Get Adobe Flash player

ทอดน่องท่องวัง..ไกลกังวล โดย เอ สุริยะ

Font Size:

ผมจำได้ว่า ครั้งหนึ่งมีโอกาสได้เข้าชมวังไกลกังวล ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ครั้งนั้น ผมมีความรู้สึกว่า มีบุญเหลือเกินที่ได้เห็นวังไกลกังวล ที่เมื่อได้เยือนแล้วเหมือนห่างทุกข์ ห่างไกลจากความกังวลใดๆ ทั้งปวง  ยิ่งเมื่อได้ฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์ เพลงวังไกลกังวล ซึ่งเป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 26 ซึ่งพระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพลงไว้ในปี พ.ศ. 2500 ให้เป็นเพลงประจำวงดนตรีอัมพรสถานวันศุกร์ หรือ อ.ส.วันศุกร์ เพลงนี้จะต้องบรรเลงเป็นเพลงสุดท้ายของการเล่นดนตรีทุกครั้ง ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายวิชัย โกกิลกนิษฐ เป็นผู้ประพันธ์เนื้อร้องภาษาไทย และ Raul Manglapus อดีตสมาชิกวุฒิสภา ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นผู้ประพันธ์เนื้อร้องภาษาอังกฤษ ส่วนในเรื่องของคำร้องจะเป็นการบรรยายถึงวังที่ประทับที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ห่างไกลจากความทุกข์กังวลใดๆ ประกอบกับมีธรรมชาติที่สวยงาม เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงเคยได้ยินและร้องตามได้ เนื้อเพลงมีดังนี้ครับ

 

อยู่ไกลกังวลชนม์ชื่นฉ่ำ
หาดทรายและน้ำนำไกลเศร้า
ไม่มีหาดไหนงามเทียมเท่า
คลื่นครวญคลอเคล้าวอนรักฝั่ง
ค่ำคืนไม่เหงาเราเริงสุข
ไม่มีความทุกข์ใดมาบัง
ได้ยินแต่เสียงดนตรียัง
สนุกกันทั้งยามค่ำคืน
รุ่งอรุณแล้วฟ้าเรืองเรื่อ
แต่ใจยังเหลือความเริงรื่น
สนุกจริงหนอคลอเสียงคลื่น
โต้ลมฉ่ำชื้นยามพลิ้วผ่าน
โน่นเดือนยังค้างฟ้าลอยเด่น
แต่เราไม่เว้นความสำราญ
แข่งกันคอยรับทิวาวาร
สนุกสนานกันเถิดเอย

แค่ได้อ่านเนื้อเพลงแล้ว ทุกท่านคงจะมองเห็นแต่ความสุข สมชื่อวังไกลกังวลเลยนะครับ

สำหรับประวัติความเป็นมาของวังไกลกังวลแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จากพระคลังข้างที่ เพื่อจัดซื้อที่ดิน บริเวณชายหาดหัวหิน และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวังนี้ขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2469 เพื่อพระราชทานแด่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีพระบรมราชินี โดย หม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร ผู้อำนวยการศิลปากรสถานแห่งราชบัณฑิตยสภา ในขณะนั้นเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง เพื่อใช้งานในการแปรพระราชฐานมาพักในจังหวัดริมทะเล ใช้เวลาในการสร้างประมาณ 3 ปี จึงแล้วเสร็จ โดยรัชกาลที่ 7 ทรงออกพระนามเรียกวังแห่งนี้ว่า สวนไกลกังวล และประทับตราสัญลักษณ์ของวังเมื่อ พ.ศ. 2472 ทั้งนี้ พระองค์ทรงออกนามว่า พระราชวังไกลกังวล ซึ่งหมายถึง สวนที่อยู่ห่างไกลจากความกังวล แต่เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีพระบรมราชโองการประกาศยกเป็นพระราชวัง ดังนั้น จึงยังคงเรียกว่า วังไกลกังวล จนถึงปัจจุบัน
หลังจากนั้น ในสมัยรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รวมทั้ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ ได้ใช้วังแห่งนี้เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานในช่วงฤดูร้อน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ยังมีพระราชประสงค์ที่จะใช้วังแห่งนี้เป็นที่เปลี่ยนพระราชอิริยาบถ หลังเสด็จพระราชดำเนินออกจากโรงพยาบาลศิริราช 
 

