Get Adobe Flash player

เยือนศิลป์ถิ่นเหนือ โดย เอ สุริยะ

Font Size:

ปีใหม่ไทยๆ เวียนมาอีกแล้ว ขออวยพรให้ผู้อ่านทุกท่านมีความสุขความเจริญ ด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ คิดหวังสิ่งใดในทางที่ดีงาม ถูกต้องตามครรลองคลองธรรม ก็ขอให้สมปรารถนาทุกประการนะครับ

ฉบับนี้ผมจะพาเที่ยวชมงานศิลปะในภาคเหนือกันนะครับ ท่องเที่ยวในภาคเหนือ ยังคงมีเสน่ห์ล้ำลึกในอีกหลาย ๆ แง่มุม ผมจะพาไปเยือน “อาณาจักรศิลปิน ถิ่นนักออกแบบ”  คุณทราบมั้ยว่า ในภาคเหนือของเราเป็นแหล่งรวมตัวของศิลปิน ช่างศิลป์มากมายที่สร้างสรรค์งานศิลป์ออกมาในหลายรูปแบบ มีทั้งศิลปะที่สะท้อนภูมิปัญญาในท้องถิ่นเก่าแก่ มาจนถึงศิลปะแบบร่วมสมัย สื่อให้เห็นถึงการปรับตัวเข้ากับยุคสมัยและวัฒนธรรมในยุคปัจจุบัน ผมไปแอ่วเมืองเหนือทีไร ก็ได้ความประทับใจกลับมาทุกทีครับ ที่แรกที่ผมจะพาไปอยู่บริเวณย่านถนนนิมมานเหมินทร์ จังหวัดเชียงใหม่  หลายๆ คนคงแปลกหู แปลกตา ว่าแหล่งงานศิลป์ทำไมมาอยู่ในซอยนิมมานเหมินทร์ซึ่งฟังดูน่าจะเป็นแหล่งการค้าของเมืองหรือแหล่งที่พักอาศัยซะมากกว่า ในย่านถนนนิมมานเหมินทร์แห่งนี้ หลายปีก่อนได้เกิดการรวมตัวของนักออกแบบ ศิลปินทั้งในเมืองเชียงใหม่และกรุงเทพฯ ภายใต้แนวความคิดที่จะใช้พื้นที่บริเวณถนนนี้เปิดเป็นร้านค้าของตกแต่งบ้าน งานศิลปะ และหอศิลป์ โดยไม่มีร้านค้าประเภทอื่นปะปน เพื่อสร้างเอกลักษณ์ของพื้นที่ให้เด่นชัด เป็นถนนสายนักออกแบบและงานศิลป์อย่างแท้จริง ร้านรวงต่าง ๆ ของนิมมานเหมินทร์ ซอย 1 จึงถูกตกแต่งอย่างสวยงาม กลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของการซื้อขายสินค้าตกแต่งบ้าน ตั้งแต่ชิ้นเล็กราคาไม่แพงไปถึงชิ้นใหญ่ราคาหลักหมื่นหลักแสนบาท และเป็นงานศิลป์พื้นเมืองหรืองานออกแบบแนวร่วมสมัยอันโดดเด่น

ต่อมาย่านนี้เริ่มขยายตัวมากขึ้น กลายเป็นแหล่งรวมของร้านกาแฟเก๋ ร้านขายของที่ระลึก ร้านกินดื่ม ซึ่งล้วนแล้วแต่มีการตกแต่งร้านสวยงามทันสมัยรวมทั้งเก๋ไก๋อยู่ในที ใครไปใครมาก็ต้องแวะช้อป แชะ ชิมตลอดเวลาเลยครับ นอกจากนี้ แหล่งที่รวบรวมศิลปินอีกแห่งในเชียงใหม่ คือ บ้านจ๊างนัก ซึ่งก่อตั้งเมื่อ 20 ปีก่อนโดยสล่า (ช่าง) จากบ้านบวกค้าง ได้รวบรวมเพื่อน ลูกศิษย์และช่างแกะสลักฝีมือดีในหมู่บ้าน ก่อตั้งเป็นกลุ่มแกะสลักไม้แบบล้านนาขึ้น และด้วยความสนใจในเรื่องช้างอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของภาคเหนือ และเมืองไทย สล่าเพชร วิริยะได้พัฒนารูปแบบการแกะสลักรูปช้างให้ดูมีชีวิตชีวา จนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว และเป็นที่รู้จักกนดีในนามของสล่าเพชรแห่งบ้านจ๊างนัก ถ้ามีโอกาส ก็สามารถซื้อช้างไม้แกะสลักที่เสมือนจริงมาประดับบ้านซักเชือกสองเชือกนะครับ มีช้างที่อยู่ในท่าทางที่น่ารักน่าเอ็นดูมากมายเลยเชียว

