Get Adobe Flash player

ศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ ตอนสุดท้าย โดย เอ สุริยะ

Font Size:

เริ่มต้นปีใหม่ด้วยจิตใจสดใสชื่นบานหวังว่าทุกคนคงได้ชาร์จแบตอย่างเต็มที่ในช่วงสิ้นปีนะครับ เริ่มปีใหม่ เริ่มสิ่งใหม่ๆ ด้วยความสุขนะครับ
ฉบับนี้จะเป็นศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อตอนสุดท้ายแล้วนะครับ วันนี้จะเรียนเรื่อง “วิชาหลอกฟ้า” กันนะครับ


เปลี่ยนฝันให้กลายเป็นฝนด้วยศาสตร์ของการหลอกฟ้า
ย้อนกลับไปเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๘ ระหว่างที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จฯ เยี่ยมเยียนราษฎรทั่วภาคอีสาน ทรงถือโอกาสนี้ถามไถ่ถึงสารทุกข์สุกดิบของพสกนิกร จนทราบปัญหาสำคัญของคนที่นี่ก็คือ ความแห้งแล้ง ขณะนั้นเองทรงแหงนพระพักตร์ เพื่อทอดพระเนตรท้องฟ้าแล้วพบว่า มีเมฆลอยเต็มท้องฟ้าไปหมด แต่กลับไม่มีก้อนใดที่รวมตัวกันเลย ทรงคิดว่าถ้าเมฆรวมตัวกันได้ก็จะกลายเป็นฝน สามารถหยุดความทุกข์ยากของประชาชนได้
เมื่อเสด็จฯ กลับมากรุงเทพฯ ทรงค้นงานวิจัยจากต่างประเทศจำนวนมาก เพื่อศึกษาความเป็นไปได้โดยมี ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ซึ่งอาสาทำฝัน ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ โดยใช้เวลา ๒ ปีเต็ม ศึกษาจนพบว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดฝนหลักๆ คือ อุณหภูมิและความชื้น หากอยากจะสร้างฝนต้องทำให้ความชื้นในอากาศรวมตัวกัน จากนั้นก็ทำอุณหภูมิให้เย็นจัดเพื่อให้ความชื้นรวมตัวและกลั่นตัวกลายเป็นเมฆ
แล้วก็มาถึงขั้นตอนทดลอง แต่ไม่มีนักบินคนใดกล้าบินชนเมฆ เพื่อพิสูจน์ความเชื่อ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล จึงตัดสินใจเรียนขับเครื่องบินจนได้ประกาศนียบัตร แล้วก็บินสำรวจท้องฟ้ารวมถึงค้นหาสารตั้งต้นที่จะช่วยทำให้เกิดฝน โดยที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงควบคุมอย่างใกล้ชิด สาร ๒ ตัวแรกที่นำมาใช้คือ เกลือและน้ำแข็งแห้ง แต่ได้ผลเพียงแค่ “เกือบ” เท่านั้น จึงยังต้องควานหาสารตั้งต้นต่อไป จนได้พบตัวช่วยที่สำคัญอย่าง “แคลเซียมคลอไรด์”
ครั้งนั้นในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จฯ กลับมาจากอำเภอบ้านโป่ง ระหว่างเส้นทางมีเมฆอยู่มาก ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ซึ่งขับเฮลิคอปเตอร์นำขบวนจึงโปรยแคลเซี่ยมคลอไรด์กับน้ำแข็งแห้ง เพื่อไล่เมฆมาตลอดทาง ผลปรากฏว่า เมฆแยกออกเป็นเส้นทางโล่ง คล้ายกำแพงยักษ์สองข้าง และเมื่อในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จฯ ถึงพระตำหนักจิตรลดา กำแพงทั้งสองเริ่มเปิดเข้าหากัน และเกิดกระแสลมแรง ไม่ช้าฝนก็ตกหนัก ในหลวงจึงทรงมั่นใจว่ามาถูกทางแล้ว จนนำมาสู่การทดลองอย่างเป็นทางการครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๒ ณ สนามบินหนองตะกู ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ผลที่ได้คือ ท้องฟ้ามืดครึ้มและฝนก็ตกหลังจากนั้น ๑๕ นาที นับเป็นครั้งแรกที่ฝันตลอด ๑๔ ปีของพระองค์กลายเป็นจริง ถึงจะทำฝนได้สำเร็จ แต่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ก็ยังไม่ยอมหยุดฝันโดยโปรดให้ย้ายการทดลองมายังสนามบินบ่อฝ้าย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ใกล้วังไกลกังวลและใกล้กับโครงการพระราชดำริมากมาย อาทิ อ่างเก็บน้ำเขาเต่า เพื่อจะได้พระราชทานแนวทางการทำงานต่างๆได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น จากวันนั้น ฝนที่พระองค์ทรงสร้างจากศาสตร์ของการหลอกฟ้าที่ทั้งค้นคิด และทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่ามานานถึง ๑๔ ปี ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยชาวบ้านนับแสนนับล้านให้รอดพ้นวิกฤตและถูกเรียกว่าฝนหลวง

