Get Adobe Flash player

โฉมใหม่ รถไฟไทย โดย เอ สุริยะ

Font Size:

พอพูดถึงรถไฟไทย อย่าเพิ่งทำหน้าเหยเกครับ บางคนยังยึดติดกับภาพจำเก่าๆ ว่ารถไฟไทยเชย ช้า ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง แต่จริงๆ แล้ว ถ้าเราไม่เร่งรีบอะไร การเดินทางด้วยรถไฟก็ให้คุณค่าทางใจกับนักท่องเที่ยวหลายอย่างเหมือนกันนะครับ เหมือนกับลองทำให้ชีวิตที่เคยเร่งรีบ เปลี่ยนเป็นใช้ชีวิตแบบ Slow life อยู่กับตัวเองมากขึ้น มีเวลานั่งคิดนอนคิด ใช้สมองตรึกตรองเรื่องราวต่างๆ แบบไม่เร่งรีบ เผื่อจะทำให้ปัญหาต่างๆ ที่ไม่คิดว่าจะแก้ไขได้ กลับแก้ได้อย่างง่ายดายไม่น่าเชื่อ

ณ ขณะนี้ โฉมใหม่รถไฟไทย มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงรูปแบบใหม่ สดใส ไฉไลกว่าเดิม การรถไฟแห่งประเทศไทยเพิ่งเปิดเส้นทางเดินรถ 4 สาย โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้พระราชทานชื่อขบวน และพระราชทานอนุญาตให้เชิญชื่อพระราชทานประดับที่ตู้โดยสารรถไฟ คือ สายที่ 1 “สายอุตราวิถี” กรุงเทพฯ-เชียงใหม่-กรุงเทพฯ สายที่ 2  “สายอีสานวัตนา”  กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี-กรุงเทพฯ สายที่ 3 “สายอีสานมรรคา” กรุงเทพฯ-หนองคาย-กรุงเทพฯ และสายสุดท้าย “สายทักษิณารัถย์” กรุงเทพฯ -หาดใหญ่-กรุงเทพฯ

สำหรับขบวนรถโดยสารรุ่นใหม่ แต่ละขบวนประกอบด้วย รถพ่วงเป็นรถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 1 รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 2 ในจำนวนนี้มีรถสำหรับผู้พิการ 1 คัน รถโบกี้ขายอาหารปรับอากาศ และรถกำลังไฟฟ้า (Power Car) ที่สามารถทำให้ขบวนรถไฟขบวนนี้เป็นขบวนรถที่ช่วยลดปัญหามลภาวะทางอากาศ อีกทั้งยังประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัยครบครัน อาทิ ห้องน้ำระบบสุญญากาศ ระบบกันสะเทือนแบบรถไฟความเร็วสูง ระบบทีวีแจ้งเตือน ปลั๊กไฟบริการทุกที่นอน จอทีวีส่วนตัวสำหรับผู้โดยสารชั้น 1 กล้องวงจรปิดควบคุมความปลอดภัย รถสำหรับคนพิการ เห็นหรือยังครับ ว่ารถไฟไทยมีการยกระดับ และพัฒนาขึ้นมากจริงๆ มีการเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ในขบวนรถให้สะดวกสบาย และเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงมีกลิ่นอายแบบวินเทจ และมีความคลาสสิค ซึ่งยังคงเสน่ห์ของการเดินทางโดยรถไฟอยู่ แค่เราเริ่มต้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพง สถานีสุดคลาสสิคที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มานานนม  ก็ทำให้หลงเสน่ห์ของการเดินทางแบบนี้ เอ๊ะ..ชักอยากนั่งไปเที่ยวแล้วสิ!

มารู้จักโฉมใหม่ของรถไฟไทยกันเถอะ

นอกจากความสะอาดอ่องเอี่ยมเรี่ยมเร้เรไรของขบวนรถไฟทั้งภายนอกและภายในโบกี้แล้ว ยังเสริมความไฉไลด้วยเบาะกำมะหยี่สีแดงสด มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น รวมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกแบบที่เราต้องลืมรถไฟแบบเดิมๆ ไปเลย

เรามาทำความรู้จักรถไฟไทยแบบสัมผัสกันอย่างเจาะลึกเลยนะครับ เริ่มจาก รถปรับอากาศนั่งและนอน ชั้นที่ 1 ก่อนเลย รถไฟแบบนี้เหมาะสำหรับการเดินทางแบบครอบครัว เพื่อนสนิท เพราะมีความเป็นส่วนตัว และสะดวกสบายมากมายเลยจริงๆ ครับ โดยมีการออกแบบห้องส่วนตัวที่อยู่ได้ห้องละ 2 คน และมีประตูเชื่อมห้องที่สามารถเปิดพื้นที่ได้กว้างขึ้น เหมาะสำหรับผู้เดินทางที่ต้องการใช้เวลาอันมีค่าด้วยกัน

