Get Adobe Flash player

เยือนเมืองเก่า สุโขทัยกับคณะ Home Coming โดย เอ สุริยะ

Font Size:

ผมเพิ่งกลับจากจังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของไทย ได้เก็บความทรงจำที่น่าประทับใจไว้หลายๆ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรกคือ ทริปนี้ ผมมีโอกาสได้ต้อนรับคณะ Home Coming ที่ ททท.สำนักงานลอสแอนเจลิส ร่วมกับบริษัท See My Thailand จัดทริปดึงคนไทยในอเมริกามาเที่ยวบ้านเกิดเมืองนอน โดยครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 2 เส้นทางที่ไปเยือนคือ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง สุโขทัย และพิษณุโลก ผมได้พบกับลูกทัวร์ที่เป็นแฟนคลับของคณะ Home Coming มากหน้าหลายตา ได้ทักทาย กอดกัน จับมือกันด้วยความเป็นมิตร เหมือนได้พบญาติแท้ๆ ที่ 1 ปีได้มาพบกันครั้งหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่ในปีนี้ ผมได้มาร่วมทริปแค่เพียง 3 วัน ที่จังหวัดสุโขทัยและพิษณุโลกเท่านั้น โดยมีหน้าที่ในการประสานงานกับ ททท.สุโขทัย โดยความร่วมมือของ คุณพัศลินทร์ เศวตรัตน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสุโขทัย และคุณสุชารัตน์ แสงอรุณ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสุโขทัย ที่ช่วยประสานงานกับทางจังหวัดสุโขทัยในการจัดการแสดงแสงเสียงเรื่องเมืองเก่าสุโขทัย พร้อมทั้งจัดกิจกรรม “ตลาดปสานอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย” จำหน่ายอาหารคาวหวาน อาหารท้องถิ่น หลากหลายเมนู จาก พ่อค้า-แม่ค้า ชุมชนเมืองเก่า และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย นำมาให้ทางคณะได้ลิ้มลอง ณ ตลาดท่าน้ำรับเสด็จสมเด็จพระเทพฯ ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย  ซึ่งผมต้องขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ที่ให้ความอนุเคราะห์การแสดงครั้งนี้ให้กับคณะจากสหรัฐอเมริกาได้รับชมกัน รวมทั้งต้องขอขอบคุณท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายศรัทธา คชพลายุกต์ ที่ให้เกียรติเดินทางมาต้อนรับคณะอย่างเป็นกันเอง

การแสดงแสงเสียง หรือ Mini Light and Sound ณ วัดสระศรี อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เป็นการแสดงที่งดงาม โดยใช้แสงและสีประกอบกับการแสดง ฉากก็จะเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ของจริง โดยมีการร้อยเรื่องราวความเป็นมาของเมืองสุโขทัยเมื่อครั้งยังเป็นราชธานีที่รุ่งเรือง บรรยากาศรายรอบเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งมนต์ขลังของเมืองมรดกโลก ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้อย่างน่าประทับใจ รวมทั้ง จำลองเหตุการณ์สำคัญที่เป็นประเพณีที่รู้จักกันไปทั่วโลก คือประเพณีการลอยกระทง อีกทั้งการแสดงระบำสุโขทัย และระบำเทวีศรีสัชนาลัย จากวิทยาลัยนาฏศิลป์สุโขทัย ก็สะกดให้ผู้ชมตกอยู่ในภวังค์ ตกตะลึงในความอ่อนช้อยงดงาม คณะ Home Coming ที่มีโอกาสได้รับชมในครั้งนี้ ต่างบอกว่า ไม่คิดว่าจะได้ชมการแสดงแบบนี้ ทุกคนมีแต่ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มกลับที่พักด้วยความอิ่มเอมใจ

ความประทับใจเรื่องต่อมาคือ ความเป็นเมืองเก่าของสุโขทัย ไม่ว่าจะไปเยือนครั้งใด มันก็จะมีความรู้สึกว่า ที่นี่เป็นเมืองของบรรพบุรุษที่สร้างให้ไทยเป็นไทยมาจนถึงทุกวันนี้ ประกอบกับได้เห็นอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ที่ยังคงร่องรอยความเจริญรุ่งเรือง มีทรัพย์ของแผ่นดิน คือ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว อุดมสมบูรณ์เพียบพร้อม สมกับชื่อเมืองสุโขทัย ที่แปลความหมายได้ว่า รุ่งอรุณแห่งความสุข

