Get Adobe Flash player

ทำไมผมจึงไปแสดงภาพเขียนที่ปารีส(ตอนที่สาม) โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

มันมีเหตุผลหลายประการที่จะเป็นคำตอบที่แท้จริงของผม ส่วนคำตอบรวมๆก็คือ ที่ปารีส ลูฟว์มิวเซี่ยม โดยคณะกรรมการตัดสินให้แสดงภาพเขียนเป็นผู้อนุมัติภาพเขียนของผม อย่าลืมนะครับที่ปารีส การตัดสินภาพเขียนให้เข้าแสดงที่อาร์ตมิวเซี่ยมได้นั้นต้องเป็นภาพเขียนที่คณะกรรมการคัดเลือกเท่านั้นโดยไม่มีเส้นสายใดๆเข้าไปเกี่ยวข้อง จนกระทั่งวันส่งภาพเขียน คณะกรรมการจึงรู้ว่าศิลปินคนไหนได้รับการอนุมัติให้เข้าแสดงได้ ข้อเตือนใจของผมเองจึงรู้ว่า “การเข้มงวดต่อศิลปิน” นั้นจึงทำให้เมืองปารีสกลายเป็นเมืองหลวงระดับโลกศิลปะด้วยเหตุผลข้างต้น

ผมเป็นศิลปินไทย-อเมริกัน เกิดเมืองไทย มีเลือดไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ จบศิลปะจากสถาบันศิลป์แห่งแรงของประเทศไทยคือ “เพาะช่าง” ผมรักโรงเรียนเพาะช่างของผมมาก ในปัจจุบันผมยังเป็นผู้ก่อตั้งชมรมศิษย์เก่าเพาะช่างขึ้นที่เมืองแอลเอ และมีสมาชิกศิษย์เก่าในอเมริกาเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สมาชิกทุกคนมีความรักในสถาบันอย่างมากเท่าเทียมกัน ทุกครั้งที่มีการประชุม ทุกคนเกิดความสุขใจเป็นล้นพ้น เพราะมีโอกาสพูดคุยความหลังเก่าๆสมัยเป็นนักเรียนศิลปะ ซึ่งแต่ละคนมีเรื่องเล่าที่น่าฟัง เกิดเป็นแง่คิดทางศิลปะสำคัญๆก็มี ด้วยเหตุที่ผมมีสถาบันศิลปะเป็นประวัติของผม ผมจึงได้ไปแสดงภาพเขียนที่ลูฟว์ ปารีส ได้สำเร็จ เรียกว่ากำลังใจในสถาบันศิลป์ที่มีอยู่ในหัวใจ

อีกเรื่องหนึ่งคือผมเป็นครูสอนศิลปะแก่ชาวอเมริกันมาสามสิบสามปีในปีนี้ เริ่มสอนศิลปะในปีค.ศ.1984 เปิดวันแรกมีนักเรียนมาเรียนทันที จนกระทั่งปัจจุบันผมได้ใช้ “วิบูลย์สกูลออฟเพ้นติ้ง” เสียเลย เอาอย่างจากประเทศอังกฤษนิยมใช้คำว่าโรงเรียนศิลปะไปทั่ว เพราะว่าการเรียนศิลปะเป็นการเรียนพิเศษ ไม่มีใครมาเรียนเอาปริญญาเอกได้ เพราะว่าศิลปะเป็นวิชาที่ไม่มีใครมาวัดหรือสร้างหลักสูตรได้มาตรฐานเท่าวิชาอื่นๆ ด้วยคำว่า “ปรัชญาศิลป์” เป็นวิชาที่เรียนมาก เพราะฉะนั้นวิชาศิลปะจึงไม่มีปริญญาเอกบรรจุเอาไว้ในหลักสูตรทางศิลปะ นอกจาก ศิลปะศึกษา เท่านั้น เรียนจบปริญญาเอกได้เพราะว่าเป็นเรื่องทางการศึกษา

ทำไมผมจึงไปแสดงภาพเขียนที่ปารีสและมาอยู่อเมริกา หนึ่งในหลายสาเหตุมาจากอยากจะวัดความรู้ความสามารถทางศิลปะ ไม่ใช่การแข็งขันใดๆ ผมเกิดมาเป็นคนนับถือความรู้ความสามารถมาก ยกตัวอย่างที่ผมตั้งโรงเรียนศิลปะที่นี่ได้โดยมีแต่นักเรียนเป็นชาวอเมริกัน ทุกคนรู้หมดว่าผมเป็นครูไทย แต่ว่าผมมีความรู้สอนเขาได้ มีคนเล่าให้ผมฟังว่าศิษย์ของผมมีคนชักชวนให้ไปเรียนที่อื่น ลูกศิษย์อเมริกันคนนั้นตอบไปว่า “เขามีครูวิบูลย์แล้ว” ไม่จำเป็นต้องไป ด้วยแบ๊คกราวน์ต่างๆสะสมไว้หลายปีบวกกับความสามารถทางภาพเขียน จนกระทั่งปีค.ศ.2005 ทางมลรัฐแคลิฟอร์เนียได้มอบรางวัลเป็นศิลปินแห่งแคลิฟอร์เนียให้ผม รวมทั้งเอเชียมิวเซี่ยมแห่งซานฟรานซิสโก ยังมอบศิลปินแห่งเอเชียให้อีก เขียนไปเขียนมาเหมือนยกย่องตัวเอง แต่ในฐานะผมเป็นคนเงียบ ถ้าไม่บอกเอาไว้ก็ไม่มีใครรู้ แถมยังมองผมในแงลบก็อาจเป็นได้ จริงๆแล้วผมเป็นจุดเล็กๆที่สร้างภาพพจน์ทางศิลปินไทยไว้โดยความตั้งใจและรักประเทศชาติ อยากให้ชาวต่างชาติรู้ว่าศิลปินไทยก็เก่งเหมือนกัน ทำนองนั้น เรื่องอยากดัง “ไม่ใช่” แน่ๆ ไม่เคยคิดด้วยซ้ำครับ

เพราะฉะนั้นการได้แสดงภาพเขียนได้สำเร็จก็เพราะว่าศิลปินไทยทำได้ เคยมีชาวยุโรปถามผมว่าผมเป็นใคร ผมตอบทันทีว่าผมเป็นคนไทย เป็นศิลปินไทยโดยกำเนิด แต่ย้ายไปอยู่แคลิฟอร์เนียนและกรุงปารีสรวมทั้งออสเตรีย เพราะว่าเป็นเหตุผลส่วนตัวที่ชอบเมืองนั้นเป็นพิเศษ อย่างเช่นเมืองปารีสผมถือว่าเป็นเสมือนบ้านที่สามเลยทีเดียว เวลาอยู่ที่นั่นผมพูดภาษาฝรั่งเศสผสมอังกฤษไปจับจ่ายตลาดกับชาวปารีสได้สบายมาก ในช่วงบั้นปลายแห่งชีวิตผมคงไปอยู่ที่นั่นแน่ครับ