Get Adobe Flash player

ฉลองครบรอบ 25 ปี(Jubilee) วันวัฒนธรรมไทย โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

กาลเวลาไม่เคยคอยใคร เป็นอุดมการณ์แห่งชีวิตของผม ถ้าไม่เริ่มวันนี้แล้วจะไปเริ่มทำเมื่อไร เพราะฉะนั้นในแง่คิดแห่งชีวิตของทุกคนสมควรริเริ่มทำเลยถ้าอยากจะทำอะไร

งานวันวัฒนธรรมไทยจะครบรอบ 25 ปี ในสากลนิยมถือว่า การทำอะไรมานานอย่างต่อเนื่องจะได้รับความเชื่อถืออยู่ในสังคม เพราะฉะนั้นอย่างกว้างๆ งานวันวัฒนธรรมไทยจึงได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจจากสังคมไทยและอเมริกันในชุมชนแอลเอ และมีคำพูดที่ยกย่องเอาไว้คือ Jubilee งานวันวัฒนธรรมจัดเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยในอเมริกา จึงสมควรใช้คำดังกล่าวได้และจะเป็นที่รู้จักคำนี้ทั่วๆไป(Jubilee คือครบรอบ 25 ปี)

การกระทำสิ่งใดๆย่อมมีอุปสรรคนานาประการเป็นของธรรมดาของผู้ที่ทำงานทุกคน ใครไม่มีอุปสรรคก็ถือว่าโชคดีไป งานวันวัฒนธรรมไทยได้จัดขึ้นที่ผ่านๆมาไม่มีอุปสรรคใดๆ จะมีบ้างคือการตำหนิการจัด ซึ่งผมและคณะกรรมการได้ใช้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงต่างๆเองก็แล้วกัน ซึ่งเรามีฝ่ายประชาสัมพันธ์เป็นผู้คอยดูแลและให้คำตอบคือ Dan Mccroy เป็นชาวอเมริกันที่เคยทำงานร่วมกับผมสมัยเป็นคณะกรรมาธิการให้แก่โรงเรียนรัฐบาลในแอลเอ เราทำงานเป็นที่ปรึกษาอยู่ 6 ปีเต็ม มีหน้าที่เข้าร่วมประชุมถ้ามีคำถามเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมไทย เราจะตอบคำถามให้ถูกที่สุดและถูกต้องทุกครั้ง ถ้าตอบไม่ได้จะยอมรับนำเอาคำถามไปค้นคว้าแล้วให้คำตอบภายหลัง

สิ่งที่ผมอยากพูดถึงคือใครทำดีสมควรช่วยกันบ้าง หรือใครทำดีมีประโยชน์กับสังคมส่วนรวมก็ควรสนับสนุน อย่างน้อยๆให้กำลังใจก็ยังดี ไม่ใช่ว่าใครจะทำอะไรก็ชั่งเขาปะไร ไม่ใช่ธุระของเรา ผมสังเกตดูจากชุมชนชาวเอเชียอื่นๆ ผมมองเห็นความสามัคคีและสนับสนุนผู้ที่สร้างชื่อเสียงให้ชุมชนอย่างออกหน้า เพราะว่าเขามองเห็นตัวอย่างที่ดีเกิดขึ้น งานวันวัฒนธรรมไทยจะครบรอบ 25 ปีนั้นต้องมีพลังความสามัคคีแน่ๆ เพราะคนทำหรือคณะกรรมการมาจากอาสาสมัครทั้งสิ้น ไม่มีใครได้เงินเดือนนับตั้งแต่ผู้อำนวยการลงไป ไม่มีใครได้รับครับ เป็นเรื่องจิตอาสาจริงๆ ที่พูดเพราะขณะนี้จะครบรอบ 25 ปีแล้ว สมควรจะเอ่ยถึงได้เพื่อเน้นความสำคัญและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็กรุ่นใหม่ๆที่ยังมีคนที่มีจิตใจทำงานอาสาสมัครอยู่จริง มีอยู่ครั้งหนึ่งผมเคยไปเข้าประชุมร่วมกับองค์กรอาสาสมัครชาวอเมริกัน มีองค์กรหนึ่งลุกขึ้นไปปราศรัยถึงนโยบายขององค์กรนั้น มีอยู่ตอนหนึ่งเขาบอกในที่ประชุมว่าองค์กรของเขาไม่มีใครได้รับเงินเดือนเลยซักคนเดียว มีเสียงปรบมือกึกก้องนานพอสมควรและแสดงความยินดีแก่ผู้เสียสละองค์กรนั้นเป็นอย่างมาก

สำหรับผมในฐานะถือบังเหียนศูนย์ศิลปะฯ ผมมีอาชีพส่วนตัวเป็นเจ้าของโรงเรียนสอนศิลปะ Vibul School of Painting ก่อตั้งเมื่อ 33 ปีที่ผ่านมา พูดง่ายๆผมมีอาชีพอยู่แล้ว เมื่อมองเห็นศิลปวัฒนธรรมไทยของเรายังไม่มีชาวอเมริกันรู้อีกหลายคน ผมเคยได้ยินชาวยุโรปคนหนึ่งถามผมว่า “เมืองไทยและชาวไทย” เป็นยังไง เขารู้จักผมก็จริงแต่เขาอยากรู้มากกว่านั้น นี่แหละองค์กรส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยจึงมีความสำคัญเกิดขึ้น จริงอยู่เรามี ททท.และเมืองไทยเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกแล้ว แต่บางคนที่เป็นชาวยุโรปท้องถิ่นหรือชาวอเมริกันที่ไม่ยอมเปิดหูเปิดตาดูโลก ก็มีอยู่เป็นจำนวนมากที่ไม่รู้จัก จึงตั้งคำถามแปลกๆเกิดขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม ผมรักศิลปวัฒนธรรมไทยมาก รวมทั้งเรียนศิลปะไทยในคอลเลจทางศิลปะ รวมทั้งโรงเรียนเพาะช่างที่เคยเรียนได้เรียนรู้วิชาศิลปะไทยเป็นอย่างดีมาแล้ว จึงได้คิดก่อตั้งศูนย์ศิลปวัฒนธรรมไทยขึ้นในนครลอสแองเจลิส จนกระทั่งปัจจุบันครับ