ผมได้พาคณะ Home Coming ที่สมัครใจมาตักบาตรบริเวณสะพานบุญ ที่เชื่อมจากวัดข้ามน้ำมายังฝั่งถนน ทุกคนมาพบกันตอนตี 5 แล้วออกไปซื้ออาหารใส่บาตรที่ตลาดข้างวัดตระพังทอง นอกจากทุกคนจะซื้อใส่บาตรแล้ว ยังเลือกชิมอาหารท้องถิ่นในตลาดสด ซึ่งบางอย่างหากินไม่ได้ทั่วๆ ไป จะมีให้ชิมที่ตลาดท้องถิ่นนี้เท่านั้น เมื่อพร้อมก็ยืนรอพระออกมาบิณฑบาตกันตรงกลางสะพาน ภาพที่ทุกคนยืนใส่บาตรกันกลางสะพานบุญ ท่ามกลางแสงทองของรุ่งเช้า เป็นภาพที่สวยสดงดงาม และผมเชื่อว่าทุกคนที่ใส่บาตรในวันนั้นคงอิ่มใจไม่ใช่น้อย

ความประทับใจอีกเรื่องหนี่งที่ได้พบโดยบังเอิญ คือได้พบกับที่พักเล็กๆ น่ารักๆ มีแค่ 5 ห้องเท่านั้น ที่รอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน เจ้าของเรียกแทนตัวเองว่าพี่นพ พี่นพเล่าเรื่องราวความเป็นมาให้ผมฟังอย่างเป็นกันเองว่า บ้านมะขวิด สร้างขึ้นมาจากความรักความฝันรวมตัวกันจนเกิดสถานที่นี้ขึ้นมา

ที่มาของชื่อ บ้านมะขวิด สุโขทัย คือด้านหน้าบ้านหรือเกือบกลางของที่ดินแปลงนี้มีต้นมะขวิด ภาคอีสานเรียกมะยม ภาคเหนือเรียกมะฟิด ขนาดใหญ่แผ่กิ่งก้าน โชว์ตัวตระหง่าน ด้วยทรงที่เป็นไม้โบราณจึงโดดเด่น มะขวิด เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เมื่อออกดอกติดลูกแล้ว ลูกมีลักษณะกลมผิวขรุขระ ลูกมีขนาดเท่าผลส้มโอขนาดย่อมๆ เมื่อแก่เต็มที่ ลูกมะขวิดก็จะหลุดตกลงมา หากยังไม่สุกเนื้อในสีขาว รสชาติหวาน หากสุกเต็มที่จะมีสีน้ำตาล จะหอมมาก ปัจจุบันหายาก คนจะโค่นลงมาเพราะเวลามีลูกจะอันตรายตอนลูกตกลงมา

และที่น่าสนใจคือ ที่นี่ เป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องย่าม พี่นพเล่าว่า พี่นพใช้ย่ามในการใส่ของมานานและซื้อมาเรื่อยๆ เพราะความชอบและรัก จนมากขึ้น มากขึ้น จึงคุยกันว่าจะทำยังไงดี ความคิดจึงเกิดขึ้นมาที่จะตั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ เพราะย่าม ไม่ใช่แค่เอาไว้ใส่ของ แต่มันแสดงถึงตัวตนของผู้ทอ ประเพณี และวิธีชีวิตของแหล่งที่มา อีกทั้งมันเริ่มเลือนลางหายไป เรายังไปบุกเบิกย่ามบางอย่างที่มันหายไปให้กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมา โดยเข้าไปร่วมกับชุมชน ช่วยกันรื้อฟื้นทั้งยังทำให้คนทอได้งานและมีกำลังใจทอผ้าต่อไป

บ้านมะขวิด จึงเป็นที่พักและร้านอาหารเล็กๆ ที่เกิดจากความฝันของพี่นพที่อยากมีที่พักไว้บริการ แขกไปใครมาเล็กๆ เพียงไม่กี่ห้อง เพื่อที่จะได้ดูแลได้อย่างอบอุ่น อยากให้คนที่มาพักคิดว่าที่นี่คือบ้านของพวกเขาเอง

เสร็จทริปนี้แล้ว ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ยังไม่อยากจากสุโขทัยไปเลย เหมือนกับว่ายังมีอะไรให้ค้นหาอีกมากมาย สงสัย See My Thailand คงต้องหาโอกาสจัดมาอีกซักทริปแล้วล่ะ

 

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814  หรือที่ na.tourismthailand.org