Get Adobe Flash player

ผมในสายตาชาวยุโรป โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

สัปดาห์ที่แล้วเขียน “ผมในสายตาชาวอเมริกัน” มาสัปดาห์นี้เขียนเรื่อง “ผมในสายตาชาวยุโรป” บ้าง ก่อนอื่นผมมีทั้งแง่ดีและแง่ลบคละเคล้ากันไป ในฐานะผมเคยอยู่ปารีสและเมืองฮาทเบิร์ต ประเทศออสเตรีย มาก่อน มีความเข้าใจวัฒนธรรมชาวยุโรปพอประมาณ อยู่ได้ไม่อดตายทั้งการใช้ภาษาติดต่อกับชาวยุโรปซึ่งนิยมพูดภาษาฝรั่งเศส ส่วนภาษาอังกฤษทุกคนรู้ แต่เขาไม่ยอมพูด เขาจะพูดภาษาแห่งชาติของเขา ยกตัวอย่างอย่างภาษาไทยของเรา แต่ว่าเรานิยมพูดภาษาอังกฤษจังเลย จากผมสังเกตอยู่ห่างๆ

สำหรับผมมีอาชีพสอนศิลปะชาวยุโรปและชาวอเมริกัน จึงใช้ภาษาอังกฤษสอนลูกศิษย์เพราะว่าผมยังพูดภาษาฝรั่งเศสยังไม่แข็ง ต้องใช้ภาษากลางคือภาษาอังกฤษสำหรับสอนศิลปะที่มีมาครบรอบสามสิบสามปีแล้วนะครับ เริ่มตั้งแต่ปีค.ศ.1984 โน้น ย้อนความหลังสมัยผมมาใหม่ๆ หลายคนคิดว่าผมมาแบกจ๊อบแน่ๆเลยล่ะ ความจริงก็คือมาเพราะมีปัญหาส่วนตัวทางครอบครัว ไม่ใช่ปัญหาการเงินหรือใดๆ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกหนทุกแห่งคือปัญหาความรัก มาใหม่ๆผมถูกมองในแง่ลบหมด

แต่ว่าผมในสายตาชาวยุโรปทุกคน เมื่อได้รู้ข่าวว่าผมจะร่วมแสดงนิทรรศการภาพเขียนกับศิลปินชาวฝรั่งเศสที่ลูฟว์มิวเซี่ยม ทุกคนได้ข่าวพลอยยินดีและมองผมในแง่บวกทางศิลปะไว้ขั้นสูง ผมเลยไม่มีอะไรติดขัด ไปอาศัยอยู่หรือจะทำอะไรกับชาวยุโรปได้ทั้งนั้น เพราะความสามารถส่วนตัวเป็นเครื่องรับรองความดี แต่อย่างนั้นยังไม่พอนะคุณ ผมยังมีนิสัย “ให้” Give คือผมให้เรื่อยไปสำหรับที่ผมให้ได้ ในทางจิตใจให้ความรักและเมตตากับชาวยุโรป บางคนออกมาเรียกผมกับแพ็ทในระหว่างเดินถนนในเมืองเล็กๆที่ยุโรป เขาขอเลี้ยงกาแฟเราทั้งสอง ผมงงๆอยู่เพราะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย เป็นเพราะอะไรเขาจึงจะเชื้อเชิญให้เราไปดื่มกาแฟ ในภาษาไทยก็คือยินดีเลี้ยงโดยไม่รู้จักกันมาก่อน มันยังไงๆอยู่ แต่ว่าผมเกิดมามี “ซิกส์เซ้นส์” หรือประสาทที่หก สามารถอ่านใจคนได้ ไม่รู้นะ ผมไม่ได้แกล้งคุย สามารถเห็นใครเป็นคนดีกับผมหรือมาร้ายกับผมในชั่วไม่กี่วินาทีก็รู้แล้ว ด้วยเหตุนี้ผมจึงรู้ใจชาวยุโรปผู้ประสงค์ดีกับผมว่าจริงหรือแกล้งๆทำ

ที่ปารีส ผมมีเพื่อนหลายคน แต่ละคนปรารถนาดีกับผมทั้งสอง ขนาดกลางวันยังคอยโทรถึงผมว่าให้ระมัดระวังการล้วงกระเป๋าเอาไว้นะ มันมีชุกชุมมากโดยเฉพาะที่ปารีสถือว่าเป็นแดนนักล้วงกระเป๋าเลยทีเดียว ผมยังเคยโดนตัดสายกล้องถ่ายภาพ เอากล้องไปโดยไม่รู้ตัว นักล้วงกระเป๋ามักเป็นสาวๆชาวยิบซีที่มาจากชาวยุโรปทางตะวันออก เธอชอบถือหนังสือสำหรับบังมือขณะล้วงกระเป๋า ในขณะรถติดแน่นๆ ผู้คนหวังจะรีบไปทำงาน ขาดความระมัดระวัง เป็นโอกาสทองของยิปซีนักล้วงกระเป๋า ตกกลางคืนพวกนี้จะอาศัยอยู่ใต้สะพาน จุดไฟล้อมวงคุยกัน เป็นภาพชีวิตที่ศิลปินชอบเขียน มีอยู่ในอาร์ตมิวเซี่ยมที่ยุโรป

ในสายตาชาวยุโรปมองผมในสายตาแปลกๆ เพราะว่าผมเป็นคนเกิดเมืองไทย มีความรู้ความสามารถ เป็นครูสอนศิลปะแก่ชาวต่างชาติได้ เพราะว่ามีวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนแม้กระทั่งภาษาก็ไม่เหมือนกัน แต่อย่างไรก็ดี ผมและแพ็ทรู้ดีอยู่แล้วว่าเสียงส่วนใหญ่เอ่ยไว้อย่างนั้น แต่ว่าหน้าที่ของเราทั้งสองต้องแสดงความสามารถออกไปให้เห็นจนเขายอมรับ เกือบทุกวันผมสอนศิลปะและมีอาร์ตสติวดิโอส่วนตัว มีคนมาเรียนศิลปะและขอเข้าดูศิลปะของผม เห็นประกาศนียบัตรและภาพถ่ายแสดงความสามารถต่างๆที่ผมติดเอาไว้ในอาร์ตสติวดิโอ ความจริงไม่อยากโชว์หรอก แต่ถ้าไม่โชว์แล้วใครจะเชื่อ(ผมของดไม่วิจารณ์ต่อ) เพราะว่าพูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง ดีกว่า

แต่ทุกครั้งผมอดเขียนเอาไว้บ้าง ไม่ยังงั้นจะถูกมองในแง่ลบโดยปราศจากความยุติธรรม ก่อนจบขออวยพรให้ท่านผู้อ่านพบแต่ความสุขความเจริญในเทศกาลแต๊งส์กิ๊ฟวิ่งโดยทั่วกันครับ