Get Adobe Flash player

ปารีสกับผม โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ผมเป็นคนถูกโฉลกกับชาวยุโรปเป็นอย่างมาก ในอดีตตอนเรียนศิลปะและสร้างงานศิลปะอยู่กรุงเทพฯ รู้จักกับสาวฝรั่งเศส เธอชักชวนให้ผมไปอยู่ปารีส ตอนนั้นผมปฏิเสธไปเพราะอยากอยู่กรุงเทพฯ ในตอนนั้นอะไรๆมันดีไปหมดทุกอย่าง ไม่อยากจะไปไหนเลย ผมหลงเขียนภาพที่บริเวณ ลานวัดโพธิ์ ท่าเตียน เขียนภาพเจดีย์แปดเหลี่ยม ท้าทายการเขียนภาพแบบ perspective เป็นอย่างยิ่ง มีความสนุกสนานในการเขียนภาพแบบนั้น พอมาถึงปัจจุบันทำให้ผมมีความสามารถสูงในการสอนวิชาทัศนียภาพวิทยาได้ดี คือเข้าใจอย่างลึกซึ้ง จึงทำให้ผมสอนศิลปะอยู่ที่อเมริกามานานครบรอบ 33 ปีในปีนี้ที่ผมกำลังฉลองความสำเร็จอยู่ในปัจจุบัน

กรุงปารีสกับผมเปรียบเสมือนบ้านที่สาม ผมรู้จักปารีสดีทั้งการเป็นอยู่ มีเพื่อนฝูงเป็นคนปารีสและไปไหนมาไหนรู้จักหมด ที่ปารีสมีการขนส่งมวลชนระบบใต้ดินที่ดีที่สุดเท่าที่ผมอาศัยอยู่ที่ยุโรป จะแพ้หน่อยก็คือกรุงลอนดอน ผมอยู่ที่นั่น ผมนิยมใช้รถไฟใต้ดิน ซึ่งเราจะซื้อตั๋วเป็นครั้งหรือเป็นเดือนก็ได้ หรือแม้แต่จะซื้อแค่ไหน เขามีบริการอย่างดี ถ้าไปที่นั่นลองสอบถามก่อนจะซื้อนะครับ ผมรับรองได้ ส่วนประหยัดและคิดจะไปไหนที่ปารีสโดยไม่ต้องไปซื้อตั๋วบ่อยๆ

ผมอยู่ปารีสผมพูดภาษาฝรั่งเศสได้บ้างตามสมควร คือไม่อดตายเวลาไปจ่ายตลาด ถ้าพูดภาษาฝรั่งเศสได้จะมีส่วนลด ไม่โดนโกงราคาเอา คนปารีสเป็นคนดี แต่คนอพยพมาอยู่อาจฉวยโอกาส ผมเลยต้องพูดภาษาฝรั่งเศสเอาไว้ก่อน ถ้าเขามองผมใส่หมวกประจำชาติฝรั่งเศสแบเล่ย์ พวกเขาเลยคิดว่าเป็นชาวฝรั่งเศสแน่ๆ ยังไงๆผมอยู่ปารีสด้วยความรักเมืองและผู้คน ถ้าเราจิตใจอย่างนั้น คนเขาจะสังเกตว่าเราเป็นคนดี เราจะอาศัยอยู่รวมกับเขาได้สบายๆ ไม่มีใครมากีดกัน

เมื่อคืนผมไปดื่มที่ผับของอังกฤษที่ซานตามอนิก้า ซึ่งผมไปเป็นประจำจนเจ้าของรู้จักผมและแพ็ทดี คนเสิร์ฟบริการดี ผมมีโอกาสรู้จักกับชาวอังกฤษ เราคุยกัน ปรากฏว่าเขาพูดภาษาไทยได้ดีพอสมควร เขาบอกผมว่าเขารักคนไทยและประเทศไทยมาก ผมเลยปลื้มใจที่มีคนชมประเทศของเราในทางที่ดี เขายังชมว่าเรามีผู้หญิงสวยและผู้ชายหล่อ ผมคิดว่าเชาคงแกล้งชมผมมากกว่า เพราะที่ไหนจะมีคนสวยคนหล่อคละเคล้ากันไปแล้วแต่บุญกรรมของแต่ละคนจะเกิดมาเป็นมนุษย์ สำหรับผมแค่ขอให้ร่างกายครบ 32 ประการก็แล้วกัน เป็นใช้ได้

ผมอยู่กรุงปารีสในฐานะศิลปินไทย เหมือนใบเบิกทางของผม ไปที่ไหนแนะนำตัวแล้วทำให้ชาวฝรั่งเศสยกย่องขึ้นมาทันตาเห็นเลย เพราะว่าประเทศฝรั่งเศสถือว่ากรุงปารีสเป็นเมืองหลวงของศิลปะของโลก รองๆลงไปก็คือนิวยอร์ค, เบอร์ลิน และลอนดอน ในเมื่อผมไปอาศัยอยู่ที่นั่นพูดภาษาฝรั่งเศสและเยอรมันขั้นเบสิคได้ เขาจะเพิ่มความศรัทธา สมัยเป็นอยู่เมืองไทยสมัย รถราง ผมแบกกระดานสเก๊ตช์ขึ้นรถราง ผู้โดยสารถามว่าผมขายล็อตเตอรี่เหรอครับ ผมบอกว่าเปล่า ผมเขียนรูป ยังไม่คิดจะขาย ก็เลยคุยกับชายคนนั้นอย่างสนุกสนานตามประสาไทยๆ

ผมอยู่กรุงเทพฯ ตื่นเช้าขึ้นมาผมจะแบกกระดานสเก๊ตช์ไปทั่ว โดยเฉพาะที่บริเวณลานวัดโพธิ์ ท่าเตียน ผมเคยวาดเด็กวัดโพธิ์สามคนยืนเรียงกันแล้วขายให้ชาวอเมริกันไปที่กรุงเทพฯ ต่อมาชาวอเมริกันได้ขายต่อให้กับอาร์ตมิวเซี่ยมที่นี่อเมริกาไป ผมอยากรู้เหมือนกัน แต่มิวเซี่ยมในอเมริกามันมีมากเหลือเกิน แต่ยังไงก็ตาม งานศิลปะของผม(ภาพเขียน)ก็ยังมีอาร์ตมิวเซี่ยมซื้องานของผม จึงขอเล่าไว้ไม่ใช่อวดเบ่งว่าเก่งอะไรหรอกครับ