Get Adobe Flash player

การเข้าไปในถ้ำ ผมเคยเหมือนกัน โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

คำว่า “ถ้ำ” ไม่ว่าที่ไหนจะต้องผจญกับความมืดและสิ่งต่างๆที่ชอบอาศัยอยู่ในที่มืด มันคือ “ค้างคาว” นั่นเอง สำหรับผมกลับคุ้นเคยกับถ้ำทางใต้ เพราะว่าผมเคยถูกย้ายไปรับราชการอยู่ที่จังหวัดยะลา

ก่อนอื่นนะครับ ผมเป็นคนเกิดที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นจังหวัดที่ไม่มีภูเขา ไม่มีถ้ำ ตอนเรียนมัธยมเคยไปเรียนอยู่ที่โรงเรียนประจำจังหวัดปราจีน “ปราจีนราษฎรบำรุง” เป็นโรงเรียนประจำจังหวัด ในระหว่างเรียนมีคุณอาเป็นศึกษาธิการจังหวัด มีตำแหน่งเป็น “ขุนอนุภาษ” จริงๆแล้วท่านใช้นามสกุล “วันประสาท” เหมือนกัน เรื่องของนามสกุลของผมมาจากท่านเจ้าเมืองมณฑลที่สองซึ่งรวมเอา “แปดริ้ว” หรือจังหวัดฉะเชิงเทราเข้าไปด้วย เจ้าเมืองท่านประกาศและมอบนามสกุลซึ่งมาจากคุณปู่ท่านชื่อ “วัน” และเติม “ประสาท” หมายถึงให้(แต่งตั้ง) คือเจ้าเมืองให้ แทนที่จะใช้คำว่า “ให้” เฉยๆ ท่านใช้คำว่า “ประสาท” แทนนั่นเอง

เอาล่ะครับ เกริ่นมาก่อนเพราะว่าที่จังหวัดปราจีนมีภูเขาอีโต้ มองไกลๆคล้ายมีดอีโต้หงายขึ้นยังไงยังงั้น ตอนเรียนหนังสือเคยขี่จักรยานไปกับเพื่อนนักเรียนสาวอยู่ชั้นระดับเดียวกัน ในสมัยนั้นไม่มีบทโรม้านซ์นะครับ จะถือโอกาสไม่ได้ แต่ไปด้วยกันสองคน ผมเป็นคนสุภาพ เธอยิ่งสุภาพกว่า แต่จิตใจผูกพันในรสนิยมหรืออะไรๆมันเป็นเรื่องในสมัยนั้น ที่เขาอีโต้มีถ้ำเหมือนกัน แต่เด็กสมัยนั้นไม่ชอบเขา ไปได้แต่ชะเง้อมองดูหน้าถ้ำเท่านั้น พอผมรับราชการถูกย้ายไปประจำอยู่ที่ศูนย์พัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชนที่นั่น มีเพื่อนชื่อ “ชุม” เธอมีรถจักรยานยนต์พาผมเที่ยวรวมทั้ง “ถ้ำ” ด้วย พอถึงบริเวณหน้าถ้ำ จะมองเห็นขี้ค้างคาวต้อนรับเราเลย เผลอๆมันบินออกมา แต่ส่วนมากจะเกาะห้อยเอาหัวลง แลดูน่าจะเวียนหัว มนุษย์ทำไม่ได้ ตอนเด็กผมเอาสองขาหนีบกิ่งมะม่วงแล้วเอาหัวห้อยลง คุณแม่เห็นร้องอย่าทำอย่างนั้นนะลูกไม่ดี ผมจำจนถึงปัจจุบัน

ย้อนไปถึงถ้ำที่ยะลา ผมได้เข้าถ้ำจริง จึงมีความรู้สึกไปตามข่าวใหญ่ที่เด็กๆไทยไปเข้าถ้ำแล้วหาทางออกไม่ได้ เพราะทางวกวนแถมน้ำเอ่อท่วมอีกต่างหาก สำหรับผมนั้นตกใจเหมือนกัน แต่ผมรู้ดีว่าเด็กๆทำได้ และก็จริงๆ เด็กปลอดภัย ในใจถ้าเป็นเด็กที่ไม่ใช่เด็กไทยคงจะแย่ “เด็กไทยอดทนฉลาดในธรรมชาติ” ในอดีตผมอยู่ในพื้นที่งูเห่าชุกชุมมาก ขนาดนั่งคุยกันมันมาขู่ฟอดๆข้างตัว แต่ผมรู้ว่างูจะฉกได้แค่ลำตัวที่ชูขึ้น เราเพียงขยับให้ห่างหน่อยแล้วมันจะเลื้อยหนีไป เห็นไหมล่ะครับเราอยู่กับธรรมชาติจึงรู้ดีและปลอดภัย

ที่จังหวัดยะลา ผมไปเที่ยวถ้ำหลายแห่ง บางแห่งมืด ไม่มีเครื่องมือเข้าถ้ำ จึงได้แต่เพียงเข้าไปในระยะไม่ไกลและจดจำทางออกเอาไว้ เลยไม่มีเรื่องผจญภัยคอขาดบาดตายเกิดขึ้น แต่พอโตขึ้นมาอยู่อเมริกา ผมชอบไปเที่ยวมลรัฐแถบเซ้าธ์เวสท์คือ นิวเม็กซิโก ผมชอบไปจริงๆ ไปกับแพ็ท ขับรถตะบึงจากแอลเอถึงตอนเหนือของรัฐอริโซน่า ขับไปพักไปใช้เวลาเก้าชั่วโมง จึงตั้งแคมป์ สนุกมาก เห็นคนตั้งแคมป์ลมพัดเต๊นท์กระเด็นหนีวิ่งตามไม่ทันเพราะว่าที่ “แฟกสตาฟ” ลมแรงเป็นพิเศษ คล้ายๆเป็นช่องลม ไม่ไกลจากนั้นมีหลุมอุกาบาต(ดาวตก)หลุมใหญ่โตมโหฬาร ผมไต่ลงไปพอได้สัมผัสของจริงก็เคย แต่ยังไงผมยังไม่เคยลืมถ้ำที่อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ที่เงาะป่าซาไก มีถิ่นฐานและโยกย้ายอยู่ตลอดเวลา ผมโชคดีได้คุยกับ “ซาไก” คนที่พูดไทยได้ เล่าว่าเขาต้องสร้างกระท่อมนอนอาศัยอยู่ชั่วคราว เวลานอนต้องเอาหัวยื่นออกมานอกกระท่อมเพราะว่าเวลาเสือมาจะได้กัดลำคอลากเอาหัวไปไม่ทรมาน หัวหน้าเผ่าซาไกเล่าให้ผมฟัง

ผมเสียดายที่ว่าไม่มีโอกาสเที่ยวถ้ำบริเวณนั้นได้หมด เพราะผมไปรับราชการอยู่สี่ปี ไม่ใช่ไปเที่ยวนะครับ เป็นกำไรชีวิตสุดๆจะหาที่เปรียบไม่ได้ เพราะว่าวันหนึ่งผมพบผู้ก่อการร้ายตัวจริง เขาเดินเป็นกลุ่ม ที่หัวคาดผ้าแดงไว้ที่หน้าผาก ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี “โบกมือ” ให้เขา ชาวบ้านตกใจห้ามผมไม่ทัน รู้ไหมครับ พวกเขาโบกมือให้ผมครับ !