยสนใจ ตั้งใจสอนลูกศิษย์อย่างดีและเสมอภาคไม่มีลำเอียง รักลูกศิษย์เสมอเท่ากัน ไม่เคยคิดถึงตำแหน่งของตนเองว่าจะมีฐานะอะไร ไม่เอาสังคมบ้านเรามาใช้ มีความเป็นอยู่แบบเข้าเมืองตาหลิ่วก็หลิ่วตาตามเช่นสุภาษิตสอนเอาไว้ ปรากฏว่าได้ผลดีมากตามมา เพราะว่าผมใช้เทคนิคการสอนศิลปะเหมือนครูอเมริกันทุกอย่าง

ในที่สุดโชคชะตาชีวิตผันไปเมื่อเมื่อผมไปเปิดนิทรรศการภาพเขียนที่ประเทศออสเตรีย ยุโรปตะวันออก เมื่อมีผู้รักศิลปะชาวยุโรปมาชมภาพเขียนของผม ทุกคนต่างแนะนำผมให้ไปโชว์ภาพเขียนที่กรุงปารีสจะเหมาะสมกับฝีมือทางศิลปะของผม ทุกคนต่างเห็นพ้องกันหมด และนี่แหละคือที่มาของการไปอยู่กรุงปารีสของผมอย่างคร่าวๆเท่าที่จำได้ และกลายเป็นบันไดก้าวไปสู่การแสดงภาพเขียนที่ลูฟว์มิวเซี่ยมของผมและแพ็ท ซึ่งอาร์ตมิวเซี่ยมแห่งนี้วงการศิลปะทั่วโลกถือว่าอยู่ในระดับนานาชาติที่ดีที่สุด มีศิลปะวัตถุกว่าสองแสนชิ้น ส่วนมากเป็นศิลปะวัตถุจากพระราชวงศ์เก่าๆแห่งฝรั่งเศส ต่อมาลูฟว์ได้เก็บรวบรวมเอาไว้ให้ประชาชนได้ชมเท่าที่ทางรัฐบาลจะสามารถจัดให้ได้ตามงบประมาณ ที่ผมรู้เพราะว่าผมและแพ็ทเคยได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการตัดสินการแสดงได้ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ถึงสามปีซ้อน ซึ่งทางมิวเซี่ยมถือว่าเป็นศิลปินกลุ่มศิลปินมีฝีมือมาตรฐานที่ทางมิวเซี่ยมตั้งเอาไว้ เช่นเดียวกับประเทศอังกฤษเขาก็มีมาตรฐานที่กำหนดกฎเกณฑ์เอาไว้โดยปราศจากพรรคพวกยัดเยียดให้โชว์ อย่างนั้นไม่มี เพราะฉะนั้นใคร(ศิลปิน)ที่ได้โชว์ที่มิวเซี่ยมจึงถือว่าเป็นศิลปินมาตรฐานสากล เวลาอ้างอิงประวัติต่างๆที่ยุโรปจะมีคนเชื่อถือ ศิลปินที่ยุโรปไม่มีตำแหน่ง มีตำแหน่งเดียวคือ Artist เท่านั้น

ผมอยู่แคลิฟอร์เนียได้รับรางวัลหลายรางวัล รวมทั้งเป็นศิลินแห่งแคลิฟอร์เนียโดยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ.2510 หรือเมื่อ 16 ปีที่ผ่านไป การที่ได้รับรางวัลมาจากมีผลงานศิลปะต่อเนื่องอย่างมีคุณภาพตามกฎเกณฑ์ที่วางไว้ ศิลปินไม่ต้องเสนอผลงานต่างๆเพื่อขอรับรางวัล ทางราชการจะตรวจสอบเองโดยใช้เวลาอย่างน้อยสองปีจึงจะประกาศให้ศิลปินรู้

เมื่อปีที่ผมได้รับ มีเจ้าหน้าที่โทรมาหาผมโดยไม่รู้ตัวแล้วแจ้งให้ผมรู้ว่า “คุณเป็นผู้ได้รับรางวัลหนึ่งในสามสิบศิลปินในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย” สิ่งที่จะต้องทำ ต้องไปเข้าศูนย์ฝึกแห่งรัฐฯ ให้เป็นศิลปินแห่งรัฐฯ ต่อมาผมได้รับการฝึกอบรมจากนักวิชาการทางศิลปะทั่วสหรัฐฯ มาเป็นวิทยากรฝึกจนผมมีความรู้สึกว่าตนเองจบหลักสูตรเป็นศิลปินมีคุณภาพ มีคุณสมบัติเป็นอย่างไร ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ผมยึดอาชีพศิลปินอิสระได้ต่อเนื่องมาครบรอบ 33 ปีในปี 2560

ผมทำชื่อเสียงให้ประเทศไทยอย่างเงียบๆมานาน ในปัจจุบันผมยังเปิดการสอนศิลปะแก่ชาวอเมริกันและชาวยุโรปที่มาอาศัยอยู่ที่นี่อเมริกา ปรากฏว่ามีลูกศิษย์ศิลปะมาเรียนอย่างสม่ำเสมอไม่เคยขาด ถึงแม้ผมจะเก็บค่าเล่าเรียนแพงแต่ก็เหมาะสมกับคุณภาพของหลักสูตรศิลปะที่ผมตั้งขึ้นเอาไว้ หลายคนอาจถามผมว่าเคยสอนศิลปะที่เมืองไทยหรือเปล่า

ผมเคยสอนศิลปะที่เมืองไทย เป็นครูพิเศษให้แก่โรงเรียนนานาชาติ มีโรงเรียนสอนศิลปะเช่นเดียวกับโรงเรียนศิลปะที่นี่อเมริกา และผมเป็นผู้ชำนาญที่สอนศิลปะได้สองภาษาคือไทยและอังกฤษ ในโอกาสหน้าอยากจะสอนเป็นภาษาฝรั่งเศสและเยอรมันบ้างครับ