Get Adobe Flash player

การเผยแพร่วัฒนธรรมไทยที่ยาวนานในแอลเอซิตี้ (ครบรอบ 25 ปี) โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมไทย เป็นศูนย์ฯ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งได้ส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย ณ โรงละคร บานสะเดลพาร์ค ของแอลเอซิตี้ จนเป็นที่คุ้นเคยอยู่ในหัวใจของชาวไทยในแอลเอและเมืองใกล้เคียง พูดง่ายๆคือทำจนเป็นที่รู้จักกันในหมู่ผู้ที่รัก “ศิลปะไทย”

ผมในฐานะผู้ริเริ่มโดยมีคณะกรรมการอีกหลายท่านที่อาสาเข้ามาช่วยจัดงานเป็นประจำทุกๆปี รวมทั้งคณะแสดงนาฏศิลป์ไทยหลายๆฝ่ายที่อยู่ในแอลเอ บางปีมีคณะนาฏศิลป์มาจากกระทรวงวัฒนธรรมไทยแห่งประเทศไทย ก็มีมาโชว์ร่วมกับเรา สร้างความคึกครื้นสุดๆเกิดขึ้น ผมยังจำได้ดีที่ชาวไทยในแอลเอได้ชมในครั้งนั้น แต่ที่แน่ๆคือคณะนาฏศิลป์ของ อาจารย์ศิริ รณรงค์ ซึ่งระยะหลังกลายเป็นการแสดงที่สำคัญของงานไปแล้ว สำหรับแอลเอซิตี้ได้จัดให้มีอยู่ในเว็บไซต์ของแอลเอซิตี้ ทำให้ชื่อเสียงวัฒนธรรมไทยอยู่ในอันดับรวมกับนานาชาติอื่นในแอลเอสบายไปแล้วอย่างน่าภูมิใจร่วมกันนะครับ

สำหรับประวัติการจัดงานก็ไม่มีอะไรมาก ในฐานะผมเป็น “นักศิลปะ” จบอาร์ตมาและยึดเป็นอาชีพทางศิลปินไทยในอเมริกานั้น ผมก็ยากอยู่นะครับที่จะตั้งตัวเองเป็นครูสอนศิลปะแก่ชาวอเมริกันได้ แต่ว่านะครับ ผมทำได้มาครบรอบ 33 ปีในปีนี้ ผมภูมิใจที่ทำได้ แต่ว่าน้อยคนนักจะรู้ว่าผมทำได้ ซึ่งผมจะไม่พูดมาก อาศัยดูเอาจากผลงานเท่าที่ผมจะทำได้ ไม่โอ้อวดใครก็แล้วกัน

ผมเกิดมาชอบทำอะไรจริงจังและซื่อสัตย์ เชื่อในเรื่องซื่อกินไม่หมด มันก็จริงเกิดขึ้น แต่ว่ามันต้องใช้เวลานานมาก ในขณะเดียวกันผมและครอบครัวยังต่อสู้กับชุมชนอเมริกันอีกด้วย เพราะว่าผมสอนศิลปะให้แก่อเมริกัน เลยถูกชักชวนให้ไปอยู่ในหมู่ผิวสี ใครๆก็คงรู้ว่าผมพูดถึงอะไร แต่ว่าผมสู้ได้ด้วย ความจริง และ ความถูกต้อง

เรื่องนี้นะครับ ถ้าท่านใดมีแล้วอย่าได้กลัวอะไรใดๆ ความจริงและความถูกต้องต่างๆมันจะช่วยคุณ สุภาษิตไทยว่า “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” ผมเลยรู้จากประสบการณ์จริงแห่งชีวิตนี่เอง ในปัจจุบันเพื่อนบ้านชาวอเมริกันกลายเป็นมิตรที่ดี คนที่ร้ายๆกลับมาเป็นมิตรก็มีเพราะเข้าใจผิดๆมาก่อน เพราะฉะนั้นในถิ่นที่ผมอาศัยอยู่ในปัจจุบัน ผมและแพ็ทกลายเป็นชาวอเมริกันไปแล้วโดยปริยาย สาเหตุเพราะว่า “ภาษาอเมริกัน” และ “การให้ (Give)” นี่คือเทคนิคที่ผมอาศัยอยู่ในอเมริกาได้ในระดับเป็นชาวบ้านธรรมดาของอเมริกันได้อย่างสบายๆ

เมื่อเช้านี้ผมคุยกับชาวอเมริกันเพื่อนบ้านและได้แนะนำเขาเหล่านั้นในบางเรื่องที่ผมรู้ดี มันเป็นเครื่องหมายแสดงว่าผมกลายเป็นคนท้องถิ่นจริงๆไปแล้วโดยไม่รู้ตัว สำหรับผมถือว่าผม เสียภาษี ให้แก่รัฐ ซาวด์ถึงหูอเมริกัน เขาจะยกย่องให้เป็นพลเมืองที่ดี Good Citizen ซึ่งในสังคมอเมริกันเท่าที่ผมรู้นะครับ เขาถือว่าเป็นคนดี

ก่อนจะจบ ผมอยากจะพูดถึงเรื่องสำเนียงบอกภาษาบ้าง เพราะว่ายังไงๆเมื่อเราเดินทางไปไหนๆ เมื่อคุยกับใครที่แปลกหน้า เราอาจบอกสัญชาติได้ก็มี อาทิเช่น อิตาลี, ฝรั่งเศส หรือไทยๆของเรา ผมพบผู้คนมากมายเมื่อไปอาศัยอยู่ที่กรุงปารีส ผมทายสำเนียงได้เลย

เขียนมากฝอยมาก เลยลืมเขียนเรื่องวันวัฒนธรรมไทยไปเลย ปีนี้เราจะฉลองครบรอบยี่สิบห้าปีให้ได้ ก็คงลำบากอยู่นะครับในเรื่องทุนจัดงาน อยากทำแต่ไม่มีทุน อะไรทำนองนั้นแหละครับ โชคดีนะครับ