Get Adobe Flash player

ทำไมต้องปารีสและฝรั่งเศส โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ในฐานะเป็นศิลปินไทยสาขาจิตรกรรม จบอาร์ตทางจิตรกรรมเอกภาพคนและศิลปะร่วมสมัย พอจบออกมาเป็นศิลปินอิสระอยู่ระยะหนึ่ง พบ “เบอร์นาด” เป็นชาวฝรั่งเศส ขายของเก่าอยู่ย่านสีลม สมัยเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว กรุงเทพฯ สมัยผมอยู่ยังเงียบๆน่าอยู่มาก เพราะว่าทุกคนเป็นมิตรกันง่ายๆ ไม่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเช่นในปัจจุบัน “เบอร์นาด” แนะนำผมให้ไปอยู่ปารีสเพราะว่าผลงานภาพเขียนของผมดีมีมาตรฐาน เขาบอกผมตรงๆ ผมได้แต่ยิ้มๆ ไม่ตื่นเต้นอะไร เพราะว่าช่วงนั้นอายุเพิ่ง 20 กว่าๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก ภาพเขียนขายได้ให้แก่ผู้มาเที่ยวเมืองไทย ส่วนคนไทยมีซื้อภาพเขียนของผมบ้างเหมือนกัน

ศิลปินที่เก่งที่ผมได้ยินชื่อบ่อยๆมี อ.จ.เฉลิม นาคีรักษ์, อ.จ.ชลูด นิ่มเสมอ และ อ.จ.สวัสดิ์ ตันติสุข ป่านนี้ท่านอาจารย์อาจจากโลกนี้แล้ว ถ้ายังอยู่คงจะอาวุโสมาก ถ้ายังไงอย่าโทษผมนะครับ เพราะว่าผมมาอยู่ที่นี่แอลเอจะครบ 33 ปีแล้ว รวมทั้งไปๆมาๆปารีสอีก 5-6 ปี ด้วยเหตุนี้เองผมจึงห่างเหินจากวงการศิลปะไทยมานาน จะกลับไปอีกก็ไม่มีใครรู้จักแล้ว นอกจากจะได้ยินว่า คุณลุงไปอยู่ที่ไหนมาครับ ผมเจอมาแล้วที่ท่าเตียน ไปยืนซื้อน้ำดื่มขวดละ 15 บาท(เมื่อหลายสิบปี) ขายให้แก่ฝรั่ง คนไทยขาย 10 บาท ผมเป็นคนไทยทำไมขาย 15 บาท ผมเถียงเด็กขายน้ำ แต่เด็กตอบผมว่า ผมคิดว่าคุณลุงไม่ใช่คนไทยครับ ผมเลยให้ 15 บาทช่วยเด็กขายน้ำไป

ในอดีตรุ่นผมใครจบศิลปากรหาว่าเก่งกว่าจบเพาะช่าง ผมมีเพื่อนรุ่นเดียวกันจบเพาะช่างไปต่อศิลปากรได้เป็นคณบดีมัณฑนศิลป์ ต่อมาไปเลคเชอร์ หัวใจวายในขณะสอน ผมจึงเสียใจมาถึงทุกวันนี้ที่มีเพื่อนอายุสั้น ด้วยเหตุหลายๆประการข้างต้นเกาะจิตใจในระบบสถาบัน จึงไปปารีสดีกว่า นี่แหละครับทำไมต้องปารีสและฝรั่งเศส ในฐานะศิลปินไทยไปอยู่ปารีส จึงเป็นศิลปินอิสระที่เขาวัดกันด้วยความรู้ความสามารถเท่านั้น ใครที่รักมีเส้นอย่าไปที่นั่น จะผิดหวังอย่างมาก

สำหรับผมมีชีวิตทางศิลปินอย่างอยากท้าทายความสามารถ ไม่ต้องการตำแหน่งใด เป็นแค่ศิลปิน Artist ก็สูงสุดแล้ว ที่นี่อเมริกา ผมและแพ็ทประสบความสำเร็จอย่างสูง อยู่ดีกินดีมีศีลธรรมตามประสาชีวิตศิลปิน บัดนี้ผมทั้งสองกลายเป็นศิลปินอเมริกันจากการยกย่อง ไม่มีใครสักคนปฏิเสธ ทุกคนยินดีและมาซื้อผลงานศิลปะและเรียนศิลปะจากผมอย่างสม่ำเสมอไม่เคยขาด ทำให้ผมรักชาวอเมริกันและชาวยุโรปที่สนับสนุนและช่วยเหลือศิลปินอย่างปราศจากบุญคุณ คือถ้าจะช่วยศิลปินอย่างเดียว เวลามีงานสังคม ศิลปินถูกเชื้อเชิญให้นั่งในที่ที่สมเกียรติ ไม่ใช่นั่งแถวหลังสุด อย่าเข้าใจผิดนะครับ หาว่าผมเป็นศักดินา ไม่ใช่เลย ผมเป็นศิลปินแท้ ไม่ถือยศฐาบรรดาศักดิ์แต่ประการใดๆ สิ่งนี้ผมจึงมีความสุขใจทุกวันและเชื่อถือหลักของพระพุทธองค์คือยู่ในถิ่นดีและคนดีล้อมรอบ ผมมองเห็นจริงแล้ว อายุผมป่านนี้มองเห็นสัจธรรมมามาก ซึ่งยิ่งในปัจจุบันผมยิ่งรู้แจ้งเห็นจริงหมด

ผมมีสิ่งหนึ่งที่เข้ามาหาตัวผมคือ มีศิลปินชาวอเมริกันมานับถือฝีมือและความสามารถคือเขายอมรับเลยล่ะครับว่า ฝีมือของเขายังต้องพยายามอีกเยอะ ส่วนผมเขาหาว่าผมมีฝีมือทางศิลปะดีแล้ว ส่วนลึกของจิตใจผมกลับมองเห็นว่าผมยังมีความรู้ความสามารถเท่าหางอึ่งอยู่ดี คือความรู้ความสามารถเรียนรู้เท่ากันได้หมด ผมได้แต่แย้งอยู่ข้อหนึ่งคือประสบการณ์ต้องมาจากประสบการณ์จริง ไม่โหก ประสบการณ์ถ้าโกหกเท่ากับฆ่าตัวตายเพราะความจริงเป็นสิ่งไม่ตายนะครับ และทำดีได้ดีด้วย