บ้านจ๊างนักเป็นสถานที่รวบรวมสล่าเมืองเหนือซึ่งเชี่ยวชาญในการแกะสลักไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแกะสลักรูปช้าง ทุก ๆ วันจะมีสล่าหนุ่มใหญ่และหนุ่มน้อย นั่งแกะสลักทำงานกันเกือบทั้งวัน ในบริเวณยังมีเรือนล้านนาโบราณ จัดแสดงงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับช้าง เช่น ช้างไม้แกะสลัก จิตรกรรม หรือผ้าทอ เป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเอกชน ซึ่งเป็นที่รู้จักดีอย่างแพร่หลาย ภายในบ้านจ๊างนักแห่งนี้ ล้วนเต็มไปด้วยไม้แกะสลักรูปช้างนับพันตัวทั้งขนาดเท่าของจริง และจำลองย่อส่วนลดหลั่นกันหลายขนาด ล้วนเป็นงานที่แกะสลักถ่ายทอดอิริยาบทและลีลาความเคลื่อนไหวออกมาอย่างมีชีวิต

ไปจังหวัดอื่นกันบ้างครับ จากเชียงใหม่เราจะเดินทางไปหาศิลปินที่จังหวัดลำปางกันบ้าง ที่นี่มีชื่อเสียงในเรื่องการทำเซรามิก หลายคนคงรู้จักชามตราไก่กันดี จริงๆ แล้ว ชามตราไก่ อาจเป็นเพียงเครื่องครัวธรรมดาๆ สามัญที่ทุกบ้านทุกภาคของประเทศไทยคุ้นเคย แต่สำหรับเมืองลำปางแล้ว ชามตราไก่คือบทแรกเริ่มความเป็นมาของเซรามิก (เครื่องเคลือบดินเผา) หลากหลายดีไซน์และการใช้สอย อันเป็นสินค้าส่งออกที่มีชื่อเสียงที่ดีของลำปางในปัจจุบันเลยล่ะครับ เพราะที่ลำปางเป็นแหล่งดินขาวเนื้อดี ชาวจีนกลุ่มหนึ่งได้อาศัยความรู้ความชำนาญจากบ้านเกิด สร้างโรงงานขนาดเล็กผลิตเครื่องเคลือบดินเผาขึ้นในครัวเรือนโดยใช้ฟืนและเตาเผา ผลิตถ้วยตราไก่อันเป็นสัญลักษณ์ในตราประจำจังหวัดลำปางขึ้นจำหน่าย ต่อมาก็ได้เริ่มมีการผลิตลวดลายอื่นขึ้นมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่าตราไก่

ทุกวันนี้มีโรงงานผลิตเซรามิกเกิดขึ้นมากมายในจังหวัดลำปางถึงกว่า 300 แห่ง มีการพัฒนารูปแบบและลวดลาย จากชาม จาน ถ้วย ไปถึงกระถาง โอ่ง ไห ตุ๊กตาประดับสวนหย่อมและของกระจุกกระจิกของที่ระลึกอีกมากมาย ถ้าสนใจก็อย่าลืมซื้อชามคลาสสิคๆ มาเป็นสมบัติของตัวเองกันนะครับ

