Get Adobe Flash player

ศิลปะคืออาหารทางจิตใจ โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ชาวโลกที่มีรสนิยมทางศิลปะสูง เขารู้กันเป็นอย่างดีมาตั้งแต่ยุคโบราณว่าศิลปะคืออาหารทางจิตใจ ใครที่รสนิยมดีย่อมยกย่องศิลปะเป็นเงาตามตัว แต่ว่าบางคนเขาไม่แคร์ มีเงินมีทองเป็นอันใช้ได้เพราะว่าเรามีสุภาษิตว่า “มีเงินจะมีคนนับถือเอง”

ก็จริงที่สุดเลยครับ ผมเป็นศิลปินเขาจะหาว่าไส้แห้ง ก็คือเป็นอาชีพที่ไม่มี ไม่ได้เงินมากเช่นอาชีพอื่นๆ วัฒนธรรมไทยถูกฝังหัวมาหลายศตวรรษในเรื่องที่ผมกล่าวข้างต้น แต่ว่านะครับ ผมเกิดมาผมไปเรียนอย่างอื่นๆ ผมไม่ชอบเท่าศิลปะ และศิลปะมันคือตัวผม คุณแม่เคยคุยกับผม คุณแม่บอกผมว่า “แม่รู้แล้ว” ว่าผมจะต้องเป็น แต่ในที่สุดผมใช้ ความรู้ความสามารถทางศิลปะ เอาตัวรอดได้ คุณแม่ผมจึงไม่ห่วงผมเท่าไรนัก

ก็จริง ผมอยู่ที่นี่อเมริกาได้อย่างดีคนหนึ่งในฐานะเป็นผู้สอนศิลปะแก่ชาวยุโรปและอเมริกัน มีลูกศิษย์มากมายมาเรียนศิลปะ(ภาพเขียน)กับผมอย่างสม่ำเสมอ ในปีนี้ผมฉลองการสอนศิลปะแก่ชาวอเมริกันและชาวยุโรปที่มาอาศัยอยู่ที่นี่ครบรอบ 33 ปี ถ้าจะนับจำนวนปีก็มากทีเดียว ในสมัยผมสอนแรกๆมีลูกศิษย์ใหม่ๆมาถามผมว่าใครเป็นครูสอนศิลปะ เพราะผมแลดูยังหนุ่มแน่นอยู่ พอผมตอบว่าผมเอง และผมเริ่มสอนพวกเขา เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ลูกศิษย์ของผมจะชอบ วิธีการสอนศิลปะ ของผม คือเข้าใจง่าย บอกเทคนิคการเขียนได้ทะลุปรุโปร่ง ไม่ติดขัดหรือไม่เข้าใจ ผมสอนแนวปรัชญาไทยคือ “เรียนอะไรต้องเรียนให้รู้เป็นครูเขา” มันฝังอยู่ในจิตใจมาตั้งแต่คุณพ่อของผมท่านเตือนผมไว้ตลอด

การสอนวิชาศิลปะไม่ใช่ของง่ายนะครับ เพราะว่าจะสอนด้วยปากเปล่าอย่างเดียวมันไม่ได้ ต้อง สาธิต ให้ลูกศิษย์รู้ด้วย ในปัจจุบันผมมีอาร์ตสติวดิโอร่วมกับศิลปินชาวอเมริกันอีก 26 คน แต่จริงๆแล้วมีศิลปินชาวรัสเซียและชาวฝรั่งเศสร่วมอยู่ด้วย ผมและแพ็ทเป็นศิลปินไทยที่กู้หน้าเอาไว้ได้ เพราะว่าการเป็นศิลปินไทยในดินแดนตะวันตกคืออเมริกาและยุโรป ศิลปินไทยยังไม่มีใครรู้จักกว้างขวางนัก ในปัจจุบันคงจะดีแล้วเพราะสื่อมวลชนกระจายข่าวโดยรวดเร็วหมดแล้ว ผมจึงเป็นศิลปินไทยที่ปิดทองหลังพระ

ผมเคยรู้จักสาวๆชาวยุโรปอยู่บ้างในอดีต ถูกสาวชาวยุโรปถามว่าไทยอยู่ที่ไหน ใครคือไทย ทำให้ผมเกิดความรู้สึกจะต้องเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยออกไป ผมจึงตั้ง ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมไทย ขึ้นที่ลอสแอนเจลิสแบบไม่ประสงค์กำไร ขึ้นตรงกับหน่วยงานไออาร์เอส ที่มีรายได้ต่ำคือใช้เงินเฉพาะการส่งเสริม นอกนั้นใช้อาสาสมัครทั้งหมด ไม่มีใครได้เงินเดือนใดๆทั้งสิ้น จนกาลเวลาล่วงเลยมาครบ 25 ปีในปีนี้แล้ว ผมจึงคิดเอาไว้ในใจ จะฉลองครบรอบยี่สิบห้าปี ต่อจากนั้นจะมอบให้คนรุ่นใหม่ทำต่อไปในนโยบายเดิม ถ้าทำได้ผมจะสุขใจมากทีเดียว

ขอย้อนถึงศิลปะคืออาหารทางจิตใจว่าทำไมจึงมีความสำคัญ ก็เพราะว่าสิ่งมีชีวิตต่างๆต้องการอาหาร แม้จิตใจก็ต้องมี ขอให้ท่านผู้อ่านคิดดูให้ดีๆ คนเราถ้าไม่เคยบวชเรียนมาก่อน เราจะได้ยินผู้ใหญ่ไต่ถามเจ้าบ่าวก่อนจะยกลูกสาวให้ ถ้าใครบวชเรียนคือการศึกษาจะได้รับการยอมรับอยู่ในสังคม ใครได้เป็นลูกเขยจะมีหน้ามีตา ผมเขียนเปรียบเทียบให้กระจ่างขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่จะจริงเสมอไป

หันกลับมาศิลปะเป็นอาหารทางจิตใจ จะสวนทางกับเงินมาก การมีเงินแล้วอาจมีจิตใจดีที่มาจากเงิน แต่ว่าจริงๆแล้วเงินมากๆอาจก่อปัญหาได้ คือไม่รู้จักพอ มีกิเลสอยากได้เพิ่ม ขอติงสังคมอเมริกันจะอยู่ในสังคม “ไม่พอ” ถ้าใครมีประสบการณ์อย่างผมจะมองเห็นชัดเจน และในปัจจุบันผมอาศัยและทำงานอยู่กับสังคมอเมริกันร้อยเปอร์เซ็นต์ และผมมีเทคนิคที่คบกันได้ดีและได้ผลดีคือ “การให้” Give ครับ ชุมชนที่ผมอยู่กลับยกย่องผมและครอบครัวผมมากอย่างไม่น่าเชื่อ การให้สามารถเอาชนะคนตระหนี่เห็นแก่ตัวได้จริง !