รถปรับอากาศนั่งและนอน ชั้นที่ 1 นี้ มีห้องโดยสารทั้งหมดจำนวน 12 ห้อง รวม 24 เตียง มีปลั๊กไฟ ไฟหัวเตียง และจอสัมผัสทุกเตียงนอน ห้องสุขา 2 ห้อง ห้องอาบน้ำอุ่น 1 ห้อง ตาแมว ปุ่มเรียกพนักงาน และกล้องวงจรปิดเพื่อความปลอดภัย ผู้โดยสารยังสามารถสั่งอาหารจากตู้เสบียง มีบริการส่งถึงหน้าห้องอีกด้วย

แต่ถ้าใครเห็นว่าชั้น 1 ราคาแพงเกินไป เรามีอ๊อบชั่นให้เลือก ราคาถูกลงมาอีกหน่อยครับ คือ รถปรับอากาศนั่งและนอน ชั้นที่ 2 สำหรับรถไฟชั้นที่ 2 นี้ สามารถรองรับผู้โดยสารได้คันละ 40 ที่นั่ง มีเตียงทั้งหมด 20 เตียง แต่ละเตียงมีปลั๊กไฟและไฟหัวเตียง ห้องสุขา 2 ห้อง จอแสดงข้อมูลรถ 4 จอต่อคันและกล้องวงจรปิดเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีส่วนที่รองรับผู้พิการให้สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น  มีลิฟท์สำหรับยกรถวีลแชร์ มีทางเดินที่กว้างพอให้รถวีลแชร์เคลื่อนผ่านได้มีอักษรเบรลล์ มีพื้นที่รับประทานอาหารและห้องสุขาสำหรับผู้พิการโดยเฉพาะ ที่สำคัญมีวีลแชร์สำรองให้บริการอีกด้วย

มาถึงโซนสำคัญ นั่นคือตู้เสบียงปรับอากาศ ในระหว่างการเดินทาง หากผู้โดยสารหิว ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอะไรรับประทานเลยครับ เพราะในตู้เสบียงแห่งนี้มีทั้งอาหารคาว ของหวาน ของขบเคี้ยว และเครื่องดื่ม ตู้เสียงนี้จะอยู่ในช่วงกลางของขบวนครับ

ระบบความปลอดภัย บนรถไฟก็มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีและรัดกุมมากกว่าเดิม เพราะมีระบบดิสก์เบรค และระบบแจ้งเตือนประตูปิดไม่สนิท ไฟฉุกเฉินในขบวนรถ ถังดับเพลิง ล็อคเตียงชั้นบน กระจกนิรภัย ทางเดินเสมอระดับเชื่อมระหว่างตัวรถ และกล้องวงจรปิด ที่สำคัญที่สุด มีไวไฟให้บริการฟรีในทุกพื้นที่ของขบวนรถอีกด้วยนะ

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายท่านคงอยากทราบราคาว่าแพงมั้ย ค่าโดยสารไม่ได้แพงเว่อวังอลังการอย่างที่หลายคนคิด  เพราะถ้าแพงมาก คนคงหนีไปขึ้นเครื่องบินกันหมด การรถไฟแห่งประเทศไทยได้กำหนดอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม คือ สายอุตราวิถี รถปรับอากาศนั่งและนอน ชั้นที่ 1คือ เตียงบน 1,253 บาท เตียงล่าง 1,453 บาท รถปรับอากาศนั่งและนอน ชั้นที่ 2 เตียงบน 791 บาท เตียงล่าง 881 บาท สายอีสานวัตนา รถปรับอากาศนั่งและนอน ชั้นที่ 1คือ เตียงบน 1,120 บาท เตียงล่าง 1,320 บาท รถปรับอากาศนั่งและนอน ชั้นที่ 2 เตียงบน 731 บาท เตียงล่าง 821 บาท สายอีสานมรรคา รถปรับอากาศนั่งและนอน ชั้นที่ 1คือ เตียงบน 1,157 บาท เตียงล่าง 1,357 บาท รถปรับอากาศนั่งและนอน ชั้นที่ 2 เตียงบน 748 บาท เตียงล่าง 838 บาท และสายทักษิณารัถย์ รถปรับอากาศนั่งและนอน ชั้นที่ 1คือ เตียงบน 1,394 บาท เตียงล่าง 1,594 บาท รถปรับอากาศนั่งและนอน ชั้นที่ 2 เตียงบน 855 บาท เตียงล่าง 945 บาท รู้ราคาแล้วอยากลองนั่งรถไฟเลยใช่มั้ยครับ
ถ้าสนใจเดินทางกัน สามารถสอบถามรายละเอียดการเดินทาง ตารางเวลาเดินรถ และข้อมูลต่างๆ ได้ที่ CALL CENTER 1690 ตลอด 24 ชั่วโมงเลยนะครับ

 

 

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org