Get Adobe Flash player

ตามติดทัวร์เส้นทางตามรอยพระบาท ตอนที่ 4 โดย เอ สุริยะ

Font Size:

มาติดตามกันต่อครับ กับเส้นทางทัวร์ตามรอยพระบาท ในโครงการพระราชดำริ ที่ ททท.สำนักงานลอสแอนเจลิส จัดร่วมกับบริษัท See My Thailand ไปเยี่ยมชมโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เช้าวันนี้ คณะทัวร์ของเรา ต่อไปนี้ผมขอเรียกนี้ว่าคณะทัวร์สุขใจนะครับ เพราะทุกคนรู้สึกมีความสุขมากในทริปนี้ครับ วันนี้เราไปอุทยานราชภักดิ์ ในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กันครับ

ที่แห่งนี้ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้กองทัพบกจัดสร้าง “พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยาม” พร้อมจัดสร้างอุทยานประวัติศาสตร์ โดยพระราชทานชื่อให้ว่า “อุทยานราชภักดิ์” ซึ่งเป็นอุทยานที่สร้างขึ้นด้วยความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และเพื่อเป็นการเทิดทูนและประกาศเกียรติคุณสมเด็จพระมหากษัตริย์แห่งสยาม 7 พระองค์ คือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระบามสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งทุกพระองค์ล้วนทรงสร้างคุณูปการที่ยิ่งใหญ่ต่อประเทศชาติ

คณะทัวร์สุขใจได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ คุณอรสา อาวุธคม ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานลอสแอนเจลิสมาก่อน ลูกทัวร์หลายท่านจึงคุ้นเคยกับ ผอ.เตยเป็นอย่างดี พบหน้ากันก็เหมือนได้เจอญาติ ส่งเสียงทักทายและกอดกันอย่างมีความสุข เมื่อไปถึงก็ได้รับฟังการบรรยายถึงประวัติความเป็นมาและได้บรรยากาศที่ฮึกเหิม ทำให้สำนึกรักชาติมาขึ้นไปอีก เพราะนายทหารที่มาบรรยาย รวมถึงนายทหารหลายนายให้การต้อนรับด้วยชุดทหารโบราณ ตั้งแต่ทางเข้าประตูอุทยานราชภักดิ์มาเลยครับ ผู้บรรยายให้พวกเราได้ฟังคือ พันตรีศักดิ์ชาตรี สินธีรประเสริฐ ท่านมีน้ำเสียงหนักแน่น เข้มแข็งสมเป็นชาตินักรบ คณะทัวร์สุขใจของเราฟังเพลินไปเลยล่ะครับ จากนั้น เมื่อรับฟังบรรยายเสร็จสิ้นเรียบร้อย พวกเราได้รับโอกาสพิเศษในการเข้าสักการะอนุสาวรีย์บุรพมหากษัตริย์ทั้ง 7 พระองค์แบบมีพิธีรีตอง โดยมีการถวายพานพุ่มเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัติรย์ทุกพระองค์ จากนั้นก็นั่งรถรางชมสถานที่ภายในบริเวณอุทยานราชภักดิ์ สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ มีการปลูกต้นไม้ประจำจังหวัดของทุกจังหวัดในประเทศไทย ทำให้พวกเราตื่นเต้นกับการมองหาต้นไม้ประจำจังหวัดบ้านเกิดของแต่ละคน ที่สำคัญทำให้เราได้รับความรู้อีกด้วยครับ

เสร็จจากอุทยานราชภักดิ์ คณะทัวร์ของเราเดินทางต่อไปที่ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี ที่อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หนึ่งในโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่เดิมผืนป่าแถบนี้ถูกทำลายกลายเป็นนากุ้งสัมปทาน  จนกระทั่งกรมป่าไม้ได้ยกพื้นที่ส่วนนี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาป่าไม้ปากน้ำปราณบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ วันนี้ผืนป่าได้กลับมาคงความสมบูรณ์ร่มรื่นด้วยพรรณไม้ป่าชายเลนอีกครั้ง คณะของเราได้มีโอกาสฟังการบรรยายจากเจ้าหน้าผู้ดูแลโครงการ และได้เห็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และได้เดินชมป่าชายเลนที่ในทุกวันนี้ มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง ภายในโครงการมีต้นโกงกางประวัติศาสตร์ 2 ต้นที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงปลูกเอาไว้ เมื่อชมกันเรียบร้อยแล้ว คณะทัวร์สุขใจของเราก็ได้มอบเงิน 35,000 บาทเพื่อให้โครงการนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่องต่อไป

