Get Adobe Flash player

ศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ ตอนที่ ๕ โดย เอ สุริยะ

Font Size:

ฉบับนี้ยังว่าด้วยเรื่องของวิชา ๙ หน้า ศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ ซึ่งเป็นเรื่องของ วิชาธรรมชาติสามัคคี

บทพิสูจน์ของ “คนกับป่า”

ใครที่คิดว่าคนอยู่ร่วมกับป่าไม่ได้ คงจะต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ หากได้สัมผัสกับโครงการพัฒนาป่าไม้ภูหินร่องกล้า ซึ่งน้อมนำแนวพระราชดำริเรื่องคนกับป่าของในหลวงรัชกาลที่ ๙ มาปรับใช้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๒

เมื่อประมาณ๓๐ ปีก่อน ขณะที่ประเทศไทยกำลังตกอยู่ภายใต้กระแส การคืบคลานของลัทธิคอมมิวนิสต์ ภูหินร่องกล้าคือสมรภูมิสำคัญในฐานะจุดยุทธศาสตร์ซึ่งเชื่อมต่อพื้นที่ถึง ๓ จังหวัด คืออำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ อีกทั้งสภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน เต็มไปด้วยป่ารกชัฏ ทำให้กลุ่มผู้ก่อการยึดพื้นที่นี้เป็นฐานบัญชาการ ภายหลังเหตุการณ์คลี่คลายลง รัฐบาลในขณะนั้นประกาศใช้นโยบายการเมืองนำการทหาร ผู้ก่อการจำนวนมากตัดสินใจออกจากป่าเพื่อมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย สมรภูมิรบภูหินร่องกล้าจึงกลายเป็นอดีต กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งกำกับดูแลเรื่องป่าไม้อยู่ จึงประกาศให้ที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 48 ของไทย

ทว่าถึงสถานการณ์บ้านเมืองจะสงบ แต่ปัญหาที่ภูหินร่องกล้ากลับยังไม่หมดไป  เพราะชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนี้เป็นชาวม้ง ยังชีพด้วยการปลูกฝิ่นกับกะหล่ำปลี จึงมักเข้าไปบุกรุกแผ้วถางพื้นที่ป่าอยู่เสมอ สร้างความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างมาก บางครั้งลุกลามจนกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน ซึ่งแม้จะไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับสมัยก่อน แต่ก็เป็นโจทย์ที่สำคัญที่ทางการต้องเร่งดำเนินการแก้ไข

ด้วยเหตุนี้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้หยิบหยกแนวทางพระราชดำริมาเป็นฐานเพื่อแก้ไขปัญหา โดยสนับสนุนให้ชาวบ้านเปลี่ยนมาปลูกพืชที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ ทดแทนภูเขาหัวโล้นที่ถูกบุกรุกบนยอดดอย อย่างกาแฟอราบิก้า และสตรอว์เบอรี่ พันธุ์พระราชทาน ๘๐ เพื่อนำไปจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวที่มาชมความงามของทุ่งดอกกระดาษ และดอกนางพญาเสือโคร่ง ขณะเดียวกันก็ยังปลูกฝังแนวคิดเรื่องป่าไม้ สอนให้รู้จักวิธีดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการทำแนวป้องกันไฟป่า การดูแลพันธุ์พืชสัตว์ป่า การดูแลแหล่งน้ำธรรมชาติ ฯลฯ ส่งผลให้ภูหินร่องกล้ากลับมาอุดมสมบูรณ์ในระยะเวลาไม่นาน

และนี่คือเป็นบทพิสูจน์ว่า คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้ หากมีกระบวนการจัดการที่เหมาะสม ดังเช่น พระราชดำริอันยั่งยืนของในหลวงรัชกาลที่ ๙  ที่ทรงพระราชทานให้ชาวไทยยึดถือปฏิบัติมาตลอด ๗๐ ปี

โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก

แต่เดิมพื้นที่บนเทือกเขาตะเข็บชายแดนแห่งนี้ เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์มีการสู้รบและเป็นฐานที่มั่นของคอมมิวนิสต์ ภายหลังจากที่รัฐบาลใช้นโยบายการเมืองนำการทหาร ยุติสถานการณ์แล้ว ทำให้ชาวไทยภูเขาเผ่าม้งได้เข้ามอบตัวเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย  บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีชาวไทยภูเขาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก รอบแนวเขตอุทยานฯ ซึ่งมีแนวโน้มของการบุกรุกป่า ทำลายทรัพยากรเพื่อยังชีพด้วยความไม่รู้เพิ่มขึ้น

โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก จ.เพชรบูรณ์ และ จ.เลย จึงกำเนิดขึ้น เพื่อปฏิบัติงานโครงการตามแนวพระราชดำริด้านงานพัฒนาป่าไม้ของในหลวงรัชกาลที่ ๙  ในปี พ.ศ.๒๕๕๒  โดยส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขาเผ่าม้งที่บ้านใหม่ร่องกล้า หมู่ที่ ๑๐ ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย ได้ปรับเปลี่ยนอาชีพจากเดิมมีการปลูกฝิ่นและไร่กะหล่ำปลีที่ใช้สารเคมี ที่ใช้สารเคมีมากมายทำให้ดินเสีย หันมาปลูกสตรอว์เบอรี่ พันธุ์พระราชทาน ๘๐ และกาแฟอราบิก้า เพิ่มอาชีพสร้างรายได้ เริ่มแรกมีเพียง ๓ ไร่ โดยมีแปลงสาธิตในโครงการฯ ก่อน  จากนั้น ชาวบ้านก็นำไปปลูกในพื้นที่ของตน ตอนนี้มีชาวเขาเผ่าม้งมาช่วยงานในโครงการทั้งสิ้น ๑๗ ครอบครัว และได้นำการปลูกสตรอว์เบอรี่ และกาแฟอราบิก้าไปปลูกไม่ต่ำกว่า ๓๐ ไร่แล้ว

หนึ่งในความภาคภูมิใจของโครงการฯ คือการเพาะปลูกกาแฟอราบิก้าใต้ต้นสนเป็นที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย แต่เดิมคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าใต้ต้นสนเป็นพื้นที่ๆ ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น แต่เมื่อได้ทำการทดลองปลูกแล้ว กลับได้รับผลผลิตที่ดี แม้ช่วงแรกจะประสบปัญหาบ้าง เจ้าหน้าที่ก็มิได้ท้อถอย หาวิธีลองผิดลองถูกจนสำเร็จ และให้ความรู้กับประชาชนในพื้นที่ว่า กาแฟสามารถขึ้นได้ทุกที่ โดยไม่จำเป็นต้องถางป่า ถ้ามีความสูงเพียงพอ มีความเย็นเพียงพอ เมื่อกาแฟออกผลก็สามารถเก็บเมล็ด แปรรูปและขายได้ในราคาแพงคุ้มค่ากว่า

และอีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่คือทุ่งดอกกระดาษที่จะเริ่มบานช่วงปลายปี ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยว อากาศเย็นสบาย มีจุดชมวิวสวยงามตามแนวหินผา ๖ จุดสำคัญ ได้แก่ ผาไททานิค ผาพบรัก ผาคู่รัก ผารักยืนยง ผาบอกรัก และผาสลัดรัก สามารถจิบกาแฟปลอดสารเคมีฝีมือชาวม้งท่ามกลางผืนป่าเขียวชอุ่ม นอกจากนี้ ยังเป็นจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทยที่สวยงามอีกจุดหนึ่งของเมืองไทย

ติดตามอ่านศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ ได้ในฉบับต่อไปครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

หนังสือวิชา ๙ หน้า ศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว 1672

www.tourismthailand.org

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814  หรือที่ na.tourismthailand.org