Get Adobe Flash player

อยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ชีวิตศิลปินด้านจิตรกรรมของผมโลดโผนพอสมควร ซึ่งทุกคนหาว่าเป็นอาชีพที่ทุกคนมักขนานนามศิลปินว่า “เป็นศิลปินไส้แห้ง” แต่สำหรับผมไม่ใช่แห้งจนเกินไป คืออยู่ได้อย่างศิลปินที่ประสบความสำเร็จ ปราศจากพรรคพวกหรือผู้สนับสนุน อยู่ได้เพราะความสามารถส่วนตัว

ผมจบทัศนศิลป์ เป็นศิลปินแท้ไม่เสแสร้งหันเห ไม่มีตำแหน่ง “รางวัล” เข้ามาเกี่ยว เดินหน้าด้วย “ภาพเขียน” ถ้าขายไม่ได้จะอยู่ในขั้นอดตาย ถึงขั้นนั้นเลย แต่ว่าผมจบอาชีพนี้อยู่ได้มาจนทุกวันนี้ เมื่อคืนนอนดูทีวีพบสัจธรรมอยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน ที่ปารีส, เวนิช-แคลิฟอร์เนีหรือ กรุงเทพฯ ได้ทั้งนั้น เคล็ดลับก็คือไม่โกหก ซื่อสัตย์ต่ออาชีพของตนเองร้อยเปอร์เซ็นต์ คนเขารู้นะครับ ผมเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์เลย

ผมเคยอยู่กรุงเทพฯ ในช่วงอายุยี่สิบกว่าๆ ผมจับอาชีพสอนศิลปะแล้วแรกๆไปเป็นครูศิลปะให้โรงเรียนนานาชาติ ทางโรงเรียนให้ผมสอนเป็นภาษาอังกฤษ ผมสอบสัมภาษณ์ผ่าน ได้เป็นครูศิลปะ สอนเป็นภาษาอังกฤษเป็นครั้งแรกในชีวิตตั้งแต่อยู่เมืองไทย ผมประสบความสำเร็จแล้วไม่ต้องมาอเมริกาก็อยู่ได้อย่างสบาย และขณะนี้จะกลับไปอยู่อีกก็ยังอยู่ได้อย่างสบายๆอีก ถ้าผมจะทำ แต่ว่าผมคิดอีกทีคือ ไม่ไปแย่งกับศิลปินไทย กลับนึกชมความสามารถของศิลปินไทย ทุกคนเก่งจริงๆ ถ้าจะเทียบกับศิลปินยุโรปและอเมริกา โดยเฉพาะในอเมริกา เอะอะก็ไปเช่าอาร์ตสติวดิโอแล้วประกาศตนเองเป็นศิลปินได้ แล้วฝีมือจะเป็นยังไงไม่เกี่ยวด้วย ผมจึงมองศิลปินแบบนี้โกหกตัวเองโดยใช้เล่ห์เหลี่ยม ขอให้มีอาร์ตสติวดิโอเช่าทิ้งเอาไว้ประดับบารมี ที่ผมรู้เพราะว่าอาร์ตสติวดิโอของผมเป็นอาคารกว้างใหญ่ จุอาร์ตสติวดิโอถึง 26 ห้อง ศิลปินเหล่านั้นมาอยู่รวมกัน ซึ่งบางคนยังไม่มีฝีมือเข้าขั้น แต่ขอเช่าสติวดิโอเอาไว้ก่อนเพราะอยากโก้ ใครมาถามว่ามีอาชีพอะไร เวลาตอบว่า “เป็นศิลปิน” ในสายตาของคนอเมริกันเขาถือว่าเป็นอาชีพ “เท่ห์” คือนิยมในอาชีพศิลปินสิ่งนี้อยู่

สังคมอเมริกันทำให้เกิดผลดีกับผมคือมีชาวอเมริกันและชาวยุโรปมาสมัครเป็นลูกศิษย์เรียนศิลปะกับผมไม่ขาดสายในรอบการสอนศิลปะมา 33 ปีเต็มในปีนี้ เป็นเครื่องยืนยันความนิยมของพวกเขา สำหรับผมเป็น “คนไทย” ผู้ตั้งตัวเป็นครูสอนศิลปะ ในเชิงการนับถือครูจะเป็นไปได้หรือ? ในช่วงแรกผมโดนแลดูยังมีอายุน้อย ลูกศิษย์มักถามอายุและความชำนาญตลอดเวลา แต่ว่าความสามารถการสอนของผมผ่านไปได้ มีคนนิยมมาเรียนกับผมถึงแม้จะมีการแข่งขันสูงอยู่ในอเมริกา

ท่านผู้อ่านครับ ความสามารถชนะทั้งปวงครับ เป็นเรื่องจริง จากชีวิตประสบการณ์จริงๆผมมองเห็นแล้ว เพราะฉะนั้นไตเติ้ลผมจั่วไว้ว่า “อยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน” แต่ว่าต้องมีความรู้ความสามารถก่อน อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่อง “ภาษา” นั้นสำคัญสูงสุดเหมือนกัน เพราะว่าเวลาคุณเป็นครูสอนลูกศิษย์ชาวอเมริกันและยุโรป อย่างน้อยๆต้องรู้ภาษาอังกฤษระดับครู ไม่ใช่งูๆปลาๆอย่างงี้ไม่ได้ ยิ่งมีความรู้ในภาษาอื่นๆเช่นฝรั่งเศส เยอรมัน ฯลฯ จะยิ่งเพิ่มความศรัทธาของลูกศิษย์เพิ่มขึ้น ในอาร์ตสติวดิโอของผมมีศิลปินชาวฝรั่งเศส รัสเซีย ไทยคือผม นอกนั้นเป็นชาวอเมริกันทั้งหมด ผมเป็นไทยแทรกอยู่คนเดียว ปัจจุบันแพ็ทเข้ามาอีกคนเป็นสองคน คุณลองหลับตาดูจะนึกภาพเห็นการต่อสู้และความสามารถอย่างน้อยๆต้องดีกว่าหรือเท่ากัน เรื่องนี้ผมทั้งสองผ่านฉลุยไม่มีปัญหาเลย เพราะว่าในปัจจุบันผมใช้ภาษากลางคือภาษาอังกฤษหาเลี้ยงชีพ รวมทั้งดูหนังดูละครทีวี เผลอๆผมพูดภาษาในครอบครัวก็มีบ่อยๆ หนักๆเข้ากลายเป็นความเคยชิน ไม่ใช่พูดเพราะว่าอีโก้ กลายเป็นภาษาที่สองไปแล้ว จึงอยู่ที่ไหนก็เหมือนกันไปแล้วครับ