หอเฉลิมพระเกียรติพระบิดาแห่งฝนหลวง

ศูนย์ฝนหลวงหัวหินสนามบินบ่อฝ้าย อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

และในวันนี้  ความรู้เรื่องฝนหลวงกลายเป็นวิชาที่ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ผ่านตำราฝนหลวง ที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ และเราทุกคนสามารถเข้าชมได้ที่หอเฉลิมพระเกียรติพระบิดาแห่งฝนหลวง ณ สนามบินบ่อฝ้าย ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อจารึกถึงความฝันอันยิ่งใหญ่ของในหลวงรัชกาลที่ ๙
ในส่วนของหอเฉลิมพระเกียรติพระบิดาแห่งฝนหลวง เราจะได้เห็นเครื่องบินลำเล็กสีส้ม ที่ใช้ทำฝนหลวงในอดีตจอดอยู่ด้านหน้า เมื่อเข้ามาด้านในส่วนแรก คือ ส่วนของห้องทรงงานสำหรับใช้รับเสด็จในเวลาที่พระองค์เสด็จฯ มาที่นี่ และยังเคยเป็นห้องที่พระองค์ทรงใช้เป็นห้องบรรยายเกี่ยวกับฝนหลวงให้นักเรียนโรงเรียนไกลกังวลได้ฟัง มีการจำลองโต๊ะทรงงาน ที่มีเครื่องมือต่างๆ อย่างกระดาษ ดินสอ คอมพิวเตอร์ เอาไว้ให้ดูถัดมาเป็นส่วนของห้องนิทรรศการที่จัดแสดงจุดกำเนิดของฝนหลวงอย่างละเอียด ทั้งภาพ เสียง และวิดีโอ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีตัวอย่างสารทำฝนหลวงต่างๆ พร้อมตำราฝนหลวงพระราชทานที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงประดิษฐ์ภาพด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อพระราชทานแก่นักวิชาการฝนหลวง เพื่อใช้ปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน ซึ่งดูสนุก เข้าใจได้ง่าย และเห็นภาพที่ชัดเจน สำหรับศูนย์ฝนหลวงที่อยู่ด้านหน้า เราจะสามารถมองเห็นเครื่องบินที่ใช้ทำฝนหลวงจริงๆ จอดอยู่ เตรียมพร้อมปฎิบัติหน้าที่ตามวันเวลาที่เหมาะสมตามพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่ต้องการให้ฝนหลวงช่วยชะล้างความทุกข์ให้กับราษฎรของพระองค์

