Get Adobe Flash player

กระบี่...สวรรค์ในแดนใต้ โดย เอ สุริยะ

Font Size:

ช่วงนี้ เด็กฝึกงานที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ ผมเลยลองฝึกให้น้องๆ ได้เขียนบทความท่องเที่ยว และก็ได้เห็นแง่มุมดีๆ จากสายตาของน้องๆ ที่ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ในการท่องเที่ยวมากนัก และนี่ก็เป็นน้องอีกคนครับ ชื่อน้องต๊อก คุณธรรม รัตนเทพสถิตย์ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะมาเล่าประสบการณ์ในการเที่ยวกระบี่ แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ที่ฮอตฮิตสุดๆ แล้วสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ลองอ่านกันเลยนะครับ

เมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่จังหวัดกระบี่กับเพื่อนๆ เนื่องในโอกาสที่เราจะต้องแยกย้ายกันไปเรียนในมหาวิทยาลัยที่ต่างกัน จนกระทั่งมาถึงวันแรกของการเดินทางครั้งนี้ผมได้มาถึงท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ผมซึ่งชอบไปเที่ยวทะเลอยู่แล้ว จึงไม่ได้คาดหวังมากกับการมาเที่ยวที่นี่ เพราะคิดว่าก็คงเหมือนทะเลที่เดิมๆ ที่เราเคยไปเที่ยวมา แต่เมื่อผมได้สัมผัสบรรยากาศภูมิประเทศของจังหวัดกระบี่ ทัศนคติเหล่านั้นก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป สถานที่แรกที่ผมได้ท่องเที่ยวนั้นคือ สระมรกต พื้นผิวน้ำที่ผมได้เห็นนั้นใสและมีสีเขียวมรกตสมชื่อ ครั้งแรกที่ผมเห็นภาพในโซเชียลมีเดีย สิ่งที่ผมนั้นคิดคือ รูปต้องมีการตัดแต่งมาแน่ๆ แต่เมื่อได้มาเห็นจริงๆ แล้วมันช่างสวยเกินความคาดหมายของผมมากครับ วันแรกของการเดินทางที่เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากกรุงเทพฯ ก็เริ่มผ่านไป ผมจึงได้แวะรับประทานอาหารมื้อดึกที่แถวหาดนพรัตน์ธาราใกล้ๆ ที่พักที่ผมจองไว้อาหารซีฟู้ดสดๆ มื้อนั้น ทำให้ผมรู้สึกคุ้มค่าที่ผมเหน็ดเหนื่อยมาถึงที่นี่ ใครที่ชอบรับประทานอาหารทะเล ที่นี่ผมคิดว่าอาหารอร่อย ตอบโจทย์ครับ

วันรุ่งขึ้น ผมกับเพื่อนๆ ตกลงกันจองทริปเยี่ยมชมเกาะต่างๆ รอบจังหวัดกระบี่ และได้ออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนออกเดินทาง ผมได้เห็นหาดทรายสีขาวกว้างใหญ่ ประกอบกับน้ำทะเลที่ใสจนเห็นเม็ดทราย ยิ่งทำให้ผมตื่นเต้นกับสิ่งที่เราจะพบเจอข้างหน้ามากขึ้น ทางทริปได้พาพวกผมไปยังเกาะต่างๆ รอบจังหวัดกระบี่ เช่น อ่าวไรเลย์ ถ้ำพระนาง เกาะไก่ เกาะทับ เกาะปอดะ และอื่นๆ มีสิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจมากๆ คือ ทะเลแหวก ผมไม่เคยนึกฝันว่าท่ามกลางมหาสมุทรที่กว้างใหญ่นี้ จะมีปรากฏการณ์ธรรมชาติน้ำขึ้น น้ำลงที่ทำให้สันทรายของเกาะไก่ เกาะหม้อ และ เกาะทับ ได้เชื่อมต่อกัน และก่อตัวเป็นเดินทางให้เราสามารถเข้าไปสัมผัสได้ ในแต่ละวันนั้นจะมีแค่บางช่วงเวลาเท่านั้นที่จะได้เห็นเกาะทั้งสามได้เชื่อมกันเช่นนี้

ต่อมาพวกเราก็ได้ไปดำตื้นน้ำดูปะการังที่อ่าวค้างคาว สำหรับตัวผมเองที่ทักษะการว่ายน้ำไม่แข็งแรง ทางทริปได้เตรียมเสื้อชูชีพและอุปกรณ์ดำน้ำให้ การได้มีโอกาสการดำน้ำตื้นดูสัตว์ทะเลท่ามกลางน้ำใสๆ โดยเฉพาะความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ที่นี่เราสามารถมองเห็นแนวปะการังและปลาต่างชนิดชุกชุมมากๆ ประสบการณ์นี้เป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ยังประทับใจถึงจนถึงปัจจุบันครับ

