Get Adobe Flash player

วันหนึ่งที่ปารีส โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ที่ปารีส ผมเปิดสติวดิโอส่วนตัว ติดต่อกับผู้รักศิลปะชาวปารีส ตั้งอยู่ที่ “”ริวฟอนดารี” ย่านคนปารีส ไม่ค่อยมีผู้อพยพมาปะปน ที่ได้ที่อยู่ดีเพราะผมมีเพื่อนเป็นชาวฝรั่งเศสคอยช่วยแนะนำถิ่นดีๆให้ผมและแพ็ท

“แรมเบิร์ต” เป็นเพื่อนดีคนหนึ่งในชีวิตของผม ซึ่งผมมีเพื่อนเยอะแยะ เขาเป็นเพื่อนที่ดี คอยดูแลและแนะนำว่าอยู่ปารีสต้องทำอย่างไร เช่นที่แน่ๆต้องหัดพูดภาษาฝรั่งเศสให้คล่อง แต่ว่าภาษาฝรั่งเศสไม่ใช่ของง่ายเหมือนภาษาอังกฤษที่เราเคยเรียนมาตั้งแต่อยู่โรงเรียนที่เมืองไทยมาบ้างแล้ว แต่อย่างไรก็ดี ด้วยความจำเป็น ผมจึงพูดภาษาฝรั่งเศสได้ ถ้าไม่พูดเลยจะลำบากเพราะไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษด้วยหรอกครับ

วันหนึ่งที่ปารีส ผมชอบให้เงิน “ขอทาน” ซึ่งเป็นพวกอพยพไม่ใช่คนท้องถิ่น ในระหว่างผมเดินผ่านมุมถนน “ลามอทพิเก้” จะพบเธอยื่นกระป๋องขอสตางค์ ผมเป็นคนใจดี มักหยิบยื่นเงินให้เธอเป็นประจำ เธอยิ้มเห็นฟันเลี่ยมทองเป็นประกายออกมาจากปาก ซึ่งผมไม่ค่อยเห็นใครเลี่ยมฟันทองแล้ว มาเจอที่ปารีสในคนอพยพนี่เอง ที่มุมถนนเดินออกไปอีกนิดจะเจอสถานที่ขายตั๋วรถไฟใต้ดินทุกสาย จะซื้อเที่ยวเดียวหรือทั้งวัน เป็นสัปดาห์ รวมทั้งเดือน ได้ทั้งนั้น ยิ่งซื้อมากยิ่งได้ส่วนลด ผมและแพ็ทนิยมซื้อตั๋วตลอดวัน นึกจะไปไหนมาไหนตลอดวันใช้ได้ทุกสาย สะดวก และประหยัด ขึ้นๆลงๆได้ไม่มีใครมาว่า แต่อย่าลืม ถ้าใครไปปารีสแล้วไม่ซื้อตั๋วรถเมล์ รถใต้ดิน ในระหว่างโดยสารไม่มีใครมาตรวจ แต่ว่าในระหว่างทางออกอาจมีพนักงานมายืนคอยขอดูตั๋ว ถ้าใครทิ้งตั๋วจะโดนให้ไปซื้อใหม่ นี่คือวันหนึ่งอย่าให้พลาด สำหรับเพื่อนผมเป็นเจ้าถิ่น ชอบขึ้นรถฟรีเป็นประจำ เพราะว่าเขารู้จักทางและเป็นเจ้าถิ่น รู้จักนายตรวจดีนั่นเอง ท่านผู้อ่านคิดเอาเองก็แล้วกันว่าสมควรหรือไม่ เป็นผมจะไม่ทำเด็ดขาด เพราะว่าผมชอบทำอะไรถูกต้อง แล้วมันจะถูกต้องไปตลอดชีวิต ชีวิตมีแต่ความสบายจริงไหม?

มีสาวสวยมานั่งขอทาน นี่ก็อีกอย่างหนึ่งมีที่ปารีส แต่ผมสังเกตเธอจะนั่งขอเฉพาะกิจ ขอประเดี๋ยวประด๋าวพอได้เงินพอก็ลุกเดินไปที่อื่น บางครั้งผมไปเจออีกเกือบให้เงินซ้ำ ระหว่างผมอยู่ปารีสผมถือว่า “ผจญภัย” ทุกวัน แต่ที่แน่ๆผมไม่เคยหลงทาง เพราะว่าผมเป็นคนชอบศึกษาและช่างพูด จะถามและศึกษาจากคนที่รู้จัก ฟังข้อคิดเห็นจากคนท้องถิ่นพบว่าคนปารีสไม่เย่อหยิ่งตามคำร่ำลือ แต่เขาไม่ชอบคนพูดภาษาอังกฤษกับใคร! ถ้าใครพูดภาษาฝรั่งเศสกับเขาจะประหลาดใจ มองเห็นชาวฝรั่งเศสพูดด้วยอย่างเป็นกันเองผิดกันคนละคนเลย โดยทั่วๆไปผมคิดว่าชาวฝรั่งเศส “ชาตินิยม” ผมและคนไทยอื่นชอบพูดภาษาอังกฤษแก่ชาวต่างชาติ ถ้าจะเปลี่ยนค่านิยมหันไปพูดไทยๆ อาจเกิด นิยมไทย ตามมาก็ได้ ส่วนตัวผมใช้ชีวิตประจำวัน ผมใช้สองภาษาคือสอนลูกศิษย์เป็นภาษาอังกฤษ ถ้าจะสอนศิลปะเป็นภาษาไทยคงไม่มีใครมาเรียน เพราะว่าผมไม่มีลูกศิษย์ชาวไทยมาสมัครเรียน มีแต่อยู่ที่เมืองไทยแต่ว่าก็ยังผสมไทยกับชาวต่างชาติอยู่ดี

ผมเกิดมาเพื่อศิลปะ เป็นศิลปินด้านทัศนศิลป์และสอนศิลปะอาชีพ มีคนนิยมมาเรียนไม่เคยขาด สัปดาห์นี้มีนักเรียนใหม่มาเรียนอีก หมุนเวียนเปลี่ยนไปในทางที่ดีตลอดเวลา และผมยังได้รับรางวัลสอนศิลปะดีจากซิตี้อีกต่างหาก ความดียกให้ชาวไทยทุกคนครับ