Get Adobe Flash player

ความคิดริเริ่ม โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ในสันดานของศิลปินจะเป็นผู้ที่ชอบคิดริเริ่มอยู่ทุกลมหายใจ คือคิดหาทางสร้างสรรค์งานศิลปะให้โดดเด่น ผมเรียนจบทัศนศิลป์เต็มตัว คือจบมาจากสถาบันศิลป์เพาะช่างโดยตรงไม่อ้อมค้อม คือจบมายังไงก็ไปอย่างนั้น ชีวิตทางศิลปินของผมประสบความสำเร็จสูงสุด ได้โชว์ผลงานภาพเขียนที่อาร์ตมิวเซี่ยมระดับโลกคือ ลูฟว์มิวเซี่ยม แห่งกรุงปารีส ผมไม่ใช่คุยแต่ฐานะของอาร์ตมิวเซี่ยมของเขาคือประเทศฝรั่งเศส ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก เพราะฉะนั้นศิลปินที่ได้โชว์ที่นั่นจึงติดร่างแหไปด้วย จริงไหมครับ !!

อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งของผมจะไม่มีใครเชื่อนอกจากชาวอเมริกันและชาวยุโรปเท่านั้นจริงๆ เพราะว่าผมไม่มี “พรรคพวก” คือผู้ที่คอยสนับสนุนให้ แต่ในอเมริกาและยุโรปนับถือ “ความสามารถ” ไม่มีความสามารถ ตกกระป๋องร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนความสามารถบางครั้งเราถือว่าเป็น “กิ๊ฟท์” คือได้มาตั้งแต่เกิด ถ้าพูดเรื่องอาร์ต ท่านผู้อ่านบางท่านอาจงงๆอยู่บ้าง เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมเขียนถึงความคิดริเริ่ม ตามมารยาทจะเอ่ยถึงผู้ที่คิดริเริ่ม แต่ในอเมริกาและยุโรปเขามี “ก๊อปปี้ไร้ท์” คือมีกฎหมายคุ้มครอง ใครเอาไปใช้จะโดนได้ ยกตัวอย่างเช่น ผลงานภาพเขียน ของผม เป็นของมีค่าในวัฒนธรรมของชาวตะวันตก ใครคิดจะลอกเลียนแบบไม่ได้ ส่วนคนไม่รู้กฎหมายอาจทำลงไปได้ มีเรื่องจริงในอเมริกา มีผู้ติดคุกไปแล้ว อ่านจากหนังสือแอลเอไทม์เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว คือการล่วงละเมิดสิทธิของศิลปินนั่นเอง

ผมเป็นศิลปินที่นี่แห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้รับรางวัล “เอเชียอะไลฟ์” คือศิลปินแห่งเอเชียจากเอเชียมิวเซี่ยม แห่งซาน ฟรานซิสโก นอกจากนั้นทางมลรัฐฯ ยังมอบรางวัลศิลปินดีเด่นแห่งมลรัฐฯ ให้อีกในปีค.ศ.2001 สำหรับในชุมชนไทย ผมคิดริเริ่มไว้หลายสิ่ง ที่โดดเด่นคือการแสดง การเดินพาเหรดระหว่างถนนฮอลลีวูด เดินขึ้นไปสุดที่บานสะเดลอาร์ตพาร์ค ในบริเวณงานวัฒนธรรมไทย โดยมี ส.ส.แจ๊คกี้ โกลเบิร์ก เป็นแกรนด์มาแชล นั่งรถเปิดประทุน นี่คือการเดินพาเหรดเป็นครั้งแรกของชุมชนไทยในแอลเอ เขียนเอาไว้สำหรับเด็กรุ่นใหม่ๆได้ศึกษาความเป็นไปของชุมชน ใช้อ้างอิงทั้งการศึกษาและประวัติศาสตร์ ไม่เสียหายอะไร มีแต่ผลดีที่ชุมชนไทยของเรามีประวัติดีเด่นมาตั้งแต่เริ่มแรกและกำลังเจริญรุ่งเรือง

ผมในฐานะคลุกคลีช่วยสร้างภาพพจน์ของไทยมาช้านาน เริ่มจะมีอายุมากขึ้น จึงจะหยุดพักเสียบ้างก็ดีเหมือนกัน ไม่ยังงั้นจะเป็นผู้ปิดทองหลังพระนานเกินไป จึงหันหาเข้าสู่ชุมชนอื่นๆที่เขาศรัทธา นี่ไม่ใช่น้อยใจนะครับ มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์เท่านั้น “ใครรักรักมั่ง...” ท่านสุนทรภู่ได้กล่าวเอาไว้ ผมเป็นผู้เผยแพร่วัฒนธรรมไทย จึงต้องเชื่อท่านเอาไว้ในฐานะลูกหลานไทย ผมเป็นศิลปินไทย ผมมีจิตใจเป็นไทย เกิดมีชื่อเสียง มีใครมาสัมภาษณ์ผมจะเอ่ยถึงบ้านเกิดเมืองนอนของผมทุกครั้ง เนื่องจากมีประสบการณ์แปลกเกิดขึ้นที่ยุโรปบ่อยๆ เพราะว่าผมไปโชว์ภาพเขียนที่นั่น ทำไมผมไม่ไปโชว์ที่ไทยบ้าง คำตอบเพราะว่าผมไม่อยากจะไป ปล่อยโอกาสให้ศิลปินรุ่นใหม่ๆทำ ส่วนผมสร้างชื่อที่นี่อเมริกาและยุโรปก็ใช้ได้แล้ว

ประการสุดท้าย ผมกลายเป็นศิลปินไทยที่เกิดเมืองไทย หลังจากใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ 33 ปี จิตใจเริ่มเปลี่ยนเป็นชาวพื้นเมืองที่นี่ คือพูดภาษาเดียวกันอย่างเป็นภาษาตัวเองโดยไม่ได้คิด ผมมีอาชีพเป็นผู้สอนศิลปะแก่ชาวอเมริกันและยุโรปที่มาอาศัยอยู่ที่นี่ พูดภาษาอังกฤษเหมือนภาษาตัวเองโดยความรู้สึก ดูหนังดูทีวีรู้เรื่องตลอดปลอดโปร่ง แถมพูดคุยกับครอบครัวเป็นภาษาพื้นเมือง อย่าหาว่าผมเขียนมีอีโก้นะครับ มันเกิดขึ้นกับผมจริงๆ ไม่ได้ดัดจริตใดๆเลย !!