Get Adobe Flash player

เที่ยวเชียงราย เชียงตุง ตอนที่ 2 โดย เอ สุริยะ

Font Size:

มาว่ากันต่อจากฉบับที่แล้ว จากเชียงราย วันนี้ผมจะพาไปเชียงตุง ประเทศพม่าหรือเมียนมาโดยจะเริ่มจากด่านชายแดนทางแม่สาย สำหรับขั้นตอนการผ่านแดน ไม่มีอะไรยุ่งยากครับ โดยต้องเตรียมเงินค่าธรรมเนียมเข้าเมียนมา คนละ 10 บาทครับ (เงินไทย) และค่าบัตรผ่านทางเมียนมา คนละ 550 บาท (เงินไทย) กรณีไป เชียงตุง หรือ เมืองลา ครับ ซึ่งทางการเมียนมา จะยึดบัตรประชาชนไว้ที่ด่าน ค่าจ้างไกด์ต่อกรุ๊ป ต่อวัน  1,000 บาท อันนี้เป็นข้อบังคับตามกฎของเขา ถ้าไม่จ้างเราก็เดินทางไปไหนมาไหนไม่ได้ เพราะไกด์จะคอยอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางของเราเมื่อผ่านด่านต่างๆ

เมื่อได้รับหนังสือผ่านแดนแล้ว เราก็เตรียมตัวเดินทางไปเชียงตุงกันเลย อย่างที่ผมบอกไปข้างต้นว่า เราจะต้องเดินทางโดยมีไกด์พาเข้าไป เราจะไปเองไม่ได้ นั่นหมายความว่า เราจะต้องประสานงานกับบริษัทนำเที่ยว ที่เขาจะจัดการเรื่องไกด์ ที่พัก รวมถึงพาหนะเดินทางที่จะพาเราไปเชียงตุงได้โดยสะดวกโยธิน

เมื่อข้ามฝั่งไปทางชายแดนพม่า ก็จะถึงท่าขี้เหล็ก ซึ่งที่นี่ก็จะเป็นย่านธุรกิจการค้า ระหว่างไทยและเมียนมา ตลาดท่าขี้เหล็กจะคึกคักมีของขายเรียกว่าตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบกันเลยล่ะครับ

เมื่อถึงท่าขี้เหล็ก ไกด์ก็จะพานั่งรถสามล้อเยี่ยมชมวัดพระเจ้าระแข่ง ซึ่งเป็นวัดที่มีศิลปะพม่าผสมมอญ เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้ามหามัยมุนีหรือมหาเมียะมุนีองค์จำลอง เป็นพระพุทธรูปคู่เมืองและเป็นหนึ่งในห้าศาสนวัตถุที่ศักดิ์สิทธิ์ของเมียนมา เมื่อสักการะเสร็จแล้ว เดินทางต่อไปยังที่ตั้งของเจดีย์ชะเวดากององค์จำลอง และชมทัศนียภาพมุมสูงของเมืองท่าขี้เหล็ก

ชมเมืองท่าขี้เหล็กเสร็จแล้ว ก็นั่งรถตู้ไปเมืองเชียงตุง ที่รัฐฉานกันต่อเลยครับ จากท่าขี้เหล็ก ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 3 ชั่วโมง หรือจะนั่งเครื่องบินจากสนามบินท่าขี้เหล็กก็ได้นะครับ แต่ไม่ได้บินทุกวัน บินแค่ 2 ไฟลท์ต่อสัปดาห์ โดยใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 15 นาทีก็ถึงเชียงตุงแล้ว

สำหรับใครที่สะดวกกับการนั่งรถ ก็ถือว่าได้ชมทิวทัศน์ 2 ข้างทางที่เป็นทุ่งนา ป่าเขา เราก็จะได้เห็นวิถีชีวิต ท้องนาท้องไร่ บางทีตกใจรถเบรคเอี๊ยดอย่างแรง เพราะมีควาย แพะ หมู เดินตัดหน้ารถให้เราตื่นเต้นเล่นๆ ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบครับ

เมื่อถึงเชียงตุง ที่นี่มีโรงแรมประมาณ 40 กว่าแห่ง เช่น โรงแรมอเมซซิ่ง เชียงตุง รีสอร์ท โรงแรมปริ๊นเซส ซึ่งก็ถือว่าเป็นโรงแรมที่ดีในระดับหนึ่ง

