Get Adobe Flash player

เที่ยวชุมชนตะเคียนเตี้ย โดย เอ สุริยะ

Font Size:

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดแคมเปญ “เที่ยวท้องถิ่นไทย ชุมชนเติบใหญ่ เมืองไทยเติบโต” ถือเป็นอีกหนึ่งแคมเปญใหญ่ของการเริ่มต้นศักราชใหม่ ที่จะผลักดันให้เกิดการท่องเที่ยวในเมืองรอง ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ถึง 4 ล้านคน หรือมีการท่องเที่ยวในชุมชนเพื่อที่จะกระจายรายได้ไปสู่คนในท้องถิ่นได้ทั่วถึง ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าสู่เมืองรองและชุมชนไม่น้อยกว่า 10 ล้านคนโดย มีโอกาสในการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวให้ลงสู่เศรษฐกิจฐานรากไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท

คำว่า “เมืองรอง” นั้น หมายถึงจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นมากนักปัจจุบันนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะรู้จักแต่กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต ทำให้การท่องเที่ยวกระจุกตัวอยู่เฉพาะที่ใดที่หนึ่ง การกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสู่จังหวัดที่เป็นเมืองรองเหล่านี้ เป็นงานที่ท้าทายมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเจาะลึกไปถึงการท่องเที่ยวในชุมชนซึ่งมีข้อดีที่จะเป็นการกระจายรายได้อย่างทั่วถึงแล้ว ชุมชนที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมีความต้องการที่จะแนะนำให้นักท่องเที่ยวเดินทางไป จะต้องเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเอง ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางไป จะได้สัมผัสกับความแตกต่างในเรื่องของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ในประเทศไทยมีอยู่หลายชุมชนด้วยกัน ที่มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไป มีการประกอบสัมมาอาชีพที่แตกต่างกัน ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ อาจจะไม่เคยเห็นหรือเคยสัมผัสมาก่อน

สำหรับในฉบับนี้ ผมมีชุมชนที่อยากจะแนะนำให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางไปทำความรู้จัก ไปสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ไปสัมผัสอาชีพที่คนในท้องถิ่นได้ทำนั่นก็คือ ชุมชนบ้านตะเคียนเตี้ยในจังหวัดชลบุรี

เมื่อพูดถึงชลบุรีทุกคนคงจะนึกถึงพัทยาที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นหาดทรายชายทะเล หรือเป็นเมืองที่ได้รับฉายาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติว่า Sin City แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าที่นี่มีชุมชนที่มีวิถีชีวิตในการทำเกษตรกรรมด้วย นั่นก็คือชุมชนบ้านตะเคียนเตี้ยในอดีต ผู้คนในแถบนี้มีอาชีพทำนา มีน้ำท่าสมบูรณ์ตลอดทั้งปี แต่เมื่อเวลาผ่านไป น้ำที่ใช้ทำนาเริ่มไม่เพียงพอ ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงหันไปปลูกมะพร้าว เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว และในปัจจุบันมีการทำสวนเกษตรหลากหลายมากขึ้น แต่สวนมะพร้าวก็ยังถือเป็นอาชีพหลักของชุมชนแห่งนี้ ซึ่งอาชีพนี้สามารถทำให้ชุมชนตะเคียนเตี้ยมีความแข็งแรงและนำรายได้เข้าสู่ชุมชนมากขึ้น

ตำบลตะเคียนเตี้ยประกอบด้วย 5 หมู่บ้าน ซึ่งพื้นที่กว่าครึ่งคือ สวนมะพร้าว

ลานวัฒนธรรมตะเคียนเตี้ย ; ศูนย์การเรียนรู้เพื่อชีวิตพอเพียง

จากแรงบันดาลใจของคนในชุมชนที่อยากให้บ้านร้อยเสาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและแหล่งเรียนรู้ควบคู่ไปกับการศึกษาด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นดั้งเดิม ที่ยังพอมีหลงเหลืออยู่ จึงทำให้เกิดลานวัฒนธรรมตะเคียนเตี้ยแห่งนี้ขึ้น ด้วยความที่ชุมชนยังมีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และอากาศก็ยังสะอาดบริสุทธิ์ ชุมชนตะเคียนเตี้ยจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ได้อย่างดีโดยมีชาวชุมชนให้ความร่วมมือกันสร้างและผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมมากขึ้นซึ่งวิธีที่ทำได้จริงก็คือ การใช้ของที่มีอยู่แล้วนำมาจัดการใหม่ให้เป็นระบบระเบียบ

