Get Adobe Flash player

ประสบการณ์ชีวิตทางศิลปะ โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ผมเกิดเมืองไทย เป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ เรียนจบศิลปะขั้นดีกรีในสมัยปัจจุบัน คือถ้าจะเปรียบเทียบกันระหว่างอดีตและปัจจุบัน ยังไงๆผมก็จบศิลปะอยู่ในขั้นดีกรี

ต่อมาโยกย้ายมาอยู่ที่นี่อเมริกานานจนกลายเป็นคนไทยผสมอเมริกันโดยไม่ได้ตั้งใจ จะเป็นแต่ว่าชีวิตและประสบการณ์มันพาไปตามความรู้ความสามารถโดยปราศจากพรรคพวกใดๆทั้งสิ้น มีชีวิตอยู่ได้เพราะความสามารถทางศิลปะและภาษาอังกฤษ ซึ่งความสามารถประการแรกคือภาษาอังกฤษ จะต้องพูด อ่าน และเขียนได้ในระดับชาวอเมริกัน ถึงจะเป็นครูสอนศิลปะแก่ชาวอเมริกันได้ ถ้ารู้แบบงูๆปลาๆถ้าจะยากมากนะครับ เพราะว่าการเป็นครูจะต้องมีความรู้ถึงขั้นเป็นครูเขาได้ ถ้าจะเอ่ยถึงผมกับศิลปะหรือทำไมมาอยู่ที่นี่ เรื่องมันยาว แต่ว่าไม่ใช่มาแบกจ๊อบหรือแสวงหาชีวิตที่ดี ผมอยู่เมืองไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ดีกว่ามาอยู่ที่นี่ ใครที่รู้จักผมลึกๆจะรู้ดี และแม้ว่าในปัจจุบันผมจะกลับไปอยู่ใหม่ก็ได้อีกอย่างสบาย มีบ้านมีสมบัติเป็นชื่อของผม แต่ว่าชีวิตในอเมริกามันฝังลึกไปเสียแล้ว โดยกลายเป็นบ้านไปแล้วในความรู้สึกทั่วๆไปรวมทั้งกรุงปารีสอีกด้วย ถ้าผมไปปารีส พอถึงที่นั่นจะรู้สึกสบายใจเหมือนกลับบ้าน เวลาพบเพื่อนคนที่รู้จักจะทักทายกันในภาษาฝรั่งเศสเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันเป็นประสบการณ์ที่ลึกซึ้งยากที่จะอธิบายได้

ในปัจจุบันผมมีอาร์ตสติวดิโออยู่ที่ แกรนด์วิวไฟอาร์ต สติวดิโอ ร่วมกับศิลปินชาวอเมริกัน, ฝรั่งเศส และรัสเซีย เลยได้โอกาสพูดภาษาอังกฤษกับเพื่อนชาวฝรั่งเศสและภาษาฝรั่งเศสสลับไปสลับมาได้สบายๆไม่ต้องคิด เมื่อก่อนรู้จักฝรั่งบอกผมว่าเขาพูดได้ถึงห้าภาษา ผมร้องโอ้โหเก่งจัง พอมาได้กับตัวเองเลยรู้ว่าภาษาต่างๆถ้ามันจำเป็นแก่การดำรงชีวิต มันจะพูดได้อย่างสบายๆคือพูดเพื่อหน้าที่การงานที่ทำอยู่ และอีกประการหนึ่งที่ผมอยากจะเขียนเอาไว้คือการดูข่าวดูทีวีไม่ว่าจะเป็นหนังหรืออะไรๆ ให้เปิดช่องพูดภาษาอังกฤษตลอดเวลา ในไม่ช้าคุณจะพูดภาษาอังกฤษได้โดยไม่รู้ตัว นั่นแหละคุณพูดได้สองภาษาแล้ว และต่อมาภาษาที่สามที่สี่จะตามมาโดยปริยาย ยกตัวอย่างตัวของผมเองนั้น การพูดได้หลายๆภาษากลายเป็นเรื่องธรรมดา เพราะว่าการเป็นศิลปินอย่างผมจะต้องไปแสดงภาพเขียนในหลายๆประเทศซึ่งส่วนมากที่ยุโรป ผมจึงจำเป็นต้องพูดภาษาอื่นๆที่ยุโรปให้ได้อย่างเช่นภาษาฝรั่งเศส เป็นต้น ในระยะแรกจะลำบากเพราะว่าไม่ใช่ภาษาที่เกิด ซึ่งการใช้ภาษาอื่นๆที่ไม่ใช่ภาษาของตนเองจะลำบากทั้งสิ้น เมื่อก่อนสมัยเป็นเด็กพูดได้ภาษาเดียวคือภาษาของพ่อแม่คือภาษาไทย คุณพ่อของผมท่านเป็นครูใหญ่ ท่านสอนภาษาไทยให้ผม แต่ในห้องสมุดของท่านมีหนังสือภาษาอังกฤษด้วย ผมจึงเริ่มคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กๆ พอเริ่มเรียนระดับมัธยม ผมเริ่มเรียนภาษาอังกฤษโดยไม่รู้เลยมันจะกลายเป็นภาษาที่สองของผมที่จำเป็นต้องใช้ในการสอนศิลปะในอเมริกาของผมเกือบทุกวัน สำหรับลูกศิษย์ทางศิลปะของผมนั้นมีหลายชาติหลายภาษา ได้แก่ อเมริกัน,เยอรมัน,สวีเดน และอิตาลี ก็ยังมี เป็นต้น ผมจึงต้องหัดและเรียนภาษาอื่นๆไว้เสมอๆ สำหรับนักเรียนไทยที่มาเรียนกับผมก็แล้วแต่จะให้ผมสอนในภาษาอะไรก็สุดแล้วแต่จะต้องการ ผมตามใจผู้เป็นลูกศิษย์ของผมเสมอ

ประสบการณ์ชีวิตทางศิลปะของผมผ่านมาและกำลังจะมาถึง มีมากมายสามารถเขียนหนังสือเป็นเล่มได้ และผมยังเป็นหนึ่งในศิลปินไทยที่เป็นศิลปินไทยอาชีพและเป็นผู้สอนศิลปะมาครบรอบ 33 ปีในปีนี้ นับว่าเป็นผู้ที่สอนศิลปะและเป็นศิลปินไทย-อเมริกันที่ยาวนานที่สุด สมควรเขียนบันทึกเอาไว้ในวันนี้ ส่วนรางวัลต่างๆที่ผมได้รับจะนำมาเขียนในโอกาสต่อไป