Get Adobe Flash player

อีสานแซ่บนัว โดย เอ สุริยะ

Font Size:

สวัสดีครับ อาทิตย์แต่ละอาทิตย์ผ่านไปไวจริงๆ นะครับ ปีหนึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว ใครที่คิดจะเที่ยวเมืองไทย แล้วยังไม่ได้ไปก็ต้องหาเวลาไปนะครับ มัวแต่ผัดวันประกันพรุ่ง เดี๋ยวไม่มีเรี่ยวแรงเดินทางนะครับ

ฉบับนี้ คิดไปคิดมาว่าจะเขียนอะไรดี มีน้องๆ มาชวนไปกินส้มตำ อยู่ๆ ก็เลยนึกถึงภาคอีสานขึ้นมาทันที เพราะช่วงนี้เริ่มที่จะย่างเข้างานประเพณีสำคัญๆ ทางภาคอีสานมากมายเลยครับ

ไปเที่ยวภูมิภาคอีสาน นอกจากเราจะได้เห็นวัฒนธรรมประเพณีที่ชาวอีสานยังคงอนุรักษ์และสืบสานประเพณีมาจนถึงปัจจุบันแล้ว เรายังคงได้เห็นภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน เช่นภาพของคนเหวี่ยงแหจับปลาในหนอง คลอง บึง ได้เห็นภาพคนทอผ้าไหมตามหมู่บ้านต่างๆ ภาพของคนเกี่ยวข้าวทำนา หรือแม้กระทั่งภาพของการใส่บาตรพระในยามเช้า

เสน่ห์อีสานต่างๆ เหล่านี้เป็นภาพที่นักท่องเที่ยวใฝ่ฝันที่อยากจะได้ไปเห็น ได้ไปสัมผัสวิถีไทยแบบอีสาน และเมื่อได้ไปเยือนแล้ว ก็จะพบว่าอีสานแซ่บนัวจริงๆ เพราะเราจะได้เห็นทั้งความสุข ความสวยงาม ของวัฒนธรรม ประเพณี และความเป็นอยู่ที่มีสีสันและมีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร

ในช่วงจากนี้เป็นต้นไป เมื่อเข้าสู่เดือนพฤษภาคม ไปจนถึงเดือนกรกฎาคม สีสันของงานประเพณีที่เกิดจากงานบุญฮีตสิบสองคองสิบสี่ ก็จะเริ่มมีสีสันและมีความสนุกสนานมากขึ้นในหลายๆ จังหวัดในภาคอีสาน เริ่มจากงานบุญบั้งไฟยโสธร (11-14 พฤษภาคม 2560) สีสันของงานจะอยู่ที่ขบวนแห่บั้งไฟจากคุ้มวัดต่างๆ มีการแห่บั้งไฟโบราณ บั้งไฟแฟนตาซี ที่น่าสนุกก็จะได้เห็นนางรำที่อยู่ในขบวนแต่งกายสวยสดงดงามออกมาเซิ้ง มาฟ้อนกันอย่างงดงาม

สำหรับงานประเพณีบุญบั้งไฟ มีประวัติความเป็นมาตามความเชื่อของชาวอีสาน โดยมีตำนานมาจากนิทานพื้นบ้านของภาคอีสานเรื่องพระยาคันคาก เรื่องผาแดงนางไอ่ ซึ่งในนิทานพื้นบ้านดังกล่าวได้กล่าวถึง การที่ชาวบ้านได้จัดงานบุญบั้งไฟขึ้นเพื่อเป็นการบูชาพระยาแถน หรือเทพวัสสกาลเทพบุตร ซึ่งชาวบ้านมีความเชื่อว่า พระยาแถนมีหน้าที่คอยดูแลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล และมีความชื่นชอบไฟเป็นอย่างมาก หากหมู่บ้านใดไม่จัดทำการจัดงานบุญบั้งไฟบูชา ฝนก็จะไม่ตกต้องตามฤดูกาล อาจก่อให้เกิดภัยพิบัติกับหมู่บ้านได้

จากนั้นในช่วงเดือนมิถุนายน เทศกาลผีตาโขนที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ก็เหมือนจะเป็นสีสันและเทศกาลที่ชวนให้ไปสัมผัสเสน่ห์เมืองเลยได้เป็นอย่างดีเลยครับ

