Get Adobe Flash player

ชมวัดงามในเชียงราย โดย เอ สุริยะ

Font Size:

คนไทยเป็นคนพุทธ ธรรมะธรรมโม เข้าวัดทำบุญตักบาตรกันเป็นประจำ วัดในเมืองไทยจึงมีมาก แต่วันนี้ นอกจากผมจะไม่ได้เข้าวัดเพื่อไปทำบุญเพียงอย่างเดียว แต่ผมจะพาคุณผู้อ่านทุกท่าน ไปชมวัดสวยๆ ในเชียงรายกันครับ

ทุกคนคงจะปฏิเสธไม่ได้นะครับ ว่าไม่รู้จักวัดร่องขุ่นของอาจารย์เฉลิมชัย โฆสิตพิพัฒน์ วัดที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรู้จักกันดีในชื่อ White temple หรือวัดสีขาว วัดร่องขุ่นมีชื่อเสียงระดับโลกแล้ว โดยอาจารย์เฉลิมชัย มีความปรารถนาจะสร้างวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ที่มนุษย์สัมผัสได้ ซึ่งในปัจจุบัน ยังคงพัฒนาวัดให้ดูสวยงามและรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของศิลปะในแนวทางของท่าน

วัดร่องขุ่น เกิดจากแรงบันดาลใจในการสร้างวัดของอาจารย์เฉลิมชัย ซึ่งมาจากคำ 3 คำที่มีความหมายสำหรับคนไทย คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ชาติ : เพราะความรักบ้านเมือง รักงานศิลปะ อาจารย์เฉลิมชัยจึงมุ่งหวังที่จะสร้างงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ไว้เป็นสมบัติของแผ่นดิน

ศาสนา : เพราะยึดมั่นในธรรมะ ธรรมะจึงได้เปลี่ยนชีวิตของอาจารย์เฉลิมชัยจากจิตที่ร้อนเป็นไฟกลับกลายเป็นเย็นดั่งน้ำ อาจารย์จึงขออุทิศตนให้แก่พระพุทธศาสนา

พระมหากษัตริย์ : เพราะเคยได้เข้าเฝ้าฯ ถวายงานในหลวง รัชกาลที่ 9 หลายครั้ง ทำให้ได้พบเห็นพระอัจฉริยะภาพทางศิลปะและพระเมตตาของพระองค์ท่าน จนบังเกิดความตื้นตันและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงปรารถนาที่จะสร้างงานพุทธศิลป์ถวายเป็นงานศิลปะประจำรัชกาลพระองค์ท่าน

แรงบันดาลใจเหล่านี้ จึงทำให้เกิดวัดสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาเยือน  แต่วันนี้ ผมไม่ได้พาทุกท่านเที่ยวที่วัดร่องขุ่นนะครับ เพราะหลายท่านคงเห็นจนชินตา และรู้จักกันแล้วเป็นส่วนใหญ่ แต่ผมจะพาไปอีกวัดหนึ่งครับ เป็นวัดสีเฉดน้ำเงินฟ้าที่มีความงดงาม ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงรายเช่นกันครับ วัดนี้คือ วัดร่องเสือเต้นครับ ตั้งอยู่ที่ชุมชนร่องเสือเต้น ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

วัดร่องเสือเต้นถูกสร้างขึ้นเนื่องจากชาวบ้านร่องเสือเต้น ไม่มีที่ทำบุญในหมู่บ้าน เวลาทำบุญในวันสำคัญต้องไปทำบุญที่วัดอื่นทำให้คนในหมู่บ้านต่างกระจัดกระจายกันไป จึงได้ร่วมกันประชุมศึกษาคิดจะบูรณะวัดร้างตรงบริเวณนี้ เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านร่องเสือเต้น และเป็นที่ประกอบพระพุทธศาสนาในวันสำคัญ จึงบูรณะสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นและให้ชื่อว่า “วัดร่องเสือเต้น” 

