Get Adobe Flash player

ทอดน่องท่องวังสระปทุม โดย เอ สุริยะ

Font Size:

ท่ามกลางตึกรามใหญ่โตใจกลางเมืองหลวงกรุงเทพมหานคร ที่ดูจะคึกคักทุกช่วงเวลา เพราะในย่านนี้เป็นแหล่งของห้างสรรพสินค้าสุดหรูที่มีคนเช็คอินมากที่สุดในโลก อย่างเช่น ห้างสยามพารากอน ห้างสยามดิสคัพเวอรี่ หรือแม้แต่ห้างมาบุญครองที่เป็นสวรรค์ของนักช้อปต่างชาติที่ชอบจับจ่ายซื้อของราคาไม่แพง แต่จะมีคนรู้บ้างหรือไม่ว่า ยังมีสถานที่สำคัญและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ที่อยู่ในละแวกนี้ และยังเปิดให้เข้าชมอีกด้วย สถานที่นั้นก็คือ "วังสระปทุม" 

ฉบับนี้ผมจะพาเข้าไปชมวังสระปทุมกันครับ และสำหรับคนที่จองทริป Homecoming กับ ททท.และบริษัท See My Thailand ในวันที่ 1-9 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เราจะพาทุกท่านไปชมด้วยตาตัวเองด้วยครับ ซึ่งเดิมทีไม่มีอยู่ในโปรแกรมครับ แต่ทางทีมงานเห็นว่า เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ชมวังที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ถึง 3 เหตุการณ์ด้วยกัน คือ

1. เป็นสถานที่อภิเษกสมรสของสมเด็จพระบรมราชชนกกับสมเด็จพระบรมราชชนนี เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2463

2. เป็นสถานที่จัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสของสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493

3. สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์อ่านประกาศสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ขึ้นเป็น "สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์" พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ในโอกาสพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสด้วย

วังสระปทุมนั้น นอกจากจะมีความงามทางด้านสถาปัตยกรรมแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของอาคารพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าที่สืบทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งพระองค์โปรดพื้นที่บริเวณนี้ตั้ง

แต่ครั้งยังเป็นทุ่งดอกบัวกว้างใหญ่ในหน้าน้ำ และต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 5 ทรงซื้อที่ดินผืนนี้ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ โดยตั้งพระทัยว่าจะยกให้พระราชโอรสคือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จขึ้นครองราชย์ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าจึงขอพระราชทานเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนนี้จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อพระราชทานแด่สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักองค์แรกบนที่ดินแห่งนี้

ในวังสระปทุม ประกอบด้วย 3 พระตำหนักหลักๆ  คือ พระตำหนักเขียว สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับชั่วคราวก่อนสร้างพระตำหนักใหญ่ ที่เรียกว่าพระตำหนักเขียวนั้น เพราะพระตำหนักเป็นสีเขียว ซึ่งเป็นสีของวันพระราชสมภพสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า คือวันพุธ

พระตำหนักเขียว เป็นอาคารบ้านชั้นครึ่งสไตล์บ้านชนบทยุโรป ที่ใช้พื้นที่ว่างใต้โครงหลังคาเป็นห้องและมีชานพระตำหนักยื่นลงไปริมน้ำด้านคลองแสนแสบ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของพื้นที่วังสระปทุม พระตำหนักนี้ใช้ในการประทับพักผ่อนเป็นการส่วนพระองค์

ต่อมา เมื่อสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ เสด็จกลับเมืองไทย หลังจากที่สำเร็จการศึกษาวิชาทหารเรือแล้ว ประมาณ ปี พ.ศ.2459 พระตำหนักใหญ่ จึงสร้างแล้วเสร็จเพื่อรองรับครอบครัวของพระองค์ฯ และสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าก็ได้ทรงย้ายขึ้นไปประทับอยู่บนพระตำหนักใหญ่นี้ด้วย

พระตำหนักใหญ่นี้ มีการออกแบบโดยเน้นประโยชน์ใช้สอยตามการใช้งานที่เป็นบ้านที่มีขนาดการใช้งานพอเหมาะกับจำนวนสมาชิกในบ้าน การออกแบบจะเป็นสไตล์ยุโรป แต่การวางตำแหน่งที่ตั้ง ของตัวบ้านจะใช้ภูมิปัญญาไทย ที่เน้นเรื่องการรับแสงแดด และการไหลเวียนของทิศทางลม ที่มีการออกแบบอย่างลงตัว ประตูหน้าต่างทุกบานสามารถเปิดรับกระแสลมเย็นได้ตลอดวัน

ปัจจุบันสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้โปรดเกล้าฯ ให้จัดพระตำหนักใหญ่เป็นพิพิธภัณฑ์สนองพระราชดำริแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาพระราชกรณียกิจแห่งสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ผู้ทรงมีคุณูปการต่อประเทศชาติและปวงชนชาวไทย ได้รับพระราชทานชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า” เปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชม โดยมีกำหนดการปีละสามเดือนในช่วง ธันวาคมถึงมีนาคมของทุกปี

ส่วนพระตำหนักองค์ที่สามเรียกกันว่า พระตำหนักใหม่  สร้างขึ้นหลังจากสร้างพระตำหนักใหญ่ประมาณ 10 ปี ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของพระตำหนักใหญ่ มีสระน้ำและสวนต้นไม้คั่น พระตำหนักใหม่แห่งนี้ สมเด็จพระบรมราชชนกโปรดให้หม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร ซึ่งทรงสำเร็จการศึกษาทางด้านสถาปัตยกรรมจากประเทศฝรั่งเศสเป็นผู้ออกแบบ เพื่อทรงใช้เป็นที่ประทับของ “ครอบครัวมหิดล”  ที่ขยายใหญ่ขึ้นตามจำนวนสมาชิกของครอบครัวที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันพระตำหนักใหม่แห่งนี้ เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาตั้งแต่ปี 2543

ข้อปฏิบัติในพิพิธภัณฑ์

  • กรุณาแต่งกายสุภาพ สตรีสวมกระโปรง บุรุษสวมกางเกงขายาว ห้ามสวม เสื้อไม่มีแขน และกางเกงขาสั้น สวมรองเท้าสุภาพ
  • กรุณางดถ่ายภาพและวีดิทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • กรุณาฝากสัมภาระทั้งหมด รวมถึงกล้องและโทรศัพท์มือ ที่จุดรับฝากของ (Locker)
  • งดนำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปยังพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org