โครงการตามพระราชดำริอ่างเก็บน้ำเขาเต่า ตำบลหนองแก อำเภอหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เขาเต่าเดิมทีนั้นเป็นหมู่บ้านชายทะเลเล็กๆ อยู่ห่างจากตัวเมืองหัวหินไปทางทิศใต้ เมื่อครั้งที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้เสด็จฯ เยือนประชาชนในเขตหัวหินพระองค์ทรงเห็นความลำบากของประชาชนในหมู่บ้านเขาเต่า ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น แต่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ส่วนในช่วงน้ำขึ้นก็มีปัญหาน้ำทะเลไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร สร้างความเสียหายให้แก่พืชผลของประชาชนในพื้นที่ พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเขาเต่าขึ้น นับเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านชลประทานแห่งแรกของประเทศไทย ที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๖ นับตั้งแต่นั้นมา หมู่บ้านเขาเต่าจึงเริ่มมีความเจริญต่างๆ เข้ามาในพื้นที่และเริ่มเป็นที่รู้จักจากคนภายนอก และกลายเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวชายทะเลที่มีชื่อในด้านความสงบและสวยงาม อ่างเก็บน้ำเขาเต่าไม่เพียงแต่ทำหน้าที่บำบัดทุกข์ของชุมชนด้านอุปโภคและบริโภคเท่านั้น แต่ความสวยงามจากธรรมชาติโดยรอบ ได้กลายเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ชมวิวทิวทัศน์ หรือใช้ออกกำลังกายทั้งเดิน วิ่ง หรือขี่จักรยานของคนในชุมชนและนักท่องเที่ยวอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในประจวบคีรีขันธ์

อุทยานราชภักดิ์

เป็นชื่อพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ ๙ ซึ่งมีความหมายว่า อุทยานที่สร้างขึ้นด้วยความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ไทย และจัดสร้างเพื่อเทิดทูนและประกาศเกียรติพระบูรพกษัตริย์ในอดีต ทั้ง ๗ พระองค์ ได้แก่ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราชสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ ๑) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ถ้าเดินไปที่ลานอเนกประสงค์ให้ไปยืนที่จุดรวมสายพระเนตร ซึ่งเป็นตำแหน่งที่บูรพากษัตริย์ทั้งเจ็ดพระองค์ทรงทอดพระเนตรมาประสานเป็นจุดเดียวกัน

วัดเขาเต่า

เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาติดทะเลทำให้วัดเขาเต่ามีทิวทัศน์สวยงาม รวมถึงมีถาวรวัตถุและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กราบไหว้ขอพรมากมายโดยภายในมีการสร้างให้มีลักษณะจำลองคล้ายถ้ำ และมีประติมากรรมหลากหลาย ซึ่งจุดเด่นของวัดนี้คือ การขึ้นไปสักการะพระพุทธศากยชินมหาราช ที่ประดิษฐานบนยอดเขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์สวยๆ ของท้องทะเลได้ด้วย

หาดทรายน้อย

หาดทรายเล็กๆเหมาะกับการพักผ่อนในชายหาดที่มีบรรยากาศเงียบสงบและไม่มีสิ่งบันเทิงให้วุ่นวาย น้ำทะเลสีสวยใส ระดับน้ำไม่ลึกจนเกินไป ทำให้เล่นน้ำได้อย่างสบายใจ ยิ่งช่วงที่น้ำลงชายหาดจะกว้างใหญ่เดินเล่นชมวิวทิวทัศน์รอบๆได้เพลินๆ และกลายเป็นซีเคร็ทบีชสำหรับคนที่ชื่นชอบความสงบ

ถึงฉบับนี้ถือว่าคุณผู้อ่านทุกท่าน เรียนจบวิชา ๙ หน้า ศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อเรียบร้อยแล้ว ได้เรียนรู้สิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงทำเพื่อประชาชนของพระองค์ ด้วยพระ อัจฉริยภาพที่ทำให้งานของพระองค์สำเร็จลุล่วงและช่วยเหลือประชาชนชาวไทยให้อยู่ดีกินดีได้อย่างแท้จริง
พบกันใหม่ฉบับหน้าครับ

สวัสดีปีใหม่