สำหรับอาหารกลางวันในวันนี้ เราไปรับประทานอาหารที่บ้านอิสระ เป็นอาหารไทยรสชาติเยี่ยม และมื้อนี้มีเมนูพิเศษที่สรรหามาให้ลูกทัวร์ของเราโดยเฉพาะ เพราะไหนๆ ก็ได้มาเที่ยวหัวหินซึ่งเป็นสถานที่ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยประทับ ณ วังไกลกังวล ซึ่งที่นี่ก็มีเมนูทรงโปรดที่เคยขึ้นโต๊ะเสวยประจำ หนึ่งในนั้นก็มีหมูย่างลุงแต ในตลาดหัวหิน และตะโก้เสวยเบญจพงศ์ ซึ่งผมได้ขอให้ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ช่วยจัดหาให้ลูกทัวร์ของเราได้ลองรับประทานกัน อร่อยกันจริงๆ ครับ และต้องขอบคุณพี่เตย ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ และทีมงานทุกคนที่ดูแลต้อนรับคณะทัวร์สุขใจอย่างเต็มที่ครับ

อิ่มหนำกันแล้ว โปรแกรมต่อไปคือ ไปชมสถานีรถไฟที่คลาสสิคที่สุด และสวยที่สุดในประเทศไทยครับ นั่นก็คือสถานีรถไฟหัวหิน ครับ สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของสถานีรถไฟแห่งนี้คือ พลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ ซึ่งเป็นพลับพลาจตุรมุขที่สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เดิมมีชื่อว่า พลับพลาสนามจันทร์ เพราะเคยตั้งอยู่ในบริเวณพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม

จากนั้นเราเดินทางไปชม พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยมีคุณสรียา บุญมาก รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรีให้การต้อนรับ และเป็นผู้ประสานงานเจ้าหน้าที่ของวังให้เป็นผู้บรรยายให้กับคณะ ซึ่งต้องขอขอบคุณจริงๆ ครับ วันนี้เราได้รับโอกาสพิเศษกว่าครั้งไหนๆ เช่นกัน ในขณะที่คณะเราไปชม ในบริเวณพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ยังอยู่ในขณะปรับปรุง ซึ่งตอนแรกเราคิดว่าโชคไม่ดี แต่ที่ไหนได้ เรามีโอกาสได้ฟัง ครูเต้ยซึ่งเป็นสถาปนิกและผู้คุมงานก่อสร้าง ได้มาเล่าเรื่องราวถึงโครงสร้างของอาคารซึ่งมีลักษณะพิเศษที่ไม่เคยมีการก่อสร้างในลักษณะนี้มาก่อน เพราะอาคารทุกหลังในพระราชนิเวศน์มฤคทายวันสร้างเสร็จภายใน 7 เดือน และไม่เคยมีตำราเล่มไหนที่ระบุหรือมีหลักการในการสร้างเช่นนี้มาก่อน การปรับปรุงจึงต้องอาศัยข้อมูลในประวัติศาสตร์คือศึกษาจากจดหมายโต้ตอบกันระหว่างผู้คุมงานก่อสร้างในสมัยนั้น คือเจ้าพระยายมราช และสถาปนิกชาวต่างประเทศ ซึ่งน่าสนใจมากครับ ที่น่าสนใจอีกเรื่องคือมีการสร้างบรรยากาศในการแต่งตัวของพนักงานในพระราชนิเวศน์แห่งนี้ ให้เหมือนกับอยู่ในสมัยของรัชกาลที่ 6 ปกติก็จะแต่งสีตามวัน แต่ช่วงนี้ไว้ทุกข์จึงต้องแต่งดำกันครับ และนอกจากนี้ยังมีการบรรเลงดนตรีไทยโดยใช้เพลงที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เช่น บทพระราชนิพนธ์สยามมานุสติ ที่มีเนื้อร้องว่า หากสยามยังอยู่ ยั้งยืนยง เราก็เหมือนอยู่คง ชีพด้วย ใครได้มาชมแล้วไม่ซาบซึ้ง ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วครับ จากนั้นก็เดินชมความงามในพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พระตำหนักที่ประทับริมทะเล ที่ได้รับขนานนามว่า “พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้รื้อพระตำหนักหาดเจ้าสำราญมาปลูกขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ.2466 พระราชวังนี้เป็นพระราชวังไม้สักทองสีหวานตั้งเด่นเป็นสง่าหันหน้าออกสู่ทะเล อยู่ท่ามกลางความร่มครึ้มของแมกไม้นานาพันธุ์

การเดินทางของพวกเราในวันนี้ จบลงด้วยความสุขใจสมชื่อคณะทัวร์ครับ เรากลับโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ด้วยความแช่มชื่นหัวใจ พรุ่งนี้เรายังมีความประทับใจรออยู่อีกมากมายครับ พบกันใหม่ฉบับหน้าครับ

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org