Get Adobe Flash player

ทองสุโขทัย โดย เอ สุริยะ

Font Size:

เมืองสุโขทัย มาจากคำว่า “สุข” และ คำว่า “อุทัย” อ่านออกเสียงสมาสสนธิกันเป็น สุโขทัย แปลว่า รุ่งอรุณแห่งความสุข บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว สมกับเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย เมื่อประมาณกว่า 700 ปีก่อนโน้น สุโขทัยเป็นราชธานีที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านการปกครอง ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม มีทั้งเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ในฝีมือของช่างสกุลสุโขทัยในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่างทองสกุลสุโขทัย

ผมจะพาคุณผู้อ่านทุกท่านไปชมแหล่งทำทองที่ขึ้นชื่อของเมืองสุโขทัย ที่มีความสวยงามไม่แพ้ที่ไหนในโลก มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่เป็นภาพสลักและภาพปูนปั้นในสมัยสุโขทัย รวมถึงจากศิลาจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ที่ได้กล่าวถึงการค้าเงินค้าทองไว้ ขณะที่หลักศิลาจารึกหลักอื่นๆ มีการกล่าวถึงการใช้ทองคำมาเกี่ยวข้องกับพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งมีการถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ เช่น พระมหามงกุฎ พระแสงขรรค์ไชยศรี และเศวตฉัตร รวมถึงใช้ทองคำเป็นเครื่องราชบรรณาการ และการสร้างพระพุทธรูปด้วยทองคำ รวมทั้งภาชนะอื่นๆ เช่น ตลับและผอบเล็กๆ สำหรับใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ หรือทำเป็นเจดีย์ขนาดเล็ก และเครื่องประดับ เช่น แหวน ต่างหู กำไล ซึ่งในสมัยนั้นงานการผลิตทองคำ ยังเป็นงานที่ผลิตจากช่างทองหลวง เพื่อใช้ในพระราชวัง หรือบุคคลชั้นสูง ทำให้การสืบทอดอยู่ในวงจำกัดและไม่เคยปรากฏในเรื่องของการค้นพบข้อมูลการสืบทอดศิลปะแขนงนี้จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นใดๆ เลย

แต่ในปี พ.ศ. 2473 ได้ปรากฏช่างทองในจังหวัดสุโขทัย คือ นายเชื้อ วงศ์ใหญ่ ผู้ที่ทำให้ทองสุโขทัยหรือทองศรีสัชนาลัยมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยได้รับความรู้วิชาทำทองจากช่างทองชาวจีน คือนายพ้ง และ นายขุ่ย ซึ่งนายเชื้อ เล่าเรียนอย่างจริงจังจนสามารถทำทองได้ทุกรูปแบบได้ด้วยตนเอง ในเวลาต่อมาจึงเปิดร้านทำทองเป็นของตนเอง (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งร้านทองสมสมัยในปัจจุบัน อยู่เลขที่ 343/1 หมู่ 5 ตำบลท่าชัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย) โดยจะรับทำทองตามที่ลูกค้าต้องการเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นเพียงสร้อยคอ แหวน หรือกำไล ที่มีลวดลายเรียบๆ และมีลวดลายอยู่เพียงไม่กี่แบบเท่านั้น ยังไม่มีการทำทองรูปพรรณออกจำหน่าย และเป็นการรับทำทองที่มีรูปแบบ โดยอาศัยเครื่องมือง่ายๆ ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาใช้เอง ส่วนเนื้อทองใช้ทองคำความบริสุทธิ์ร้อยละ 96.5 ต่อมานายเชื้อได้ถ่ายทอดวิชาช่างทองให้แก่บุตรสาวคือ นางสมสมัย จนมีความรู้ความสามารถในการทำทองอย่างเชี่ยวชาญ แต่ก็ยังเป็นการรับผลิตตามสั่งเช่นเดิม

ร้านทองสมสมัย สื่อได้ถึงเอกลักษณ์ของทองสุโขทัยที่มีความสวยงามที่มีรูปแบบเฉพาะตัว ซึ่งรูปแบบนั้น ก็ได้มาจากของโบราณที่ลูกค้านำเส้นถักสำริดโบราณที่ได้จากบริเวณริมแม่น้ำยม ซึ่งเป็นลวดลายที่ไม่มีอยู่ในท้องตลาด มีการแกะลายออกมาทีละปล้อง ในแต่ละแบบก็ล้วนนำลวดลายจากแหวนทอง สร้อยถักโบราณ และลวดลายที่ปรากฏในลายปูนปั้นตามโบราณสถานในจังหวัดสุโขทัย พร้อมกับใช้ทองคำบริสุทธิ์ร้อยละ 99.99 ซึ่งเป็นเนื้อทองที่ใช้ทำทองคำในสมัยโบราณ ซึ่งมีข้อดีคือ ได้เนื้อทอง “สีดอกจำปา” มีความสุขสว่างกว่า หรือที่เรียกว่า “ทองสีดอกบวบ” เป็นคุณลักษณะเฉพาะที่มีความสวยงามมาก

การทำทองของร้านสมสมัยในแบบโบราณนี้ ยังมีการถ่ายทอดให้กับร้านทองอื่นๆ ในสุโขทัย เพื่อให้ศิลปะแขนงนี้ไม่สูญหายและเป็นสมบัติที่มีคุณค่าของท้องถิ่นต่อไป

