Get Adobe Flash player

ศิลปะแสดงรสนิยมของบุคคล โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ในฐานะผมมีประสบการณ์ทางการสอนศิลปะและเป็นศิลปินด้านจิตรกรรมมานานมาก ศิลปินไทยรุ่นใหม่ๆคงไม่รู้จักผม เพราะว่าผมอาศัยและทำงานอยู่ที่เมืองเวนิช แคลิฟอร์เนีย กว่าสามสิบปีแล้ว

จริงๆแล้วผมไม่อยากจะมาอยู่ที่นี่เท่าไรนัก แต่มีเหตุจำเป็นส่วนตัวจึงมา แต่อย่างไรก็ดี ผมได้ไปแสดงภาพเขียนที่เมืองที่ผมชอบได้อย่างดี ชีวิตของผมประสบความสำเร็จของผมเองได้เพราะว่า “รสนิยม” และผมถนัดศิลปะร่วมสมัย จึงได้รับความยอมรับจากผู้รักศิลปะ ผู้ซื้องานศิลปะเพราะชอบและเก็บสะสมไว้ลงทุน ในสังคมไทยไม่นิยมเรื่องการลงทุนทางศิลปะเพราะคิดว่าไม่มีคุณค่าเท่าทองคำ แต่ผมขออธิบายว่า ทองคำมีค่าจริงแต่จะไม่พุ่งสูงเท่าศิลปะ ใครที่เป็นนักศิลปะคงจะรู้ว่าภาพเขียนของศิลปินมีชื่อ มีราคากว่าห้าสิบล้านเหรียญอเมริกันก็มี คิดเป็นเงินไทยอาจได้ถึงหนึ่งพันล้านบาทไทย นี่คือส่วนดีของศิลปะโดยเฉพาะภาพเขียนต่างๆ

ศิลปะไม่เจริญเท่าที่สมควรจะเป็นไปตามกาลเวลาก็เพราะว่าเรื่อง “รสนิยม” ยังไม่ยอมรับภาพศิลปะสมัยใหม่ๆเท่าที่สมควร ผมรู้ดีว่าผู้ซื้องานศิลปะบางกลุ่มนิยมซื้อเฉพาะศิลปินมีชื่อ จะดีหรือเลวขอให้เขียนโดยศิลปินมีชื่อเป็นใช้ได้ แต่ว่าที่ยุโรปและอเมริกา เขามี นักประเมินราคาภาพเขียน ใครจะซื้อภาพเขียนไปหาเขาก่อน เขาจะประเมินราคาเอาไว้จากภาพเขียนชิ้นนั้น ไม่ใช่ประเมินราคาจากศิลปินมีชื่อ เขาจะเน้นศิลปินที่เสียชีวิตไปแล้ว ราคาจะแพง เพราะว่าศิลปินไม่สามารถจะสร้างงานศิลปะภาพเขียนได้อีกต่อไป เพราะฉะนั้นศิลปินที่ยังมีชีวิตอยู่จะต้องปลงใจว่าโอกาสไม่มีตามที่นักสะสมศิลปะได้กำหนดเอาไว้

เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีหญิงสาวชาวยุโรปตะวันออกคนหนึ่งมาชอบภาพเขียนของผมชื่อ “บัลเล่ย์” เป็นงานจิตรกรรมแท้และไม่ได้แม้กระทั่งจะคิดถึงสไตล์ของศิลปะอะไร คือผมเขียนด้วยจิตวิญญาณของผม เธอชอบภาพเขียนนี้มาก ถึงขั้นหลงใหลในภาพเขียนเลยแหละครับ เธอขอซื้อภาพนี้ทันทีที่เห็น เนื่องจากเธอไม่มีเงินพอซื้อได้ จึงขอมัดจำเอาไว้ก่อน ซึ่งผมอนุญาตให้เธอทำได้เป็นกรณีพิเศษ การที่ผมเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะว่าชีวิตศิลปินของผม เป็นศิลปินที่หากินด้วยภาพเขียนแนววิจิตรศิลป์ของผมเอง งานตลาดผมเกลียดมากครับ เพราะว่าคนเราเกิดมาทั้งทีไม่ควรเห็นแก่เงินจนเกินเหตุ หรือมุ่งแสวงหาเกียรตินิยม(เป็นกิเลส)ที่อาร์ติสสำคัญๆไม่นิยมทำ โปรดลองอ่านประวัติศิลปะและศิลปินตะวันตกดูซิครับ จะมองเห็นอย่างผมเห็น

พ้อยท์ที่ผมเขียนศิลปะวันนี้แสดงถึงรสนิยมของผู้ซื้องานศิลปะและตัวศิลปิน เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ใครล่ะครับจะบอกว่าไม่มีรสนิยมหรืออื่นๆที่แสดงตนเองไม่ค่อยรู้เรื่องศิลปะเอาเสียเลย ในปัจจุบันเวลาผมมองเห็นคนมาดูศิลปะ ผมล่วงรู้ถึงรสนิยมผู้นั้นได้เลยทันที เหมือนผมมีซิกซ์เซ้นส์(มองเห็นสิ่งต่างๆได้จากกำเนิด) ผมเคยคุยกับนักดูลายมือ ถ้าใครมีกากบาทอยู่กลางฝ่ามือ จะเป็นผู้ล่วงรู้มากกว่าคนธรรมดา ผมอ่านหนังสือมากเลยมาเขียนเล่าให้ฟัง ไม่ใช่ผมจะรู้นะครับ ไม่เลย แต่ผมมีกากบาทกลางฝ่ามือทั้งสองข้างเลย ผมจึงเขียนศิลปะแนววิญญาณศิลป์ได้ถนัดสุด สามารถเลี้ยงตัวเองมาช้านาน ไม่เคยอดตาย ยังไงๆก็มีนักสะสมศิลปะมาขอซื้อภาพเขียนของผมอย่างสม่ำเสมอไม่เคยขาด ใครที่ไม่เชื่อที่ผมเขียนขึ้น หาเวลาไปดูและพิสูจน์ความจริงที่หอศิลป์ Art Studio ของผมได้ทุกเวลาตลอดสัปดาห์ หรือใครจะทดลองให้ผมสอนศิลปะดูเพื่อเช็คความรู้ทางศิลปะก็ยังได้ ผมไม่มายด์ใครๆทั้งสิ้น

เนื่องด้วยสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แห่งเทศกาล “ให้” หวังว่าทุกคนคงได้รับความสุขทั่วกัน ผมขออวยพรให้ท่านผู้อ่านศิลปะของผม มีความสุขเป็นพิเศษสุดที่สนับสนุนผมด้วยความจริงใจตลอดมา