จากลำปาง ไปเยือนเมืองหลวงแห่งแรกของไทยกันบ้าง มาที่นี่ต้องพกเงินมาเยอะๆ หน่อยครับ เพราะผมจะพาคุณๆ ไปซื้อทองที่จังหวัดสุโขทัย พาไปซื้อเครื่องทองศรีสัชนาลัย ที่เมืองศรีสัชนาลัยเป็นเมืองช่างทองฝีมือประณีต ชาวศรีสัชนาลัยประดิษฐ์ทองรูปพรรณที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยการถักเส้นทองทีละเส้นประดับลูกประคำ เม็ดมะยมหรือประดับลงยา โดยได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายปูนปั้นโบราณและเครื่องสังคโลกอันเป็นวิถีเดิมของชุมชน  การทำเครื่องประดับทองของเมืองศรีสัชนาลัยนั้น เล่ากันว่ามีจุดเริ่มต้นจากสร้อยสำริดโบราณเส้นหนึ่งซึ่งถักสานเป็นสร้อยลายสี่เสา เมื่อผ่านตาช่างทองตระกูลวงศ์ใหญ่ จึงก่อให้เกิดความคิดที่จะแกะลายแล้วถักสานขึ้นมาใหม่ด้วยเส้นทอง ต่อมามีผู้นำลวดลายปูนปั้นโบราณจากผนังวัดนางพญาในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยมาเป็นต้นแบบต่อเติมความงามจนลงตัว

ปัจจุบันร้านทองในศรีสัชนาลัยได้พัฒนาต่อยอดเพิ่มรูปแบบของเครื่องทองให้มีความหลากหลาย นอกจากจะทำเครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ กำไล แหวน และเข็มกลัดแล้ว ยังมีเสื้อถักทองคำ ปิ่นโต เชี่ยนหมาก และเนกไทด้วย ซื้อทองกันเสร็จแล้ว เราจะไปดูเครื่องสังคโลกสุโขทัย กันต่อครับ

สังคโลก เป็นชื่อเรียกเครื่องปั้นดินเผาที่มีการเคลือบผิวและเขียนลวดลายสวยงาม ซึ่งเทคนิคการเคลือบ การทำลวดลายและการเผาเหล่านี้ ได้ผ่านการพัฒนามาเป็นระยะเวลาหลายร้อยปีดังปรากฏแหล่งเตาเผาที่อำเภอเมืองสุโขทัย และอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

ในเขตอำเภอเมือง สามารถชมเครื่องสังคโลกโบราณได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง และพิพิธภัณฑ์สังคโลก หากต้องการเลือกซื้อเครื่องสังคโลกปัจจุบัน มีร้านค้าในตัวเมืองให้เลือกหลายร้าน เช่น อาณาจักรพ่อกูสังคโลก ซึ่งมีการจัดแสดงของโบราณ และการสาธิตกระบวนการผลิตเลียนแบบโบราณ และจำหน่ายเครื่องสังคโลกทั้งของชิ้นเล็กไปจนถึงงานขนาดใหญ่ เช่น รูปปั้นครุฑ เป็นต้น นอกจากนี้ มีร้านสุเทพสังคโลกและร้านอุษาสังคโลกซึ่งสามารถชมการสาธิตการผลิตสังคโลกแบบโบราณได้เช่นกัน

อำเภอศรีสัชนาลัยมีหลักฐานที่แสดงว่า เครื่องสังคโลกจากเมืองศรีสัชนาลัยในอดีตเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ เป็นที่ยอมรับในคุณภาพและความสวยงาม ส่งจำหน่ายไปไกลถึงญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ในปัจจุบันยังพบซากเตาเผาหรือเตาทุเรียงมากกว่า 500 เตาในบริเวณถนนยาว 1 กิโลเมตร แสดงให้เห็นถึงการพัฒนากระบวนการผลิตขั้นสูงสุดในยุคนั้น ปัจจุบันมีการจัดตั้งเป็นศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาสังคโลก (เตาทุเรียง) นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมและเลือกซื้อหาเครื่องสังคโลกเป็นของที่ระลึกกลับบ้านได้ครับ

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org