ลวดลายของทองสุโขทัยที่โดดเด่นแบ่งออกเป็น 6 รูปแบบด้วยกัน คือ รูปแบบลวดลายพฤกษา เป็นการทำเลียนแบบจากกิ่งก้านใบและดอกของต้นไม้ดอกไม้  เช่น ลายเครือเถา ลายดอกพิกุล ลายดอกบัว โดยในลวดลายกลุ่มนี้จะใช้เทคนิคการลงยา ซึ่งเป็นการใช้ศิลปะวิทยาการสมัยอยุธยา ใช้แทนการประดับเพชรพลอย เพราะสามารถทำได้ละเอียด  โดยแทรกซึมเข้าไปตามรอยเล็กๆ สีที่ลงยานี้ไม่ทำให้น้ำหนักของทองเปลี่ยนไป รูปแบบต่อไปคือ ลวดลายสิงสาราสัตว์ ลวดลายไทยประยุกต์ เช่น ลายกระจัง ลายกนก ลายอุบะ หรือรูปแบบลวดลายที่เกิดจากจินตนาการและการเลียนแบบปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เช่น ลายหัวใจ ลายเกลียวคลื่น  รูปแบบที่น่าสนใจอีกรูปแบบหนึ่งก็คือ ลวดลายประติมากรรมจากรูปเคารพ ลายปูนปั้น และ จิตรกรรมฝาผนังที่บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อย่างเช่น ลายเครือวัลย์ ลายนางพญา แหวนมังกร ลายนะโม ลายเทพพนม ลายกนก ลายนักษัตรตามปีเกิด

นอกจากนี้ ยังมีรูปแบบลวดลาย จากสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน  เช่น ลายสุ่ม ลายลู กตะกร้อ ลายตะกรุด ลายมัดหมี่ ลายจักสาน ลายปี๊บ และ รูปแบบสุดท้าย คือ ลวดลายธรรมชาติ เช่น ลายเม็ดมะยม ลายหยดน้ำ ลายไข่ปลา ลายเถาวัลย์ ลา ยลูกประคำ

ส่วนรูปแบบที่โดดเด่นอันเกิดจากการคิดค้นของช่างทองสกุลสุโขทัย คือ  กลุ่มการถักทองคล้ายกับการถักโครเชต์  มีการถัก 2 แบบ คือ แบบการถักกลม เป็นการถักลวดลายตั้งแต่ สามเสา สี่เสา ห้าเสา หกเสา ถึงสิบเสา ถ้าจำนวนเสามาก เส้นทองจะใหญ่ขึ้น นิยมนำไปทำ สร้อยคอ และสร้อยข้อมือ ลายถักที่ประกอบเป็นสร้อยคอ หรือลายสร้อยข้อมือ ได้แก่ ลายกระดูกงู เกลียวเชือก เกล็ดมังกร (มังกรคาบแก้ว) กระดูกแย้ สี่เสา หิ้วเย้า ตะขาบ ผ่าหวาย สายรุ้ง สนเกลี้ยง และพวงมาลา ส่วนการถักอีกแบบหนึ่งก็คือ  การถักแบน เป็นการถักแบนทำสร้อยข้อมือเป็นลายเปีย ลายเย้า

การทำทองสุโขทัยนั้น ยังคงภูมิปัญญาการทำทองแบบโบราณ คือการทำด้วยมือแทบทุกขั้นตอน มีวิธีการที่เริ่มจากการหลอมทอง การตีทองหรือรีดทอง และมีกรรมวิธีในการประดิษฐ์เป็นทองรูปพรรณหลายลักษณะ ได้แก่ การถักทอง การทำลูกประคำทอง การขึ้นปี๊บ และการขึ้นเม็ดมะยม จากนั้น ก็จะมีการต้มทอง ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำเครื่องทอง เป็นการทำความสะอาดเครื่องทองไม่ให้มีน้ำประสานทองเจือปน โดยการนำทองที่ทำแล้วมาเผาให้แดงจนทองร้อนทั่ว จากนั้นนำไปแช่ในกรดกำมะถัน เพื่อให้กรดกัดโลหะอื่นๆ ที่เป็นส่วนประกอบของน้ำประสานทองออก แล้วนำไปแช่ในน้ำเกลือเค็มจัด จากนั้นนำมาเผาให้แดงอีกครั้ง ล้างด้วยน้ำ แล้วนำไปต้มในน้ำมะขามเปียก และนำทองมาทำความสะอาด และขัดด้วยแปรง ก็จะได้ทองที่สวยงามตามเอกลักษณ์ของทองสุโขทัย

เครื่องทองสุโขทัยนับได้ว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า ด้วยมีลักษณะพิเศษจากกระบวนการผลิต การถักเส้นทองอย่างงดงาม แสดงถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัว บ่งบอกถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมของสุโขทัยได้เป็นอย่างดี
สำหรับทริปท่องเที่ยววิถีไทยในวันที่ 2-10  กุมภาพันธ์ 2560 นี้ เราไม่พลาดชมขั้นตอนการทำทองสุโขทัย อย่าลืมเตรียมสตางค์กันไปด้วยนะครับ ไปซื้อทองสุโขทัยไว้เป็นสมบัติส่วนตัวที่มีคุณค่า และสวยงาม รับรองต้องประทับใจแน่นอนครับ

สำหรับผู้สนใจ สามารถสอบถามได้ที่บริษัท See My Thailand ติดต่อได้ที่คุณเจ นภาพร โทรศัพท์ 626 2818151 หรือที่อีเมล์แอดเดรส This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือ Line : jay_napaporn  หรือ Facebook.com/seemyholidays

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814  หรือที่ na.tourismthailand.org