Get Adobe Flash player

แบกเป้ขึ้นภู(กระดึง) โดย เอ สุริยะ

Font Size:

ทอดน่องท่องไทยฉบับนี้ ผมให้น้องฝึกงานจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น น้องวีณา โจนส์ สาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษ มาชวนคุณผู้อ่านไปเที่ยวภูกระดึงกันครับ น้องวีณามีประสบการณ์ที่สนุกสนานในการตะลุยขึ้นเขาภูกระดึง แม้ว่าจะเป็นการทุลักทุเลในการไปเยือน แต่ทำไมน้องวีณาจึงติดใจเดินทางไปแล้วไปอีก ลองอ่านกันดูครับ

​“ใครๆก็บอกว่าภูกระดึงสวย มันจะสวยขนาดไหนเชียว แค่ภูเขากับต้นไม้” ประโยคที่ผุดขึ้นมาในหัว หลังจากที่เพื่อนชวนไปพิชิตภูกระดึง แต่หลังจากที่ได้ไปสัมผัสมาแล้ว 1 ครั้ง ก็ทำให้มีครั้งที่ 2 และ 3 ตามมา หนูได้มีโอกาสไปเที่ยวภูกระดึงมาแล้วถึงสามครั้งค่ะ จะเล่าถึงครั้งแรกที่ไปและเหตุผลที่ว่าทำไมไปถึงสามครั้ง ​

ช่วงวันหยุดฤดูหนาว หนูกับเพื่อนๆ มองหาสถานที่ท่องเที่ยวกันตามประสาเด็กวัยรุ่น จึงตกลงกันได้ว่า “ภูกระดึง” พวกเราไปพร้อมกับเป้คนละใบตามสไตล์ Bagpacking

ระหว่างทางเดินขึ้น จะมีจุดให้หยุดพักเป็นช่วงๆ ซึ่งเรียกกันว่า “ซำ” แบ่งเป็น 8  ซำก่อนจะถึงหลังแป ได้แก่ ซำแฮก ซำบอน ซำกกกอก ซำกอซาง ซำกกหว้า ซำกกไผ่ ซำกกโดน ซำแคร่

“ไม่น่าเลย” “อยู่ดีไม่ว่าดี หาเหาใส่หัวจริงๆ” “คิดถึงแอร์ที่บ้าน” “รู้งี้ อยู่บ้านนั่งเล่นเกมส์ดีกว่า” คำพูดและประโยคต่างๆนานา ที่วัยรุ่นอย่างพวกเราต่างพูดออกมาตอกย้ำความอ่อนแอ ระหว่างทางขึ้นซำแฮก  ซึ่งนั่นเป็นแค่ด่านแรกของทั้งหมด เราเดินได้ประมาน 15 นาที เพื่อนหนึ่งคนหยุดเดินและหยิบเหรียญบาทออกมา เพื่อทายหัวก้อย โดยมีกฎว่า “ออกหัวกลับบ้าน ออกก้อยเดินต่อ” และแล้วผลที่ได้ เหมือนกับว่าชะตาของพวกเราถูกกำหนดไว้ก่อนแล้ว ผลออกอะไรน่ะหรือ “ก้อยค่ะ” เกมส์ก็คือเกมส์ เคารพในกฎเกมส์ แล้วพวกเราก็ไปต่อ แม้แต่เด็กและคนที่แก่กว่าเราเขายังเดินได้เลย เราเป็นเด็กวัยรุ่นแท้ๆ เราจะอ่อนแอไม่ได้

ระยะทางในการเดินขึ้นภูกระดึงนั้น มีทั้งทางลาดชันและทางราบ ซึ่งเรียกกันว่า หลังแป จากตีนภูสู่หลังแปคือ 5.5 กิโลเมตร แล้วจะพบกับป้าย “ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง”  ป้ายที่ทำให้รู้สึกว่าฝันเป็นจริงแล้ว แต่จริงๆ ไม่ เพราะยังต้องเดินต่อไปอีก 3.5 กิโลเมตร เพื่อไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นลานสำหรับกางเต๊นท์ และร้านอาหารต่างๆ แถมยังต้องเดินต่อไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆ เป็นสิบสิบกิโล ระหว่างทางจะมีวิวทิวทัศน์ลานป่าสนให้ดูกันไปเพลินๆ ตกกลางคืน มักจะมีสัตว์ป่าเข้ามาให้พบเห็น สัตว์ที่สามารถพบเห็นบ่อยที่สุดคือ กวางและกระต่าย ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวเลย สัตว์พวกนั้นดูคุ้นเคยกับคนมาก สามารถเข้าใกล้และถ่ายรูปได้ไม่ยาก

บนภูกระดึงจะมีจุดท่องเที่ยวต่างๆ เป็นระยะๆ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางต่อโดยเท้า หรือเช่าจักรยานได้ และพวกเราเลือกที่จะเดินทางต่อโดยเท้า ยอมรับว่าระยะทางในการเดินขึ้นนั้นมันไกลและเหนื่อยไม่น้อย แต่ก็คุ้มค่ามากกับความเหน็ดเหนื่อยนั้น ความคุ้มค่าที่ทำให้เด็กวัยรุ่นปวกเปียกอย่างพวกเราต้องกลับมาอีกครั้งให้ได้ ภูกระดึงนับเป็นที่ที่มองแล้วสบายตา อยู่แล้วสบายกาย ใช้ชีวิตอย่างสบายใจ ความงามของสายน้ำตกนับสิบทิวทัศน์ ดอกไม้ป่าแปลกตานานาชนิดโดยเฉพาะเมเปิ้ลสีแดง ที่หล่นเป็นทางตามน้ำตก ภาพติดตาของดวงตะวันขึ้นและตก ดวงตะวันสีส้มนวลๆ ใหญ่ชัดเหมือนกับอยู่ใกล้กันแค่ไม่กี่เมตร ที่จุดชมวิวตามลานผาต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผาหล่มสัก ซึ่งมีจุดเด่นเป็นหินผาที่ยื่นออกมา มันสวย สวยคุ้มมากจริงๆ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเราถึงกลับไปเที่ยวที่ภูกระดึงอีก จากที่รู้สึกเหนื่อยกับการเดิน พอเห็นธรรมชาติสวยๆ ความเหนื่อยก็หายเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ

ใครที่ยังคงเชื่อว่าตัวเองแรงดีไม่มีตก เดินป่า เดินเขาได้สบาย ให้ภูกระดึงที่จังหวัดเลยของประเทศไทยเป็นตัวพิสูจน์นะคะ แล้วจะไม่ผิดหวัง

เป็นไงครับ ได้อ่านแล้วรู้สึกอยากไปเที่ยวภูกระดึงกันบ้างมั้ยครับ น้องวีณา โจนส์  เขียนแล้วทำให้เรารู้สึกอยากเหนื่อย เพื่อที่จะได้เห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามสมคุณค่า ได้เห็นธรรมชาติอันงดงามของเมืองไทย ได้ประสบการณ์ที่ครั้งหนึ่งในชีวิต สามารถเก็บไปเล่าให้ลูกหลานฟังได้ ประสบการณ์หลากหลายรสชาติที่ยากจะลืมเลือนเลยครับ ต้องขอบคุณน้องวีณา โจนส์ที่แบ่งปันเรื่องราวดีๆ มาเขียนให้พวกเราได้อ่านกันครับ