ณ บ้านร้อยเสา ซึ่งถือเป็นแหล่งรวมมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน มีข้าวของเครื่องใช้สมัยโบราณ มีตำรายารักษาโรคที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน มีตำราโหราศาสตร์ ปีนักษัตรไทย การดูฤกษ์ยาม ครกบดยา ภาชนะทองเหลืองสลักลาย และพระเครื่อง ซึ่งของทุกชิ้นที่อยู่ ณ บ้านร้อยเสาแห่งนี้ ล้วนแต่มีเรื่องราว มากด้วยคุณค่า ผู้ที่เดินทางมาเยี่ยมเยือนยังมีโอกาสได้เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นอีกด้วย

ชุมชนวัดตะเคียนเตี้ยยังเป็นชุมชนวิถีไทยที่ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการดำรงชีวิตผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในชุมชนแห่งนี้มีหลายอย่างเช่น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นขนมทองพับ ทอฟฟี่โอทอป 4 ดาว และอาหารขึ้นชื่อคือ ไก่แกงกะลา ซึ่งหากนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสแวะมาแล้วจะต้องชิมเมนูนี้

บ้านร้อยเสา เป็นบ้านโบราณที่ได้รับการดูแลอย่างดี ถ้ามองจากภายนอกจะเห็นเป็นบ้านสองหลังแต่เมื่อเข้าไปข้างในแล้วจะพบว่าตัวบ้านภายในทะลุถึงกันหมดในปัจจุบันชั้นบนของตัวบ้านได้ปรับปรุงและตกแต่งให้เป็นพื้นที่จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้สมัยโบราณ เช่นสมุดข่อย ซึ่งถือเป็นหนังสือโบราณที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมเกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์หรือภูมิปัญญาเพื่อ บันทึกข้อมูลและเรื่องราวต่างๆ สมุดข่อยที่บ้านร้อยเสาเป็นเหมือนมรดกตกทอดต่อกันมาซึ่งในสมุดเล่มนี้มีบันทึกตำรายารักษาโรค ตำราโหราศาสตร์ไทย ตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

พื้นที่รอบๆ ตัวบ้านร้อยเสากินเนื้อที่มากกว่า 6 ไร่ โดยทุกตารางเมตรถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่เริ่มจากการคัดแยกขยะภายในบ้านวิธีเปลี่ยนขยะให้เป็นของมีค่าทำตู้เย็นธรรมชาติโดยปลูกพืชกินได้อยู่ท้ายครัวไม่ใช้สารพิษในการกำจัดแมลงเพื่อป้องกันสารตกค้าง วิธีการดูแลต้นไม้แบบง่ายง่าย การปลูกสวนสมุนไพรเพื่อใช้สรรพคุณให้ครบถ้วน ทุกอย่างมีคุณค่าเหมาะแก่การเรียนรู้ทั้งสิ้น ด้านหลังของสวนเป็นแปลงไม้ไผ่ตงพันธุ์ไต้หวัน และไม้ไผ่หวาน ซึ่งออกหน่อตัดขายได้ตลอดทั้งปี

อีกกิจกรรมหนึ่งที่เป็นกิจกรรมเพื่อสุขภาพของลานวัฒนธรรมซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ใครมาถึงต้องสัมผัส นั่นคือ กัวชารักษาโรค กัวชา คือหนึ่งในภูมิปัญญาแพทย์พื้นบ้าน ที่ตกทอดมาตั้งแต่โบราณอีกหนึ่งอย่างของชาวจีน เป็นการบำบัดด้วยการขูดผิวหนังเพื่อขับพิษ ซึ่งทำได้ง่ายสะดวกเห็นผลเร็ว ที่สำคัญไม่มีผลข้างเคียง มีคุณสมบัติเด่นในการรักษาอาการไข้แดด และไข้หวัดอย่างรวดเร็ว