ผลงานทางศิลปะที่วัดร่องเสือเต้นแห่งนี้เป็นฝีมือของ “สล่านก หรือนายพุทธา กาบแก้ว” ศิลปินชาวเชียงราย ซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เฉลิมชัย โฆสิตพิพัฒน์ และเคยช่วยอาจารย์ทำงานสร้างวัดร่องขุ่นอีกด้วย วัดนี้สล่านกตั้งใจให้เป็นคล้ายกับทิพยสถาน คือเป็นการสรรเสริญพระพุทธเจ้าทั้งในรูปแบบของประติมากรรมและจิตรกรรม เมื่อคนเข้าไปมีจิตใจดีก็จะรักษาศีลก่อให้เกิดสมาธิและปัญญาตามมา โดยใช้ศิลปะประยุกต์ ซึ่งเคยได้ร่ำเรียนมาจากอาจารย์เฉลิมชัย และได้จดจำนำมาสร้างวัดแห่งนี้ โดยดัดแปลงมาเป็นการใช้สีน้ำเงิน-ฟ้า เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์

และได้ใช้การกรีดลายให้พลิ้วไหว และบางจุดก็ใช้การประยุกต์ให้เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ส่วนที่เป็นฟันพญานาคนั้น ได้นำมาจากผลงานของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี  ซึ่งจะมีความโดดเด่นเรื่องเขา และงาที่โค้งงอสวยงาม 

วิหารของวัดแห่งนี้ มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์ที่น่าจดจำ เพราะใช้โทนสีน้ำเงินฟ้าตัดกับสีทองเพิ่มความโดดเด่น สีน้ำเงินฟ้าของตัววิหารนั้นแสดงถึงธรรมะของค์สมเด็จพระพุทธเจ้าที่ขจรขจายไปทั่วโลก ซึ่งเป็นหลักคำสอนที่เป็นความจริงตามหลักเหตุและผล เปรียบเสมือนท้องฟ้าที่สดใส เป็นศิลปแนวพุทธศิลป์ร่วมสมัยที่แฝงด้วยหลักธรรมะของพุทธองค์ แสดงถึงการชักนำชาวพุทธให้หันกลับมาเข้าวัด และศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อเข้าไปในตัววิหาร เราก็ต้องตื่นตาตื่นใจกับภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สล่านกตั้งใจทำออกมาอย่างงดงาม ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ มีลายเส้นสวยงามอ่อนช้อย และประดิษฐานพระประธาน  "พระพุทธรัชมงคลบดีตรีโลกนาถ" ซึ่งบริเวณพระเศียรบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อันได้รับพระราชทานจาก สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก และเป็นที่เคารพนับถือและศรัทธาของประชาชนโดยทั่วไป

ในบริเวณด้านหลังของวิหารแห่งนี้ สล่านกยังได้สร้าง พระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่โดดเด่นเป็นสง่าที่มีความงดงามมาก เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติประดิษฐานอยู่ด้านหลัง สูงเทียบเท่ากับวิหารตัดกับสีน้ำเงินฟ้าสลับทองทำให้ดูสวยงามยิ่ง  ถัดไปไม่ไกลจะเห็น "พระธาตุเกศแก้วจุฬามณีห้าพระองค์" มีความสูง 20 เมตร โดยยอดขององค์พระธาตุได้บรรจุพระบรมสาริกธาตุ จากสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสงฆปรินายก เป็นอีกจุดหนึ่งที่ใครมาเยือนไม่ควรพลาดที่ต้องมาสักการะพระธาตุแห่งนี้ 

จังหวัดเชียงราย นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ยังมีวัดที่มีเอกลักษณ์และมีความงดงามเฉพาะตัว อย่างน้อยก็มี 2 วัด คือ วัดร่องขุ่น และวัดร่องเสือเต้น อีกหน่อย นักท่องเที่ยวต่างชาติคงจะเรียกชื่อวัด 2 วัดนี้กันติดปากว่า White temple และ Blue temple ผมกลับเมืองไทยคราวนี้ คงต้องหาโอกาสไปชมให้เป็นบุญตาสักครั้งซะแล้วล่ะครับ

ขอบคุณภาพสวยๆ จาก www.chiangraifocus.com

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org