Get Adobe Flash player

ศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ ตอนที่ 1 โดย เอ สุริยะ

Font Size:

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้จัดทำหนังสือวิชา 9 หน้า ศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ ซึ่งได้แจกให้ผู้สนใจในประเทศไทย เมื่อมีการโฆษณาปุ๊บ มีคนมาขอรับหนังสือเป็นจำนวนมากมายเหลือเกิน แล้วก็หมดลงไปในพริบตา ผมเห็นว่า ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์และอยากให้คนไทยในสหรัฐอเมริกาได้อ่านบ้าง ผมจึงขอหยิบยกคัดลอกมาฝากให้แฟนๆ หนังสือพิมพ์เสรีชัยได้อ่านกันนะครับ

ต้องยอมรับว่า เกิดเป็นคนไทยนั้นแสนจะโชคดี เพราะเมื่อมีปัญหา เราก็มีพระราชา ที่ทรงคิดหาทางแก้ไขอยู่เสมอ เมืองไทยจึงเปรียบเสมือนห้องเรียนขนาดใหญ่ ที่มีในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครูของแผ่นดิน

หากอาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยไม่ว่าจะเป็นชนชาติใด ซ่อนตัวอยู่แห่งหนตำบลไหน ยากลำบาก หรือธุรกันดารเพียงใด พระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินไปหา เพื่อชี้แนะแนวทางแก้ไขในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ดิน ฟ้า ป่า ฝน น้ำ ความยากจน ความแตกแยก และปัญหานับหมื่นนับแสน จนเกิดเป็นโครงการตามพระราชดำริทั้งขนาดเล็ก จนถึงขนาดใหญ่ มากมายกว่า 4,000 โครงการ

ศาสตร์พระราชา หรือคำสอนของพระองค์ จึงเปรียบเหมือนวิชาของพ่อ ที่ช่วยพัฒนาให้คนไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน คือของขวัญล้ำค่าและกลายเป็นตำราของแผ่นดินไทยตราบชั่วนิรันดร์

วิชาแรกในศาสตร์พระราชา คือ วิชาปรุงไทยในใจคน : สืบสานตำนานเรือ สร้างสรรค์ตำนานไทย

หากไม่นับเทศกาลลอยกระทง หนึ่งในประเพณีทางน้ำที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุด ก็คือ กระบวนพยุหยาตราชลมารค ซึ่งจะมีเรือหลวงเคลื่อนขบวนไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา ฝีพายแต่งชุดเต็มยศ เวลาพายเป็นจังหวะจะโคน สอดประสานพร้อมเสียงเห่เรือซึ่งดังกึกก้องทั่วท้องน้ำเพื่อเฉลิมพระเกียรติองค์ประมุขไทย

ความจริงแล้วกระบวนพยุหยาตราเป็นประเพณีโบราณ ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา จวบจนถึงสมัยรัชกาลที่ 7 จึงหยุดชะงักไป ด้วยปัญหาเศรษฐกิจที่สืบเนื่องมาจากสงครามโลกครั้งที่ 1 และสภาพการเมืองการปกครองในห้วงเวลานั้น ผ่านมาจนถึงสมัยของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเห็นคุณค่าของประเพณีเห่เรือนี้ เพราะถึงจะโบราณแต่ก็สะท้อนความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี

ในปี พ.ศ.2495 พระองค์ได้เสด็จฯ ไปยังโรงเก็บเรือพระราชพิธีที่คลองบากกอกน้อย ทรงทอดพระเนตรเห็นเรือหลายลำ อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม จึงมีพระราชดำริให้ฟื้นฟูเป็นการถาวร โดยชี้ให้เห็นว่าถึงจะจัดงานเห่เรือบ่อยขึ้น ก็ไม่ได้สิ้นเปลืองอะไรนัก เนื่องด้วยฝีพายก็ใช้กำลังของทหารเรือ ซึ่งปกติจะฝึกซ้อมกันอยู่แล้ว เช่นเดียวกับเครื่องแต่งกาย ซึ่งตัดเพียงครั้งเดียวก็สามารถใช้ได้ตลอด แต่ที่เป็นประโยชน์มากที่สุดคือประชาชน จะได้เห็นเรือพระราชพิธีต่างๆ ที่สวยงามและทรงคุณค่าทางศิลปะ รวมทั้งยังเป็นโอกาสอันดีที่เรือจะได้รับการดูแลรักษาให้คงสภาพดีอยู่เสมอ

การจัดขบวนพยุหยาตราชลมารคในรัชกาลที่ 9 เริ่มขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2500 เพื่อฉลองปีมหามงคล 25 พุทธศตวรรษ และ พ.ศ. 2502 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ถึงจัดเรือได้เต็มขบวน นอกจากนี้ ยังโปรดฯ ให้มีการต่อยอดและพัฒนาศิลปะเรืออยู่เสมอ มีการจัดสร้างเรือนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ซึ่งถอดแบบจากเรือพระที่นั่งลำเดิมที่ชำรุดเสียหาย เหลือเพียงโขนเรือที่เป็นรูปพระนารายณ์ประทับอยู่บนหลังของพญาครุฑ ซึ่งเก็บรักษาไว้ที่นี่ ยังมีการจัดขบวนเรือหลวงออกแสดงในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เอเปก2003) เมื่อ พ.ศ.2546 ทำให้ชาวโลกได้ประจักษ์ถึงภูมิปัญญาของชาติไทยที่สั่งสมมานานหลายร้อยปี

ทั้งหมดนี้ก็เพราะในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงตระหนักดีว่า ประเพณีวัฒนธรรม คือรากเหง้าของความเป็นชาติ ดังเช่น พระราชดำรัสที่ว่า “อิฐเก่าๆ แผ่นเดียวก็มีค่า ควรจะช่วยกันรักษาไว้ ถ้าเราขาดสุโขทัย อยุธยา และกรุงเทพฯ แล้ว ประเทศไทยก็ไม่มีความหมาย” จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่โปรดฯ ให้รื้อฟื้นประเพณีสำคัญมากมาย เพื่อให้คนไทยได้ภาคภูมิใจว่าประเทศนี้อุดมไปด้วยศิลปวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ และสมควรที่จะต้องสืบทอดไปยังอนุชนรุ่นหลังไปอีกนานแสนนาน

สำหรับประชาชนที่อยากเข้าชมเรือพระที่นั่ง สามารถไปชมได้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ โทร 0 2424 0004  เปิดให้เข้าชม วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 09.00 น.-17.00 น. ปิดวันปีใหม่และวันสงกรานต์ ค่าธรรมเนียมเข้าชม คนไทย 20 บาท ต่างชาติ 100 บาท ค่าถ่ายภาพ ภาพนิ่ง 100 บาท ถ่ายวิดีโอ 200 บาท

ติดตามอ่านศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ ได้ในฉบับต่อไปครับ

ขอขอบคุณ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว 1672

www.tourismthailand.org

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814  หรือที่ na.tourismthailand.org