นอกจากการรักษาแล้วที่ ลานวัฒนธรรมแห่งนี้ ยังเปิดสอนกัวชาอย่างละเอียดทุกขั้นตอนสำหรับผู้ที่สนใจ

นอกจากนี้ยังมีการอบสมุนไพรไร้สารพิษที่เก็บเกี่ยวมาจากสวนที่ปลูกอยู่รอบบ้านนี่เอง พร้อมกันนี้ ยังมีน้ำสมุนไพรห่างไกลจากเคมีให้สดชื่นอีกหลากหลายเมนู ทั้งชาเขียวใบหม่อน น้ำตะลิงปลิงผสมมะเฟือง รสหวานอมเปรี้ยวอุดมไปด้วยวิตามินซี

เรียนรู้งานศิลปะพื้นบ้าน

ที่ลานวัฒนธรรมตะเคียนเตี้ยแห่งนี้ยังมีการสอนงานศิลปะและงานฝีมืออันเป็นของท้องถิ่นแต่โบราณอีกด้วยเริ่มจากการเรียนตัดพวงมโหตร (อ่านว่า มะ-โหด)เป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่กำลังจะหายไป หากย้อนกลับไปหาอดีตแล้ว เมื่อมีงานบุญตามวัดที่ต่างจังหวัด ทั่วทั้งงานจะมีพวงมโหตรประดับประดาบานสะพรั่ง โดยจะติดอยู่ตามธงราวซึ่งเป็นธงทำจากกระดาษว่าวตอนหลังกลายเป็นรูปนักษัตร

อีกกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจคือ การทำน้ำมันมะพร้าวและกาแฟกะทิมะพร้าวกะทิของที่ตะเคียนเตี้ย จะใช้แทนคอฟฟี่เมต ตลอดจนการทำไอศครีมกะทิสูตรโบราณซึ่งอร่อยมาก หากใครไม่ได้ชิมถือว่ามาไม่ถึง

นอกจากนี้สิ่งที่ห้ามพลาดคือ การใช้จักรยานเป็นพาหนะเยี่ยมชมสวนมะพร้าวซึ่งถือเป็นกิจกรรมไฮไลท์ของที่นี่ สามารถปั่นจักรยานไปเยี่ยมชมกลุ่มแม่บ้านที่นำมะพร้าวไปแปรรูปเป็นขนมพื้นบ้าน เยี่ยมชมศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนที่สามารถผลิตขยายแตนเบียนบราคอน ที่ใช้ในการป้องกันและกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าว เยี่ยมชมการนำมะพร้าวมาแปรรูปเป็นน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น การปล่อยแตนเบียนเพื่อป้องกันและกำจัดหนอนหัวดำ

สำหรับผู้ที่สนใจจะปั่นจักรยานชมสวนและดูวิถีชีวิตชาวตะเคียนเตี้ยควรติดต่อเข้ามาก่อนที่ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตะเคียนเตี้ยโทร 085-6989732 จะมีเจ้าถิ่นพาปั่นเที่ยวรับรองไม่มีหลงและมีความปลอดภัยอย่างแน่นอน

ก่อนจะกลับปั่นจักรยานเสร็จเหนื่อยๆ อยากให้ลองดื่มน้ำมะพร้าวสดของที่นี่ เพราะมีความหวานเย็นชื่นใจ หอมหวานโดยไม่ต้องใส่สารปรุงแต่งใดๆ ทั้งสิ้น เหมือนชุมชนแห่งนี้ที่มีเสน่ห์โดยที่ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเลย

ถ้าคุณผู้อ่านมีโอกาสได้มาเที่ยวในจังหวัดชลบุรี นอกจากแวะไปเที่ยวพัทยาหรือบางแสนแล้ว อย่าลืมเดินทางมาท่องเที่ยวชุมชนตะเคียนเตี้ย คุณจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตที่ไม่มีใครเหมือนที่ได้อยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง และต้องประทับใจอย่างแน่นอน