Get Adobe Flash player

ศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ ตอนที่ 3 โดย เอ สุริยะ

Font Size:

สำหรับศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ วิชาต่อไปคือ วิชาชลปราการ ว่าด้วยเรื่องเขื่อนของพ่อ ซึ่งสะท้อนความมั่นคงในชีวิตของประชาชนที่เขื่อนขุนด่านปราการชล ที่จังหวัดนครนายก ที่ช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในลุ่มน้ำนครนายก และความงอกงามทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนจากการใช้ประโยชน์อย่างสมดุลระหว่างคนและธรรมชาติบนพื้นฐานของความพอเพียง เป็นการช่วยเหลือราษฎรให้มีน้ำใช้เพื่อการเกษตร การอุปโภคบริโภค และการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว

จากนครนายกสู่นครนาสมบูรณ์

ถึงจะอยู่ใกล้กรุงเทพฯ แต่ก็ไม่ได้อุดมสมบูรณ์อย่างที่ใครๆ คิด คำว่านครนายกที่หลายคนเข้าใจว่าหมายถึงนายกรัฐมนตรี ความจริงแล้วมาจากความแห้งแล้งของพื้นที่ ปลูกข้าวไม่ค่อยขึ้น ปลูกพืชอย่างอื่นก็ไม่ค่อยรอด จนทางการต้องยกภาษีที่นาให้ เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสังเกตว่า ที่นี่มีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงถึง 1,540 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ทว่าน้ำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ กลับถูกปล่อยลงสู่ทะเลโดยเปล่าประโยชน์ จึงรับสั่งให้กรมชลประทานสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ เพื่อกักเก็บน้ำให้ชาวบ้านไว้ใช้ยามขาดแคลน และเพื่อป้องกันอุทกภัยที่มักเกิดขึ้นเวลาเข้าหน้าฝน ตลอดจนใช้สำหรับระบายน้ำเพื่อชะล้างความเป็นกรดของที่ดินในแถบนี้

ระหว่างนั้น ในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จฯ มาเยี่ยมราษฎร เพื่อสอบถามถึงสภาพปัญหาที่แท้จริง รวมทั้งกำชับชาวบ้านว่าไม่ให้ขายที่ดินเป็นอันขาด โดยตรัสด้วยพระราชอารมณ์ขันว่า เมื่อสร้างเขื่อนเสร็จก็จะโปรดฯ ให้เปลี่ยนชื่อจังหวัดจาก ”นครนายก” เป็น ”นครนาสมบูรณ์” แทน

โครงการเขื่อนขุนด่านปราการชล ใช้เวลาศึกษานานถึง 7 ปี ถึงได้เริ่มก่อสร้างใน พ.ศ.2544 เนื่องจากพระองค์ทรงตระหนักดีว่า การสร้างเขื่อนแต่ละครั้ง หมายถึงการใช้งบประมาณแผ่นดินมหาศาล ยังไม่รวมไปถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและทรัพยากรธรรมชาติในละแวกนั้น จึงใส่พระทัยกับทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกสถานที่ โดยย้ำว่าต้องไม่ทับซ้อนกับพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหรือป่าสงวนแห่งชาติ รวมไปถึงบ้านเรือนราษฎร เพราะเขื่อนนี้มีไว้เพื่อบรรเทาความทุกข์ ไม่ใช่เพื่อสร้างความเดือดร้อน หรือแม้แต่ขนาดของเขื่อนก็ต้องเก็บน้ำไม่ต่ำกว่า 200 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งนับเป็นปริมาณที่สูงเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว

เขื่อนสร้างเสร็จสมบูรณ์ภายในสิบปี กลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่เก็บน้ำสมัยใหม่ของไทย เพราะถึงจะห่างกรุงเทพฯ เพียง 100 กิโลเมตร แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมใดๆ ทั้งยังมีการนำเทคนิคและวิทยาการสมัยใหม่มาปรับใช้อย่างลงตัว เช่น แทนที่จะใช้คอนกรีตธรรมดา ก็โปรดฯ ให้นำคอนกรีตไปบดอัดกับกากถ่านหินจนมีความทนทานสูง สามารถรองรับเขื่อนที่มีความสูงถึง 93 เมตร และยาวกว่า 2.5 กิโลเมตรได้อย่างมั่นคง ที่สำคัญกว่านั้นคือ เมื่อสร้างเสร็จก็สามารถใช้ประโยชน์ได้ทันที ผลผลิตในเรือกสวนไร่นาเจริญเติบโตเต็มที่ รวมทั้งยังต่อยอดไปสู่การจัดพื้นที่เพาะพันธุ์สัตว์น้ำ และสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อรองรับผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ ทั้งหมดนี้ก็เพราะพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ใส่พระทัยเรื่องน้ำอย่างจริงจัง และไม่ได้มองปัญหาเพียงเฉพาะหน้า แต่พระองค์ทรงคิดถึงผลลัพธ์ระยะยาว ทำให้ที่นี่กลายเป็นนครนาสมบูรณ์อย่างแท้จริง

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานชื่อเขื่อนนี้ว่า เขื่อนขุนด่านปราการชล เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2549 และนับเป็นเขื่อนคอนกรีตอัดบดที่ยาวที่สุดในโลก

กิจกรรมท่องเที่ยวรอบเขื่อน

ปากประตูระบายน้ำของเขื่อน เป็นที่เล่นน้ำ พายเรือคายัค ล่องห่วงยาง ปิกนิก นั่งรับประทานอาหารของคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว โดยมีภาพมุมสูงของประตูน้ำเขื่อนคอนกรีตที่ยาวที่สุดในโลกเป็นฉากเบื้องหลัง

พระตำหนักประทับ ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือสันเขื่อน ใช้เป็นที่ประทับของในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ เวลาเสด็จฯ มาทรงงานที่นี่ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์และสันเขื่อนได้จากมุมสูงกว้างไกลสุดสายตา เปิดให้ขึ้นไปชมเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น

นั่งรถบริการชมสันเขื่อน หากอยากรู้ประวัติความเป็นมาของเขื่อนอย่างละเอียด แนะนำให้นั่งรถบริการเที่ยวชม พร้อมผู้บรรยาย ใช้เวลาประมาณ 30 นาที นอกจากจะได้ชื่นชมวิวทิวทัศน์ของสันเขื่อนเขาแบบประหยัดแรงเดินแล้ว ยังทำให้เราได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีต่อปวงชนชาวไทย มีให้บริการเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.30-17.00 น. คนละ 30 บาท

ล่องเรือชมธรรมชาติรอบเขื่อน ใครที่ไม่ถนัดกิจกรรมผจญภัย ก็สามารถล่องเรือชมเขื่อน สัมผัสภาพมุมกว้าง ดื่มด่ำกับความงามของน้ำตกผางามงอน น้ำตกคลองคราม และน้ำตกช่องลมได้

สำหรับฉบับนี้ พามารู้จักเท่านี้ก่อนครับ

ติดตามอ่านศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ ได้ในฉบับต่อไปครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

หนังสือวิชา ๙ หน้า ศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว 1672

www.tourismthailand.org

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814  หรือที่ na.tourismthailand.org