Get Adobe Flash player

ประสบการณ์ทางศิลปะที่ต้องเล่าให้ฟัง โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ผมเป็นคนชอบทำงานศิลปะส่วนตัว มีฐานะเป็นศิลปินอิสระอยู่ในอเมริกามากว่าสามสิบปี เป็นผู้ก่อตั้งโรงศิลปะส่วนตัวขึ้นในอเมริกา สำหรับสอนศิลปะ(ภาพเขียน)แก่ชาวอเมริกัน ต่อมาเมื่อปีค.ศ.2010 ผมได้รับรางวัลเป็นศิลปินและสอนศิลปะมีคุณภาพ ได้ฉายาจากชาวอเมริกาว่า A gifted to America” ลงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ในปัจจุบันผมมีอาร์ตสติวดิโออยู่ที่ Grandview Fine Art Studio ซึ่งเป็น Art Studio ของศิลปินชาวอเมริกันอีก แต่ว่าผมเป็นหนึ่งศิลปินไทยที่ศิลปินอเมริกันและลูกศิษย์คิดว่าผมเป็นชาวอเมริกันไปด้วย แต่อย่างไรผมจะประกาศตัวเองออกไปว่าเป็นศิลปินไทย-อเมริกัน ผมภูมิใจในอาชีพของผมมาก ในปัจจุบันกำลังฉลองครบรอบ 33 ปีอยู่ มีผู้รักศิลปะที่รู้มาแสดงความยินดีหลายฝ่ายและหลายคน ผมดีใจที่ผมประสบความสำเร็จในสิ่งที่รักและชอบสมความตั้งใจ

สิ่งที่ผมประสบความสำเร็จเกิดขึ้นมาจากความรู้ทางศิลปะและความตั้งใจจริง มีจิตใจจดจ่อต่อการสอนศิลปะและเขียนภาพ ซึ่งต่อมาภาพเขียนชื่อ “เดอะคิส” หรือ Love not War ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการตัดสินคัดเลือกผลงานของศิลปินแห่งลูฟว์มิวเซียม ในปีค.ศ.2005-2013 การประสบความสำเร็จของผมกลายเป็นจุดเล็กๆของศิลปินไทยในอเมริกาและยุโรป เป็นแนวทางให้ศิลปินไทยรุ่นใหม่ๆทั่วหน้าต่อไป “ศิลปินต้องทำได้” ผมมีอุดมคติแรงกล้าเมื่อออกจากบ้านเกิดเมืองนอนแล้ว ขอสร้างภาพพจน์ที่ดีให้แก่เมืองไทยมาตลอดจนในปัจจุบัน ผมเป็นผู้ให้ “Giving” ไม่หวังผลอะไร จึงมีความสุขสบายใจเป็นล้นพ้น โลกศิลปะอเมริกันมองเห็นผมมีความสามารถ ให้รางวัลหลายรางวัล ที่ประทับใจผมมากคือได้รับรางวัล Asia Alive หรือ “ศิลปินแห่งเอเชีย” จาก Asia Museum เมืองซานฟรานซิสโก รางวัลนี้ทางคณะกรรมการตัดสินจะเช็คดูศิลปินเชื้อสายเอเชียในอเมริกาโดยดูผลงานศิลปะเข้าขั้นและกฎข้อบังคับของคณะกรรมการหรือเปล่า พูดง่ายๆเป็นศิลปินด้านวิจิตรศิลป์เท่านั้น ไม่มาค้าขายใดๆ เปิดแสดงนิทรรศการศิลปะ เปิดสติวดิโอ ทำงานอย่างเปิดเผย มีชุมชนยอมรับ เป็นต้น

ผมเป็นคนทำความดีเสมอแต่ไม่มีใครมองเห็น ถึงมองเห็นก็ไม่สนใจ เข้าทำนองทำดีไม่ได้ดีมีถมไป ท่านผู้อ่านครับ อ่านมาถึงบรรทัดข้างบนอย่าติผมนะครับ ใจผมบริสุทธิ์ แค่พูดความจริงเท่านั้น หรือทำนองผมเกิดมาเป็นคนอาภัพก็เป็นได้ทั้งนั้น แต่อย่าคิดว่าผมอัพเซ็ทอะไรนะ ผมเลยมุ่งทำความดีทางศิลปะและเป็นคนดีต่อไปของผมอย่างเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

แต่ว่า มีเรื่องแปลกแต่จริง เกิดขึ้นแก่ผมอย่างสม่ำเสมอคือ สังคมอเมริกันกลับมาช่วยผมทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งนี้รวมทั้งชาวยุโรปที่ผมรู้จักอีก เรื่องของผมจึงถือว่าแปลกออกไปทีเดียว พวกเขามาซื้องานศิลปะ(ภาพเขียน)ของผมและมาสมัครเป็นลูกศิษย์เรียนศิลปะกับผมเป็นแถวไม่เคยขาดตลอดระยะเวลา 33 ปี เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก อาทิเช่น ทำดีต้องได้ดีเกิดขึ้น, เมื่อเราถูกเปิดประตูเข้า อีกประตูจะเปิดอ้ารับแทน นี่คือสังคมชาวตะวันตกเขาเชื่อถือกันมาช้านาน แต่ว่าผมมีความเชื่ออยู่แรงกล้าอยู่เรื่องหนึ่งคือ มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน นั่นจริงที่สุดครับ แต่ขอติงว่าต้องมีความรู้จริงๆนะครับ อย่าหลอกลวง มนุษย์เราฉลาดเขาล่วงรู้ดี ผมเอาชนะการเหยียดผิวได้เพราะผลงานศิลปะ

ครั้งหนึ่งมีเศรษฐีอยู่แถวเมืองแมนฮัตตัน บีช มีบ้านอยู่ชายหาด หาคนทำงานศิลปะและสามารถซ่อมภาพเขียนราคาเป็นล้านเหรียญ ไม่มีใครยอมทำเพราะกลัวภาพราคาแพง ประเดี๋ยวทำของเขาเสียหาย ในที่สุดมีเจ้าของอาร์ตแกลเลอรี่ชาวอเมริกันแนะนำให้โทรถึงผมซิ ผมจะทำได้หรือไม่ ผมตอบตกลงแต่ไม่เอาภาพเขียนกลับมาซ่อมที่สติวดิโอ ขอไปทำที่บ้านของเขา สาเหตุถ้าหายไปผมจะเอาเงินที่ไหนไปใช้คืน ผมทำสำเร็จได้รับคำชมเชยและบอกต่อๆกันไป นี่แหละครับมีความรู้ไม่ต้องกลัวอดตาย

ข้อเขียนศิลปะของผมเขียนมานานมากอยู่ในหนังสือพิมพ์ “เสรีชัย” ผมขอขอบคุณคณะผู้จัดทำหนังสือพิมพ์เสรีชัยทุกคนที่มองเห็นความสำคัญทางศิลปะ อนุญาตให้ข้อเขียนลงเป็นประจำทุกๆสัปดาห์ เป็นการเสนอเรื่องราวต่างๆได้ครบในชุมชนไทยในอเมริกาของเรา เวลาผมเขียนเรื่องศิลปะ ผมจะเขียนด้วยความเต็มใจทุกครั้ง ถ้าผมเขียนตกหรือผิดต้องขออภัยเพราะผมเรียนศิลปะไม่ใช่เรียนทางภาษาไทย ย่อมผิดพลาดได้เสมอ แต่ผมพยายามอย่างยิ่งแล้วครับ