Get Adobe Flash player

ในถ้ำมีศิลปะ โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ในสัปดาห์ที่ผ่านไป มีเรื่องน่าเป็นห่วงกันทั้งเมือง ทุกคนต่างเอาใจช่วยเด็กไทยหาทางออกจากถ้ำไม่ได้ เป็นข่าวใหญ่ระดับโลก เป็นครั้งแรกที่มีนักข่าวต่างชาติพาดหัวข่าวโดยเฉพาะ “ซีเอ็นเอ็น” มีการติดตามข่าวใกล้ชิด ถึงกับบุกไปเจาะข่าวถึงหน้าถ้ำที่เป็นข่าวใหญ่

ในฐานะเคยอยู่เมืองไทยและท่องเที่ยวไปทั่วๆประเทศไทยมาแล้ว ผมจึงมองเห็นภาพชัดเจนว่าถึงคราวจำเป็นมากๆ มนุษย์ย่อมมีจิตเมตตา ต่างพากันไปช่วยเหลือด้วยความยินดี “อาสาสมัคร” โดยไม่คิดเงิน แต่ที่ผมเศร้าใจที่มีผู้เสียชีวิตไปหนึ่งราย ผมขอให้วิญญาณของท่านไปสู่สุขคติ ซึ้งใน น้ำใจ จนกระทั่งตัวเองต้องจบชีวิตลง ผมคิดว่านอกจากมนุษย์มองเห็นแล้วยังมีสวรรค์เห็นอีกแน่นอน ในทัศนคติไทยๆบอกเอาไว้ว่า “กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี” มีจริงมาตลอด

สำหรับผมเองมาอยู่อเมริกา ผมใช้น้ำใจผูกมิตรและแสดงความมีน้ำใจแก่ลูกศิษย์ทางศิลปะมาตลอด ทำให้ธุรกิจทางศิลปะของผมเจริญก้าวหน้าไปถึงในระดับโลกศิลปะได้ มีคนคอยช่วยเหลือตลอดเวลา ที่แปลกๆก็มีเช่นมีคนเอาเงินสดดอลลาร์มาห้อยไว้หน้าประตูบ้านพัก (อพาร์ตเม้นต์ที่เช่าอยู่) เปิดดูมีเงินมากมายที่จะเป็นไปไม่ได้ ผมเก็บไว้หลายสัปดาห์เพราะไม่แน่ใจ แต่เมื่อเอาไปเล่าเรื่องที่เกิดแก่เพื่อนบ้านชาวอเมริกัน ทุกคนแนะนำว่านั่นมันเงินของคุณไปแล้ว และแสดงว่าผู้ให้เขาไม่ต้องการเอาหน้า ให้ด้วยน้ำใจ ทำนองนั้น

ผมมานั่งนึกนอนนึกว่า เอ๊ะ ทำไมมีคนคอยช่วยเหลือให้สิ่งต่างๆแก่ผม ผลปรากฎว่าผมเคยให้เขาก่อนตามอัตภาพของผมมาก่อน เพราะฉะนั้น แม้อเมริกันชนยังเชื่อ นิยมใช้คำว่า “Give” แปะไว้หน้าบ้านของเขาก็มี แสดงว่าอเมริกันกลายเป็นชาวพุทธไปแล้วคือยิ่งให้ยิ่งรวย หลายคนย้อนถามผมว่ายิ่งให้แล้วจะรวยได้ยังไงเนี่ย ผมได้แต่มองหน้าเพื่อนและยิ้มให้ด้วยความสุขใจ ผมเลยคิดว่าเพื่อนของผมต้องเข้าใจผมพูดแน่ๆเลย ทั้งๆที่ไม่เอ่ย ได้แต่แสดงสีหน้าเท่านั้น