ส่งท้ายด้วยการเยือนหมู่เกาะพีพี ในคืนสุดท้ายของทริปครั้งนี้ ผมได้นั่งเรือเฟอรี่ออกมาจากท่าเรือในตัวเมือง บรรยากาศที่นี่ ค่อนข้างคึกคัก เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาเยี่ยมเยือนอยู่ตลอดเวลาตลอดเส้นทางเดินมีสิ่งของท้องถิ่น เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า สวยๆ ที่เหมาะแก่การใส่เที่ยวในอากาศแบบประเทศไทยมากมาย ไม่เพียงเท่านั้น บริเวณข้างทางยังมีร้านอาหารเปิดให้บริการตลอดทั้งเส้นทาง โรงพยาบาลหรือแม้กระทั่งสถานีตำรวจก็ยังตั้งอยู่ที่นี่ด้วย ในส่วนทิวทัศน์ของเกาะนี้มีความงดงามไม่แพ้เกาะอื่นๆ เลยทีเดียว เนื่องจากจุดชมวิวของที่นี่ไม่เพียงแต่ชมวิวทะเลสวยๆ แต่เราสามารถขึ้นเขาไปดูวิวโดยรอบที่นี่ได้อีกด้วย แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย แต่มันก็คุ้มค่ากับทุกๆอย่างที่ลงทุนไปจริงๆ

โดยเฉพาะในตอนกลางคืนบนเกาะพีพีดอน บริเวณถนนคนเดินจะยิ่งคึกคักเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับตอนเช้า เราสามารถเข้ามาดื่มด่ำบรรยากาศรื่นเริงด้วยแสงสีเสียงต่างๆ ตรงนั้นมีทั้งร้านอาหาร หรือแม้กระทั่งบาร์ ให้เราเลือกรับประทานประกอบกับบรรยากาศชิวๆ สบายๆ ท่ามกลางชายหาด เมื่อครั้งที่ผมไปนั้นมีการแสดงกายกรรมควงไฟบริเวณชายหาดแต่ละคนมีท่วงท่าลีลาการควงที่แตกต่างออกไป ทำให้โชว์ดูสนุกไม่น่าเบื่อส่วนผู้ชมคนอื่นๆ ก็ดูมีความสุขต่อการรับชม ยิ่งทำให้บรรยากาศภาพรวมยิ่งดูสนุกสนานและเป็นกันเองมากครับ การได้เห็นรอบยิ้มของผู้คนรอบกายยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าการมาเที่ยวครั้งนี้ยิ่งมีความหมายกับผมมากขึ้นด้วยครับ แม้ว่าตัวผมเองจะเป็นคนชอบสถานที่เงียบสงบสำหรับพักผ่อน แต่บรรยากาศดีๆ แบบนี้ ควรมาค้นพบด้วยตาของตัวเอง นับว่าเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดีครับ

ในที่สุดก็ถึงวันสุดท้ายของการเดินทางก่อนที่เราจะกลับไปกรุงเทพฯ พวกผมได้ไปที่วัดถ้ำเสือตั้งแต่รุ่งสางในบริเวณวัดนั้นมีปรากฏการณ์หินธรรมชาติเป็นรูปอุ้งเท้าเสือภายในถ้ำด้วย ระหว่างทางนั้นเราจะต้องขึ้นเขาไปหลายพันขั้นเพื่อที่จะไปสักการะพระพุทธรูปและชมทะเลหมอกในยามเช้า วิวทิวทัศน์ที่ผมเห็นตอนนั้นมันสร้างความประหลาดใจให้ผมเป็นอย่างมาก เนื่องจากองศาของแสงอาทิตย์ที่ทำมุมกระทบกับทะเลหมอก ความรู้สึกตอนนั้นมันมีคุณค่าทางใจและมีความหมายกับผมและเพื่อนๆ มาก แม้ว่าการเดินทางได้สิ้นสุดลงไปแล้วแต่ความทรงจำอันน่าประทับใจต่อสิ่งที่ผมพบเจอก็ยังติดตรึงใจผมถึงปัจจุบันครับ การเดินทางครั้งนี้สอนให้ผมรู้ว่าการที่เราได้เดินทางไปในสถานที่ใหม่ๆ มันไม่ได้เป็นแค่เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ให้กับตัวเอง แต่มันได้เปลี่ยนแปลงทัศนคติของตัวเองต่อสิ่งๆนั้นด้วยครับ

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814  หรือที่ na.tourismthailand.org