Get Adobe Flash player

เรื่องของศิลปินไทยอย่างผมที่รู้จักปารีสดี โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ในอดีตผมไม่เคยคิดถึงปารีสเลยจนกระทั่งได้มาอยู่อเมริกานั่งคิดถึงอดีตเคยมีเพื่อนสาวชาวฝรั่งเศส ต่อมายังเป็นลูกศิษย์ศิลปะอีกด้วย รู้จักกันดีก็ไม่เคยไต่ถามอะไรเกี่ยวกับปารีสสักครั้ง จนกระทั่งมีโอกาสพบ “แรมเบิร์ตและโดมินิค” ชาวฝรั่งเศสที่แอลเอนี่เอง โดมินิคมาโชว์ภาพเขียนที่อาร์ตแกลเลอรี่ของผม จึงกลายเป็นเพื่อนกันตั้งแต่นั้นมา ในปัจจุบันยังไม่เคยพบเธออีกเลยนอกจากแรมเบิร์ตยังอยู่และพบกันที่กรุงปารีสอีก แถมเป็นพี่เลี้ยงแบบแนะนำเรื่องศิลปะสำคัญๆให้ผมติดต่อเอาเอง

ผมและแพ็ททำได้จนได้โชว์ภาพเขียนที่อาร์ตมิวเซี่ยมอย่าง “ลูฟว์” ได้สำเร็จ จริงแล้วใช้เวลาเตรียมงานศิลปะ(ภาพเขียน)เข้าเสนอขออนุมัติโชว์ภาพเขียนของเรา ใช้เวลาถึงสองปีจึงประสบความสำเร็จอย่างดีในฐานะศิลปินไทย กลายเป็น ศิลปินไทยสองคนแรก ที่ได้โชว์ภาพเขียนที่นั่น ไม่รู้ล่ะครับ ทางอาร์ตมิวเซี่ยมเขาบอกผมทั้งสองอย่างนั้น ผมภูมิใจเงียบๆและเงียบเฉยเพราะว่าผมมาอยู่ที่นี่อเมริกาและเป็นศิลปินที่รัฐแคลิฟอร์เนียมากว่า 30 ปี กลุ่มคนที่สรรเสริญผมทั้งสองอย่างยิ่งคือชาวฝรั่งเศสที่รู้ข่าวและรู้จักผมได้แสดงความยินดีและดีใจออกหน้า ส่วนวงการศิลปินไทยคงรู้บ้างแต่ก็คงเฉยๆเพราะว่าการติดต่อกับวงการศิลปะที่เมืองไทยของผมหยุดชะงักตั้งแต่ออกมาจากเมืองไทย ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาทั่วๆไปคือมีคนรู้จักน้อย

เรื่องย่อๆข้างบนคือเรื่องที่ผมรู้จักปารีสดี วันแรกที่ผมทั้งสองเดินทางไปปารีส ผมไม่นั่งแท็กซี่กลับไปใช้รถไฟใต้ดินหรือที่ชาวปารีสเรียก “ลาเมโทร” จากแอร์พอร์ตเข้าปารีสแต่ว่าต้องหาทางสถานีรถไฟให้ถูกเพราะว่ามีตั้งหกชั้น ไม่รู้ว่ารถไฟเข้าปารีสจอดอยู่ชานชลาไหน แต่ในฐานะผมทั้งสองคิดถึงสนุกมากกว่า กล้าหลงทางเพราะยังไงๆก็ถามคนปารีสเรื่อยไปก็ถึงเองแต่ว่า...ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษได้เลยสักคนเดียว มารู้ตอนหลังว่า คนปารีสชาตินิยมมาก ไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษ พูดแต่ภาษาของตนเองเป็นหลัก มันก็ดีกับผมมากคือต้องฝึกฝนภาษาฝรั่งเศสให้พูดได้คล่องจึงจะอยู่ปารีสได้ เวลาไปไหนมาไหนที่ปารีสหลายคนมาถามผมว่าเป็นคนชาติไหน บางคนหาว่าเป็นคนตุรกีแน่ๆเลย บางคนเดาไม่ถูกเลยเพราะว่าไม่ค่อยมีคนไทย ถึงมีจัดอยู่ประเภทอาหารไทยที่คนไทยไปทำธุรกิจที่นั่นนานๆ เจอกันทีจึงได้พูดภาษาไทยกัน

ผมอยู่ปารีสผมทำชื่อเสียงให้แก่ไทยมากโดยเฉพาะด้านภาพเขียน ผมอยู่อเมริกาผมได้รับรางวัล เอเชียอะไล้ฟ์ ให้เฉพาะศิลปินชาวเอเชียที่อยู่ในอเมริกาที่เป็นศิลปินมีคุณภาพเป็นที่รับรองจากมลรัฐแคลิฟอร์เนีย จึงจะได้ ผมได้เมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ.2510 จากผู้ว่าการมลรัฐฯ ได้รับรางวัลเป็นเงินทุน Grant money ถึงสามปี แต่ว่าเขานับปีละ 11 เดือน ก็ไม่รู้ว่าทำไม ผมจึงได้รับเช็ครางวัลแค่ 11 เดือน

เรื่องต่างๆที่ผมเขียนขึ้น ถ้าผมไม่เขียนถึง จะไม่มีใครเขียนถึงหรอก เพราะว่าไม่มีใครรู้ ถึงรู้ก็ไม่สนใจ อย่างผมสอนศิลปะแบบอาสาสมัครมานานกว่าสามสิบปี โปรโมทศิลปะแก่เยาวชนไทยที่เกิดในอเมริกาให้รู้จัก ศิลปะไทย(ภาพไทย) ผมดีใจที่ทำลงไปนานจนได้ผลตามสมควรของวงการศิลปะที่มีคนสนใจน้อยมาก แต่ผมทั้งสองได้ทำประโยชน์แบบอาสาสมัครเอาไว้ให้ปรากฏ

ผมอยู่ปารีสทำงานศิลปะ โชว์ศิลปะ มีกลุ่มชาวปารีสนับสนุนรวมทั้งชาวออสเตรียผู้สะสมภาพเขียนของผมอีกจำนวนหนึ่ง ผมดีใจในสิ่งที่ผมได้รับ ตอนอยู่เมืองไทยก่อนยุคค.ศ.1979 ผมเคยมีชื่อเสียงทั้งการสอนและการเป็นศิลปินอิสระในสมัยนั้น แต่ว่าผมโปรโมทตัวเองไม่เป็น จึงเป็นผมมาตราบเท่าทุกวันนี้ นี่ถ้าไม่ได้ชาวอเมริกัน-ชาวไทยที่รักศิลปะและเข้าใจผลงานศิลป์ของผม จึงขอขอบคุณท่านมา ณ โอกาสนี้ด้วยที่ได้สนับสนุนผมในฐานะศิลปินด้านวิช่วลอาร์ต(สาขาจิตรกรรม) ขอบคุณอีกครั้งครับ