เทศกาลผีตาโขน ถือเป็นส่วนหนึ่งในงานบุญประเพณีใหญ่หรือที่เรียกว่า "งานบุญหลวง" หรือ "งานบุญผะเหวด" ซึ่งตรงกับเดือน 7 มีขึ้นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และจัดเป็นการละเล่นที่ถือเป็นประเพณีทุกปี เกี่ยวโยงกับงานบุญพระเวสหรือเทศน์มหาชาติประจำปีกับพระธาตุศรีสองรัก ปูชนียสถานสำคัญของชาวด่านซ้าย เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ โดยมีขบวนแห่ผีตาโขน โดยแต่งกายคล้ายผีและปีศาจใส่หน้ากากขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยทำจากหวดนึ่งข้าวเหนียวมีลวดลายที่งดงามแตกต่างกันไป ผู้แต่งกายเป็นผีตาโขน ก็จะเดินเต้นรำกันอย่างสนุกสนานแกว่งหมากกะแหล่งให้เกิดเสียงดังในขบวนแห่ที่แห่ยาวไปตามท้องถนน หยอกล้อเล่นกับนักท่องเที่ยวไปตลอดทาง

งานแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี เป็นอีกงานหนึ่งที่เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมของทุกปี จังหวัดอุบลราชธานี ดินแดนแห่งปราชญ์ทางพระพุทธศาสนา เป็นถิ่นกำเนิดของพระอาจารย์ทางวิปัสนา คือ พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล เป็นต้น กล่าวกันว่า เมืองอุบลราชธานีเป็นต้นรากแห่งการขยายพระพุทธศาสนาและวัดวาอาราม ให้แพร่หลายยิ่งกว่าในทุก หัวเมืองในภาคอีสาน
เดิมงานประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี มีจัดเฉพาะตามคุ้มวัดต่างๆ เท่านั้น จนกระทั่งปี พ.ศ. 2444 เมืองอุบลราชธานีจัดงานบุญบั้งไฟ โดยทุกคุ้มจะนำบั้งไฟมารวมกันที่วัดหลวง ริมแม่น้ำมูล มีการแห่บั้งไฟไปรอบเมืองและจุดขึ้นไปบนท้องฟ้าทำให้เกิดอุบัติเหตุ บั้งไฟตกลงมา ถูกชาวบ้านตายในงาน มีการชกต่อย ตีรันฟันแทงกัน ก่อเหตุวุ่นวายไปทั้งงาน กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ผู้สำเร็จราชการเมืองอุบลฯ สมัยนั้น ให้ยกเลิกงานประเพณีบุญบั้งไฟเสีย แล้วให้มาจัดงาน ประเพณีแห่เทียนพรรษาแทน ในสมัยแรกๆ นั้นไม่มีการประกวดเทียนพรรษา แต่ชาวบ้านจะกล่าว ร่ำลือกันไปว่า เทียนคุ้มวัดนั้นงาม เทียนคุ้มวัดนี้สวย  ผู้สำเร็จราชการเมืองอุบลฯ จึงเห็นควรให้มีการประกวดเทียนพรรษาก่อน แล้วแห่รอบเมือง ก่อนจะนำไปถวายพระที่วัด

โดยชาวบ้านในแต่ละคุ้มวัดก็จัดตกแต่งต้นเทียนของวัดตนให้สวยงาม นำมารวมกันที่บริเวณทุ่งศรีเมืองเพื่อประกวดแข่งขันกัน จากงานของชาวบ้านก็พัฒนามาสู่การสนับสนุนอย่างจริงจังจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยโดยให้งานประเพณีแห่เทียนพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานีเป็นงานประเพณีระดับชาติ มาจนถึงทุกวันนี้

เมื่อมีโอกาสได้เดินทางไปอีสานกันแล้ว ก็อย่าลืมไปร่วมงานประเพณีด้วยนะครับ เราจะได้เห็นวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์และไม่มีใครเหมือน จะได้สัมผัสอีสานเดินทางท่องเที่ยวแบบเก๋ไก๋ สไตล์ลึกซึ้ง ที่พลาดไม่ได้คือ การได้ไปชิมอาหารอีสานที่แซ่บนัว ครบทุกรส ถ้าคุณผู้อ่านได้ไปเยือนแล้วล่ะก็ อย่าลืมเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ ว่าแซ่บนัวจริงบ่!

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org