Get Adobe Flash player

“Asia Alive” Asian Art Museum โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

รางวัลทางศิลปะสำหรับอาร์ตมิวเซียมในอเมริกาที่มอบให้ศิลปินชาวเอเชียที่อพยพมาอาศัยอยู่ที่นี่แห่งแรกได้แก่อาร์ตมิวเซียม “เอเชียนอาร์ตมิวเซียม” แห่งเมืองซานฟรานซิสโก

ในฐานะที่ผมเคยได้รับรางวัล “Asia Alive” ที่ทางอาร์ตมิวเซียมมอบให้ศิลปินมีเชื้อสายชาวเอเชียที่อาศัยอยู่ที่อเมริกา โดยมีการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียดว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนหรือเปล่า ซึ่งการตรวจสอบทางอาร์ตมิวเซียมจะไม่แจ้งให้ศิลปินรู้ เป็นความลับในการแสวงหาศิลปินที่จะได้รางวัลอย่างยุติธรรม ไม่มีใครได้รางวัลเพราะบุญคุณหรือพวกเดียวกัน อย่างนี้ทางอาร์ตมิวเซียมไม่มี เพราะฉะนั้นถ้าใครได้รางวัลเอเชียอะไลฟ์ จะเป็นศิลปินจริง มีความรู้ความสามารถทางศิลปะเด่นชัดแจ้ง ไม่มีข้อแม้ภายหลัง

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผมและแพ็ทได้ถูกตรวจสอบอาร์ตเครดิตอย่างเงียบๆเป็นเวลาสองปีเต็ม โดยผมทั้งสองไม่มีโอกาสรู้เลย จนกระทั่งวันหนึ่งมีโทรศัพท์มาถึงผมโดยถามชื่อเสียงและอาร์ตสติวดิโออยู่ที่ไหนและยังอยู่ที่เดิมหรือไม่ ผมไม่ได้คิดอะไรเพราะว่าวันๆหนึ่งมีคนโทรศัพท์มาถามเรื่องเรียนศิลปะที่ผมสอนอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว และในที่สุดวันหนึ่ง ผมได้รับหนังสือเป็นทางการแจ้งผมทั้งสองคนได้รับรางวัลสำคัญแห่ง ศิลปินเอเชีย ที่อาศัยอยู่ในอเมริกา โดยได้รับรางวัลเป็นเงินทุนศิลปิน Grant Money เป็นเวลา 3 ปี คือสูงสุดของการมอบทุนให้ศิลปิน และจะได้ครั้งเดียวเท่านั้น คือกฎเกณฑ์ที่ยุติธรรม คือเปิดโอกาสให้ศิลปินผู้อื่นได้รับบ้าง อย่างกฎศิลปินแห่งชาติของไทยยังระบุไว้ว่าใครที่ได้รับรางวัลแล้ว มองเห็นสมควรแนะนำศิลปินอื่นๆให้ได้รับบ้างคือแผ่ขยายออกไป จะเกิดผลดีในทางการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างสูงเกิดขึ้นทั่วไป ไม่ใช่ว่าจะอยู่ในวงจำกัด เพราะประเทศไทยกว้างใหญ่ มีศิลปินไทยเป็นหมื่นเป็นแสนก็เป็นได้ พวกเขาเป็นคนไทยทั้งสิ้น ทุกคนมีสิทธิ์ทั้งนั้น และขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่วางเอาไว้เป็นหลักเกณฑ์

ชีวิตทางศิลปะของผมเคยได้รับความยุติธรรมที่ยุโรปคือคณะกรรมการตรวจสอบศิลปินให้ได้รับการแสดงที่อาร์ตมิวเซียมสำคัญได้หลายแห่ง ทั้งๆที่ไม่ใช่ศิลปินชาติเดียวกัน แต่ว่าผมเคยไปอยู่และสร้างงานศิลปะและเปิดแสดงภาพเขียนที่กรุงปารีสแล้วหลายครั้ง นั่นคือเหตุผลที่เขาคิดและอนุมัติ ในสมัยผมอยู่เมืองไทย ผมเป็นศิลปินคนแรกที่เปิดสอนศิลปะส่วนตัวแก่คนไทย เพื่อเหตุผลในการเผยแพร่วงการศิลปะของไทยให้กว้างขวาง ผมและศิลปินอีกกลุ่มหนึ่งได้ตั้ง “แบงก์คอกอาร์ติสกรุ๊ป” ขึ้น มีนโยบายอยู่ร่วมกันเพื่อความเจริญทางศิลปะของไทย ซึ่งในวันหนึ่งผมและแพ็ทจะเขียนหนังสือเป็นเล่มให้ศิลปินรุ่นใหม่อ่าน ก็อีกแหละครับจะหนีไม่พ้นเรื่อง การนับถือลึกๆ ไม่ได้ คุณเป็นใคร มาจากไหน อะไรทำนองนั้น ถ้าผมทำได้คงจะได้แค่ความฝันละมั้งครับ เพราะว่าสังคมของเรามันเป็นอย่างนั้น

ยกตัวอย่างการสอนศิลปะของผมในอเมริกา “คุณจะสอนได้ยังไง” แต่ว่าผมทำได้ และการสอนศิลปะแก่ชาวอเมริกันครบรอบ 33 ปีแล้วนะครับ ผมมีลูกศิษย์ที่เรียนจบไปแล้วหลายร้อยคน และผมยังสอนอยู่ในขณะเขียนเรื่องศิลปะสัปดาห์นี้ ระหว่างผมเขียนเรื่อง มีลูกศิษย์กำลังนั่งเรียนในภาคปฏิบัติ ถึงเวลาจะสอนผมจะสอนลูกศิษย์ไปด้วย นี่คือชีวิตประจำวันของผม ซึ่งผมต้องรู้สองภาคคือภาษาเกิดและภาษาอังกฤษอย่างดี จึงจะเป็นครูสอนเขาได้

รางวัลเอเชียอะไลฟ์ที่ทางมิวเซียมมอบให้ผมทั้งสอง เป็นรางวัลแห่งชีวิตและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมดำรงชีวิตอยู่ที่นี่อเมริกาได้ดี โดยมีชาวอเมริกันมองเห็นความสามารถของผมและได้มอบให้ผมและแพ็ทเมื่อปีค.ศ.2005 ถ้าไม่เขียน จะไม่มีใครรู้เบื้องหลังที่แท้จริงของผมเป็นยังไง