เอาล่ะครับ ย้อนถึงเรื่องถ้ำที่เป็นข่าวใหญ่ แต่ว่าถ้ำที่ผมจะพูดถึงมันเป็นถ้ำศิลปะ ถ้ำที่ฝรั่งเศส ที่มีอายุถึงสองหมื่นปี ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของฝรั่งเศส เป็นภาพเขียนภาพฝาผนังถ้ำที่มีชื่อเสียงที่สุดชื่อ “Chauvet Cave” เพราะว่าเขียนอยู่ที่ถ้ำชื่อดังกล่าว ผมเคยไปประเทศฝรั่งเศสจนขนานนามกรุงปารีสให้เป็นบ้านที่สอง ก็ยังไม่เคยไปถ้ำที่ว่า ทุกครั้งที่ไปจะพยายามไปแต่มันขาดปัจจัยทุกครั้ง จึงไม่ได้ไป ถ้าผมได้ทุนทางศิลปะเมื่อไร ผมจะไป ในปัจจุบันผมตกที่นั่งมีความคิดดี ทำโน่นทำนี่ได้แต่ขาดทุนและผู้สนับสนุน ก็เลยทำเท่าที่ทำได้

ที่ยุโรปและอเมริกานิยมกันมากที่จะช่วยเหลือศิลปิน เพราะว่าเขารู้ว่าศิลปินโดยเฉพาะด้านจิตรกรรมภาพเขียน ไม่มีเงิน เขาจึงสนับสนุนให้โลกศิลปะมันเจริญยิ่งขึ้น ที่ยุโรปศิลปินในสังคมทุกคนมองอย่างสรรเสริญ ในอเมริกาก็มีความรู้สึกเช่นกัน คือเขามีเงินแต่เขาทำไม่ได้อย่างอาร์ติส แต่เขามีใจกว้างช่วยสิ่งที่เขามองเห็นความสำคัญคือช่วยศิลปินอย่างบริสุทธิ์ใจ เป็นบรรทัดฐาน ยกตัวอย่างองค์การศิลปะแห่งมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ตั้งกองทุนเอาไว้ช่วยเหลือศิลปินหลายคนรวมทั้งผมเคยได้รับทุนช่วยเหลือศิลปินโดยไม่ต้องรายงานใดๆให้ ศิลปินจะไปทำอะไรเป็นเรื่องของศิลปิน แต่ว่าศิลปินที่ได้รับจะมีคุณสมบัติครบถ้วนในร้อยเปอร์เซ็นต์ จะใช้เงินไปในการสร้างงานศิลปะของตนเองทั้งสิ้น นี่คือหัวใจศิลปินแท้

ผมกะไว้ว่าจะเขียนเรื่องศิลปะในถ้ำ แต่เอาไว้คราวหน้าดีกว่า จะเขียนโดยเฉพาะเลย ส่วนคำว่า “ถ้ำ” ยังไงๆจะแลดูลึกลับอยู่ในตัวของมัน ใครบ้างล่ะครับที่ไม่กลัวความมืด(สนิท) ผมเคยเข้าไปในถ้ำที่รัฐนิวเม็กซิโก อเมริกา เมื่อทุกคนเข้าไปหมดแล้ว เจ้าหน้าที่นำทางจะประกาศว่าต่อไปนี้จะ “ดับไฟ” แล้วนะ ในเวลาประมาณ 5 นาที โอ้โห..พอไฟดับ มันมืดมิดจริงๆครับ ผมยกมือผมดูยังมองไม่เห็นมือ ตกใจเลยแหละครับว่ามันมืดขนาดไหน ตอนเด็กๆผมเคยกลัวความมืด แต่มีแมวเป็นเพื่อน ผมและแมวนอนด้วยกัน พอคุณพ่อคุณแม่ดับไฟ แมวลุกขึ้นเดิน ผมนอนกลัวความมืด จนกระทั่งคุณแม่รู้เลยจุดตะเกียงตามไฟเอาไว้ให้ผมทุกคืน ในปัจจุบันมีบ้านพักมีกระจกเป็นหน้าต่างเต็มไปหมด ปิดหน้าต่างไม่หมด และไม่มีมืดสนิทให้เห็นอีกต่อไป

อยากจะวางแผนเอาไว้ว่าถ้าไปฝรั่งเศสเมื่อไร จะไปดูถ้ำศิลปะที่นั่นให้ได้ ความฝันอาจจะจริงได้ใครจะรู้ ส่วนปัจจุบันคงอ่านหนังสือเรื่องถ้ำต่างๆเอาไว้ก่อนก็ยังดีใช่ไหมครับ !!