Get Adobe Flash player

สังคมอเมริกันกับการเรียนศิลปะ โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ผมอยากเขียนเรื่องนี้เพราะว่าทำงานอยู่ในสังคมอเมริกันมากว่าสามสิบปี โดยเป็นผู้สอนศิลปะหรืออาร์ต อินสตรัคเตอร์ ในสายตาชาวอเมริกันที่เมืองเวนิช แคลิฟอร์เนีย นิยมมาเรียนศิลปะกับผมเพราะว่าผมได้รับรางวัลการสอนศิลปะดีเด่น และการสอนศิลปะของผมได้ผลดีเป็นที่ประจักษ์แก่ชุมชน

การสอนศิลปะดูๆแล้วไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเป็นผู้สอนศิลปะในคอลเลจ พอถึงเวลาสอนก็ไปสอน นักเรียนก็ต้องมาเรียนเป็นของธรรมดา แต่การสอนของผมนั้นไม่ใช่ระบบคอล เลจ เป็นระบบการสอนส่วนตัว ต้องสอนเก่งถึงจะมีคนมาเรียน แถมค่าเล่าเรียนยังคิดแพงอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นต้องมีความสามารถสอนแลกกับเงิน ถ้าสอนไม่ดี ไม่มีใครมาเรียน ไม่มีเงินแน่ๆ นี่คือเบื้องหลังที่ผมยึดอาชีพนี้มานานได้เพราะเหตุผลข้างต้น

สังคมอเมริกันไม่นับถือครูถึงขั้นแบบครูไทยอะไรก็ดีหมดเพราะมีตำแหน่งครูรับประกันเอาไว้ ในอเมริกาก็มี แต่ว่าการสอนพิเศษต้องมีความสามารถมากกว่า ต้องเก่งจริงและพิสูจน์ได้ ไม่ใช่เอาดีกรีทางศิลปะออกมาข่มนักเรียนเอาไว้ก่อน ผมมีประสบการณ์จริงออกมายังงี้ จึงอยากเขียนเบื้องหลังการสอนศิลปะแบบส่วนตัวออกไป เผื่อว่ามีใครจะคิดสอนศิลปะในอเมริกาแบบผมบ้าง ประการสุดท้าย การสอนศิลปะแก่ชาวอเมริกันนั้นต้องเป็นผู้มีความสามารถพูดภาษาอังกฤษ-อเมริกันได้อย่างดีเหมือนชาวอเมริกัน ลูกศิษย์ของผมทุกคนไม่มีใครมาตะแคงหูฟังแล้วพูดว่า “พูดอะไร?” ผมต้องพูดเคลียร์ชัดเจนและเร็วเหมือนชาวอเมริกันพูด นอกจากสำเนียงเท่านั้นที่พอจะอนุโลม เพราะใครๆที่พูดภาษาที่พูดภาษาที่สองมักพูดไม่ชัดอยู่ดี จริงไหม อาชีพสอนศิลปะในอเมริกาเป็นอาชีพที่มีคนยอมรับอาชีพหนึ่งในอเมริกา

เรื่องภาษาและเรื่องความรู้ทางศิลปะเป็นเรื่องใหญ่ในการยึดอาชีพสอนศิลปะแบบส่วนตัว ถ้าดำเนินธุรกิจนี้แบบไม่มีมาตรฐาน จะไม่มีใครมาเรียน ผมมีเพื่อนชาวอเมริกันทั้งผู้หญิงผู้ชายตั้งตัวเป็นครูสอนศิลปะ บางคนจบปริญญาโท เมเจอร์ทางภาพเขียน เปิดสอนศิลปะแบบผมไม่นานนักต้องปิดการสอนเพราะไม่มีใครเรียนต่อ สำหรับผมมีคนเรียนต่อแบบส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอเพราะว่า ผมสอนศิลปะได้ผล ไม่ใช่ราคาคุย เป็นเรื่องจริง คุณไปดูการสอนศิลปะของผมได้เลย

เอาล่ะครับ ไม่อยากเขียนแบบชมตัวเอง คนอ่านอาจมองดูผมมีอีโก้ แต่ว่ามันไม่ใช่ มันคือการเขียนเรื่องที่ทำลำบากอย่างหนึ่งในอเมริกา ในทางความรู้ของศิลปินไทย เราจัดให้ศิลปินผู้นั้นมีดีกรีสูงและมีตำแหน่ง เก่งหรือไม่เก่งไม่สำคัญ มีคนศรัทธาไปเรียน ไม่รู้ผมพูดถูกหรือผิดรึเปล่า ขอย้ำเอาไว้ว่าในอเมริกาสังคมของเขานับถือความสามารถเท่านั้นจึงจะอยู่รอด โดยเฉพาะศิลปินอิมมิแกร้นท์หรือศิลปินผู้มาอยู่ในฐานะอื่น ไม่ใช่พลเมืองโดยกำเนิด ยิ่งมีความลำบากกว่า ผมของดไม่อยากเขียนถึงเพราะว่าเป็นหัวอกอันเดียวกัน เพราะฉะนั้นความสามารถของแต่ละคนเท่านั้นจะพาให้อยู่ได้อย่างดี สังคมเป็นสังคมเปิด ใครดีใครมีความสามารถ ไม่มีใครว่าใคร ไม่มีเส้นสายอะไรให้ยุ่งยากใจ ชีวิตของศิลปินต่างๆ(นานาชาติ)จึงอยู่ด้วยกันอย่างสันติสุข มีข้อแม้อยู่อย่างหนึ่งคืออยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายก็แล้วกัน

การเขียนเรื่องศิลปะของผมส่วนมากจะเป็นเรื่องส่วนตัว ยังไงอย่าว่ากัน เพราะว่าเป็นเรื่องจริง อาจมีประโยชน์อยู่บ้าง ผมไม่ชอบเขียนเรื่องศิลปะมีศัพท์ยากๆ ทั้งที่รู้ดีเพราะสอนลูกศิษย์อยู่ทุกวัน แต่ผมจะใช้ภาษาพูดเขียนออกมา ผมคิดว่าสบายผู้อ่าน สบายผู้เขียน จริงไหมครับ