Get Adobe Flash player

พระราชวังแห่งความรักและความหวัง โดย เอ สุริยะ

Font Size:

ช่วงที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส ร่วมกับบริษัททัวร์ See My Thailand จัดทัวร์ไปเยี่ยมชมโครงการในพระราชดำริของในหลวง วันที่ 1-9 กุมภาพันธ์ 2560 นั้น แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่เราจะพาลูกทัวร์ไปชมคือพระราชวังแห่งความรักและความหวัง หรือที่เรียกว่าพระราชนิเวศมฤคทายวัน ในอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ก็เป็นพระราชวังที่สวยงามและมีประวัติความเป็นมาที่ควรค่าแก่การจดจำเป็นอย่างยิ่งครับ

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายพระรามหก ตำบลห้วยทรายเหนือ ถนนเพชรเกษมอยู่เลยหาดชะอำมาประมาณ 8 กิโลเมตร  เป็นพระตำหนักที่ประทับริมทะเล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โปรดให้รื้อพระตำหนักหาดเจ้าสำราญมาปลูกขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ.2466  มีลักษณะเป็นพระตำหนักแบบไทยผสมยุโรป เป็นอาคารไม้ใต้ถุนสูง สร้างด้วยไม้สักทอง พระตำหนักฝ่ายในอยู่ปีกขวา ทางปีกซ้ายเป็นส่วนของฝ่ายหน้า  ประกอบด้วยพระที่นั่งสามองค์เชื่อมต่อถึงกันโดยตลอด พระที่นั่งองค์แรกคือ พระที่นั่งพิศาลสาคร ซึ่งเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  มีอาคารข้าราชบริพารฝ่ายหน้าเป็นบริวารหลายหลัง และมีแนวระเบียงยื่นลงสู่ทะเลเป็นที่ลงสรงน้ำ พระที่นั่งองค์ถัดมาคือ พระที่นั่งสมุทรพิมาน เป็นที่ประทับของพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระวรชายา และพระที่นั่งองค์สุดท้ายคือ พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์  เป็นอาคารโถงสองชั้นเปิดโล่งใช้เป็นที่ประชุมในโอกาสต่าง ๆ  และเป็นโรงละครซึ่งเคยจัดแสดงละครครั้งสำคัญ  2  ครั้ง  คือ เรื่องพระร่วง และวิวาห์พระสมุทร  พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว 
พระราชนิเวศน์มฤคทายวันแห่งนี้ มีเรื่องราวที่เล่าขานสืบต่อกันมาว่า ครั้งที่พระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี ทรงพระครรภ์นั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงมีความหวังว่าจะได้พระราชโอรส แต่สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี ไม่สามารถมีพระประสูติกาลพระราชโอรสได้ ทำให้ความหวังที่พระองค์ทรงตั้งพระทัยไว้แต่แรกสิ้นสลายไป ถึงกระนั้นพระองค์ท่านก็ทรงอภิบาลพระมเหสีด้วยน้ำพระทัยรักและทรงห่วง โดยยังประทับ ณ พระที่นั่งสมุทรพิมานแห่งนี้ จึงเป็นที่มาของชื่อพระราชวังแห่งความรักและความหวัง

พระราชอุทยานในพระราชนิเวศน์มฤคทายวันแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ตั้งชื่อตามบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทั้งสิ้น คือ สวนเวนิสวาณิช ซึ่งทรงแปลมาจาก The Merchant of Venice ของนักประพันธ์ชื่อก้องโลกชาวอังกฤษ วิลเลียม เช็กสเปียร์ (William Shakespear) เป็นสวนแบบเรอแนสซองส์ (Renaissance) อยู่บริเวณหน้าสุดของเขตพระราชฐานซึ่งสวนแห่งนี้ถือเป็นจุดนัดพบ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน สวนถัดไปคือ สวนศกุนตลา เป็นสวนที่ทอดยาวไปสู่ทางขึ้นที่ประทับ ลักษณะเป็นลานกว้างมีกำแพงต้นเข็มโอบล้อม มีสวนดอกไม้นานาพันธุ์ ในลานกว้างกลางสวนปูด้วยอิฐหกเหลี่ยมใช้เป็นพื้นที่สำหรับจัดเลี้ยงรับรองและพื้นที่แสดงโขน ละครต่างๆ และสวนสุดท้ายคือ สวนมัทนะพาธา จากบทพระราชนิพนธ์เรื่อง มัทนะพาธาหรือตำนานดอกกุหลาบซึ่งได้รับการยกย่องว่า เป็นยอดบทละครพูดคำฉันท์ที่่มีสัมผัสและฉันทลักษณ์ถูกต้อง มีความไพเราะเพราะพริ้งเป็นที่สุด

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ได้เสด็จกลับมาประทับ ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวันอีกครั้งพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสุวัทนาพระวรราชเทวี เมื่อวันที่ 12 เมษายน ถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2468 การเสด็จครั้งนี้เสมือนหนึ่งการเสด็จมาอำลาพระราชนิเวศน์ที่ทรงรักโดยแท้ เพราะหลังเสด็จกลับพระนครไม่นานพระองค์ก็เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2468 ด้วยพระชนมายุเพียง 46 พรรษา หลังจากสมเด็จพระนางเจ้าสุวัทนาพระวรราชเทวี ทรงประสูติพระราชธิดาเพียง 2 วัน โดยพระราชธิดาพระองค์เดียว ทรงพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

ต่อมา ในปี พ.ศ.2484 เจ้าพระยารามราฆพ ได้สร้างพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ถวายเป็นพระราชานุสรณ์ประดิษฐานไว้ ณ ท้องพระโรงพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และได้จัดงานบำเพ็ญพระราชกุศลถวายเป็นพระราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคตของพระองค์ในวันที่ 25 พฤศจิกายนเป็นประจำทุกปี 

อย่าลืมนะครับ ผู้ที่สนใจจะเดินทางในเส้นทางตามรอยพระบาท สามารถสอบถามรายละเอียดและสั่งจองได้ที่ บริษัท My Holidays DBA See My Thailand โทรศัพท์ 626-281-8151 Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
การเดินทางในครั้งนี้ รับสมัครจำนวนจำกัดนะครับ    

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org