ผมจะพาทุกท่านชมภายในบริเวณ ซึ่งประกอบด้วยพระตำหนัก 4 หลังที่มีชื่อคล้องจองและไพเราะอย่างยิ่ง คือ พระตำหนักเปี่ยมสุข พระตำหนักปลุกเกษม พระตำหนักเอิบเปรม และพระตำหนักเอมปรีดิ์ ลักษณะขององค์พระตำหนักนั้น เป็นอาคารคอนกรีตสูงสองชั้น หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผาเคลือบสีน้ำตาลเข้ม ส่วนฐานผนังประดับด้วยหินก้อนใหญ่สีน้ำตาล คล้ายบ้านพักตากอากาศในยุโรป เป็นพระตำหนักที่อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ คล้ายๆ ปราสาทชนบทของฝรั่งยุคก่อน

ด้านข้าง พระตำหนักเปี่ยมสุข มีอาคารขนาดใหญ่หลังหนึ่งเรียกว่า ศาลาเริง เป็นศาลาโล่งสูงสองชั้น สำหรับทรงกีฬา และเป็นสถานที่พระราชทานเลี้ยงในโอกาสต่าง ๆ มี พระตำหนักน้อย อยู่ทางทิศใต้ของพระตำหนักเปี่ยมสุข ซึ่งเดิมเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ ต้นราชสกุลสวัสดิวัตน์ และพระองค์เจ้าหญิงอาภาพรรณี พระบิดาและพระมารดาของ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี โปรดเสด็จฯ ประทับพักผ่อน เมื่อตามเสด็จไปยังหัวหิน และเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอีกด้วย

พระตำหนักปลุกเกษม เป็นตำหนักโปร่ง ๆ ในแบบไทยร่วมสมัย เป็นพระตำหนักที่สร้างขึ้นเพื่อให้หม่อมเจ้าหญิงซึ่งใกล้ชิดในราชสำนัก ได้โดยเสด็จพระราชดำเนินไปตากอากาศด้วย และตำหนักหลังนี้ ยังเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

พระตำหนักเอิบเปรม พระตำหนักเอมปรีดิ์ เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ซึ่งพระตำหนักมีลักษณะชั้นเดียวคู่ฝาแฝด สร้างเป็นแบบบังกะโล สำหรับตากอากาศชายทะเลอย่างแท้จริง

ศาลาเริง เป็นศาลาอเนกประสงค์สำหรับพระราชทานเลี้ยงในโอกาสสำคัญต่างๆ นอกจากนี้ยังใช้สำหรับทรงกีฬา ทรงดนตรี จัดฉายภาพยนตร์ที่ทรงถ่าย รวมไปถึงภาพยนตร์ต่างประเทศ การ์ตูนสำหรับเด็กในพระราชอุปการะ พร้อมจัดงานรื่นเริง และการแสดงต่าง ๆ

ศาลาราชประชาสมาคม เดิมเรียกว่าอาคารอเนกประสงค์ ลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น ใต้ถุนโล่ง ชั้นล่างใช้เป็นลานจัดกิจกรรม ชั้นบนเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ สำหรับให้ข้าราชการเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท โดยไม่ต้องเสด็จฯ กลับกรุงเทพมหานคร เช่น พิธีพระราชทานกระบี่ของนักเรียนนายร้อย ในปี พ.ศ.2556 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกนามว่า “ศาลาราชประชาสมาคม” ซึ่งหมายถึง พระมหากษัตริย์ และประชาชน เกื้อกูลระหว่างกัน เพื่อใช้ในการเสด็จออกมหาสมาคม

วังไกลกังวลแห่งนี้ แม้จะใช้เป็นที่สำหรับประทับแปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 แต่ด้วยความห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ ทำให้พระองค์ต้องใช้วังแห่งนี้เป็นที่ทรงงานด้วยทุกครั้ง และที่นี่ก็ถือเป็นจุดกำเนิดของโครงการพัฒนาชนบทหลายๆ โครงการเลยก็ว่าได้ เช่น โครงการอ่างเก็บน้ำเขาเต่า โครงการชั่งหัวมัน โครงการจัดการศึกษาด้วยระบบทางไกลผ่านดาวเทียม โครงการสร้างถนนสายห้วยมงคล และอื่น ๆ อีกมากมาย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
แม้วันนี้ พระองค์ท่านจะเสด็จสู่สวรรคาลัย แต่สำนักงานวังไกลกังวล ได้เปิดให้ประชาชนได้เข้ามาลงนามถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยขอความร่วมมือให้ประชาชนที่เดินทางมาแต่งกายชุดสุภาพไว้ทุกข์ ขาว-ดำ หรือดำล้วน 

อย่าลืมนะครับ ผู้ที่สนใจจะเดินทางในเส้นทางตามรอยพระบาท สามารถสอบถามรายละเอียดและสั่งจองได้ที่ บริษัท My Holidays DBA See My Thailand  โทรศัพท์ 626-281-8151 Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. การเดินทางในครั้งนี้ รับสมัครจำนวนจำกัดนะครับ    

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org