เรามารู้จักเมืองเชียงตุงกันก่อนนะครับ

เชียงตุง (Kyaing Tong)  สโลแกนของเมืองคือ 3 จอม 7 เชียง 9 หนอง 12 ประตู เชียงตุงเป็นเมืองหลวงของรัฐฉาน ที่นี่ศิลปวัฒนธรรมมีความคลึงกับไทยล้านนา เมื่อได้สัมผัสกับความเป็นอยู่ของชนเผ่าอาข่าไทยล้านนา ไทยลื้อ จะพบว่าตลอดเส้นทาง 162 กิโลเมตรบนถนนเลียบชายเขา เราจะได้เห็นห้วยน้ำใสที่ไหลรินตลอดทางผ่านเมืองท่าเดื่อ และเมืองพยาก หรือเมืองแพรก ผ่านบ้านดอยปางควาย ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของเส้นทาง โดยสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,700 เมตร ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าเรียนรู้ อีกทั้ง อารยธรรม-เชื้อชาติ-ศาสนา ก็ใกล้เคียงกันจนแทบจะแยกออกจากกันไม่ได้ กลิ่นอายอารยธรรมของผู้คนในดินแดนนี้ทำให้ระลึกย้อนอดีตวิถีชีวิตในประเทศไทยไปประมาณ 30-40 ปี ด้วยสภาพความเป็นอยู่อย่างเรียบง่ายของผู้คนท้องถิ่นและธรรมชาติที่สวยงาม ทำให้ผู้คนสามารถรักษาวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิม ทั้งเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของเผ่าพันธุ์ตนได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องชาวไทยใหญ่ ไทยลื้อ ไทยเขินและชาวเมียนมาเอง

ด้วยเมืองเชียงตุง ยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองร้อยวัด วัดแรกที่จะพาไปชมคือ วัดมหาเมียะมุนี ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางวงเวียนเมืองเชียงตุง  เป็นพระอารามหลวง สร้างแบบศิลปะเมียนมา โดยเจ้าฟ้าก้อนแก้วอินแถลง เมื่อปี พ.ศ. 2463 ภายในวิหารจตุรมุข ประดิษฐานพระเจ้าระแข่งแห่งเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งสร้างที่เมืองมัณฑะเลย์แต่แยกชิ้นส่วนใส่เกวียนเทียมวัวขนมาประกอบที่เมืองเชียงตุงที่วัดแห่งนี้มีประเพณีล้างหน้าพระเหมือนที่เมือง มัณฑะเลย์ด้วย โดยจะทำเมื่อวันพระจันทร์เต็มดวงเท่านั้น

จากนั้น เดินไปอีกนิดก็จะถึงวัดราชฐานหลวงหัวข่วง ซึ่งป็นอีกสถานที่ซึ่งชาวเชียงตุงให้ความเคารพสักการะ เมื่อเข้าไปภายในพระวิหารจะพบกับความอลังการวิจิตรบรรจงในการตกแต่ง เช่น เสาคานและแท่นพระประธาน มีการลงรักปิดทองแบบวิหารลายคำ บนแท่นพระประธานมีพระพุทธรูปศิลปะเก่าแก่จำนวนหลายสิบองค์ แล้วยังมีการตบแต่งด้วยตุง ช้างม้าไม้ พานดอกไม้ที่ิวิจิตรบรรจงแบบไต สถาปัตยกรรมที่น่าสนใจคือพระสถูปเจดีย์ ศิลปะสกุลช่างสมัยปลายพุกามผสมศิลปะมัณฑะเลย์

เช้าวันรุ่งขึ้น พวกเราตั้งใจเดินตลาดเช้า เพราะอยากชมความเป็นธรรมชาติของเชียงตุง วิถีชิวิตที่เรียบง่ายของชาวเชียงตุง เราอยากรู้ว่าเขาขายอะไร กินอะไร ก็อาศัยดูกันที่ตลาดเช้านี่แหละครับ รายรอบตลาดทั่วไปก็คล้ายๆกับตลาดในต่างจังหวัดของไทย แต่จะแตกต่างกันที่ข้าวปลาอาหาร ไกด์พาผมไปนั่งจิบชาร้อน แกล้มกับแป้งนาน ที่เอาไปปิ้งบนขอบโอ่ง แล้วนำมาทาเนยถ้่วบด รสชาติอร่อยดีครับ  หรือจะไปซื้อขนมฟันฟิน กินกันก็ได้ ขนมฟันฟินคือ ขนมที่ทำจากแป้งข้าวเจ้า ทำให้เป็นแผ่นกลมๆ เอาไปนึ่ง โดยมีแบบรสหวาน และรสเค็ม  ความอร่อยของมันอยู่ที่ ผงที่ใช้โรยบนแป้งกลมๆ ไกด์บอกว่าเป็นผงฝิ่น ซึ่งจะจริงหรือเปล่าก๋ไม่รู้ รู้อย่างเดียวว่าอร่อยจริงๆครับ

บรรยากาศรอบตลาด ก็จะวุ่นวายเต็มไปด้วยผู้คนที่มาจับจ่ายเงิน ท่ามกลางตลาดที่เฉอะแฉะ เพราะฝนตกหนัก แต่เราก็ไม่ย่อท้อครับ สนใจของแปลกๆในตลาด เช่น ผางประทีปที่มีบรรจุเทียนไข ดอกของต้นตาลที่พอผ่าแล้วดึงดอกออกมา ก็จะเห็นเป็นพวงระย้า และมีกลิ่นหอม ซึ่งชาวเชียงตุงก็จะนำไปถวายพระที่วัดกัน

ความประทับใจยังมีอยู่เต็มล้น ยังไม่อยากกลับแต่ก็ต้องกลับ สัญญาว่า วันหน้าฟ้าใหม่จะไปเก็บตกเชียงตุงอีกซักรอบ

ไปกับผมมั้ยครับ?

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814  หรือที่ na.tourismthailand.org