Get Adobe Flash player

แต่งไทยไม่ตกยุค โดย เอ สุริยะ

Font Size:

กระแสการแต่งกายแบบไทยๆ กำลังมาแรง ผมรู้สึกเป็นปลื้มที่ได้เห็นคนไทยกลับมาเห็นถึงความสำคัญของการแต่งชุดไทยเดินไปไหนมาไหนโดยไม่เคอะเขิน นับเริ่มตั้งแต่จากการที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว ขึ้นมา ทำให้ประชาชนคนไทยลุกขึ้นมาสรรหาเครื่องแต่งกายชุดไทยในสมัยต่างๆ มาสวมใส่เดินชมงาน ไม่ว่าจะเป็นการนุ่งโจงกระเบน หรือนุ่งผ้าซิ่น การห่มสไบ การใส่เสื้อแขนหมูแฮม การนุ่งผ้าม่วง สวมเสื้อราชปะแตน  ใส่หมวก ถือไม้เท้า ซึ่งในสมัยนี้ แทบจะไม่ได้เห็นในชีวิตประจำวัน พอมีงานนี้ขึ้นมา ทำให้ได้เห็นถึงความเป็นไทยเท่ ความมีเอกลักษณ์ของเครื่องนุ่งห่มที่มองยังไงก็มีความสวยงาม และบ่งบอกถึงความเป็นชาติไทย ที่มีวัฒนธรรมการแต่งกายที่เป็นอัตลักษณ์ ทำให้ผมนึกย้อนไปตอนที่ได้เที่ยวประเทศญี่ปุ่น ในเมืองโตเกียว ถึงแม้ว่าเมืองหลวงแห่งนี้จะมีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีล้ำหน้าชาติอื่นๆ ไปมากโข แต่ประชากรชาวญี่ปุ่น ก็ยังคงใส่ชุดประจำชาติ หรือชุดกิโมโน เดินสวนไปมากับหนุ่มสาวออฟฟิศที่ใส่สูทโก้หรู แม้ว่าจะดูเป็นการขัดแย้งกันไปบ้าง แต่นั่นก็แสดงถึงความรู้สึกได้ว่า เขามีความภูมิใจในความเป็นชาติ และไม่ได้หลงลืมรากเหง้าของตัวเอง แต่ก่อน ผมอาจจะมีความรู้สึกอดสูใจบ้างเวลาที่เราแต่งชุดไทย แล้วคนส่วนใหญ่ จะนึกว่าเป็นพนักงานต้อนรับในโรงแรม หรือพนักงานต้อนรับตามร้านอาหาร มันทำให้เกิดความรู้สึกอายเวลาใส่ชุดไทย ผมว่า เราควรจะปรับเปลี่ยนแนวคิดแบบนี้ได้แล้วครับ คนไทยสมัยก่อน เป็นคนช่างคิด และมีความคิดสร้างสรรค์ในเรื่องของความเป็นอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของการแต่งกาย สามารถที่จะออกแบบชุดให้เหมาะสมกับสภาพบ้านเมือง สภาพภูมิอากาศ และถ้าสังเกตดีๆ ชุดไทยแต่ละประเภท ไม่ได้มีความเชย หรือล้าสมัยเลยสักนิด การออกแบบก็ออกจะล้ำยุคคล้ายแฟชั่นฝรั่ง อย่างเสื้อสายเดี่ยว ก็เหมือนกับเสื้อคอกระเช้าของคุณย่าคุณยาย ที่ใส่กันมานมนานแล้ว หรือแม้แต่เสื้อกระโจมอก ดูดีๆ ก็เหมือนฝรั่งต่างชาตินำไปตัดเลียนแบบเหมือนกันนะ

สำหรับวัฒนธรรมการแต่งกายของสาวไทยในสมัยโบราณ การนุ่งห่มตามวันก็ถือเป็นศิลปะในการนุ่งห่มผ้าที่หาชาติใดเหมือนนะครับ ในหนังสือ “สวัสดิรักษา” ที่สุนทรภู่แต่งถวายเจ้าฟ้าอาภรณ์ พระลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ที่กล่าวถึงการใช้สีเพื่อการแต่งกายในชีวิตประจำวันของสตรีในราชสำนักที่นิยมแต่งกายให้โดยใช้สีให้ถูกโฉลก เป็นมงคลตามลักษณะของวัน และตามตำราโบราณ กล่าวไว้เป็นกลอนดังนี้ครับ  

“อนึ่งภูษาผ้าทรงณรงค์รบ               

ให้มีครบเครื่องเสร็จทั้งเจ็ดสี
วันอาทิตย์สิทธิโชคโฉลกดี                 

เอาเครื่องสีแดงทรงเป็นมงคล
เครื่องวันจันทร์นั้นควรสีนวลขาว                   

จะยืนยาวชันษาสถาผล
อังคารม่วงช่วงงามสีครามปน                   

เป็นมงคลขัตติยาเข้าราวี
เครื่องวันพุธสุดดีด้วยสีแสด               

กับเหลือบแปดปนประดับสลับสี
วันพฤหัสจัดเครื่องเขียวเหลืองดี         

วันศุกร์สีเมฆหมอกออกสงคราม
วันเสาร์ทรงดำจึงล้ำเลิศ                   

แสนประเสริฐเสี้ยนศึกจะนึกขาม
หนึ่งพาชีขี่ขับประดับงาม                           

ให้ต้องตามสีสันจึงกันภัย"

หรือในหนังสือสี่แผ่นดินของ หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ก็ได้กล่าวถึงการแต่งตัวของชาววังสมัยแม่พลอยซึ่งจะต้องแต่งกายเหมือนกันหมดตามแต่พระราชนิยม เรียงตามวันเป็นดังนี้ครับ

วันจันทร์  นุ่งเหลืองอ่อนห่มน้ำเงินอ่อน หรือห่มสีบานเย็น หรือนุ่งสีน้ำเงินนกพิราบก็จะต้องห่มสีจำปาแดง
วันอังคาร  นุ่งสีปูนหรือสีม่วงเม็ดมะปราง ห่มสีโศก หรือ นุ่งโศกสีเขียวอ่อน ต้องห่มสีม่วงอ่อน
วันพุธ  นุ่งสีถั่วหรือสีเหล็ก ห่มสีจำปา
วันพฤหัสบดี นุ่งสีเขียวใบไม้ห่มสีแดงเลือดนก หรือ นุ่งสีแสดห่มสีเขียวอ่อน
วันศุกร์  นุ่งสีน้ำเงินแก่ห่มสีเหลือง
วันเสาร์  นุ่งสีเม็ดมะปรางห่มสีโศก หรือนุ่งผ้าลายพื้นสีม่วงห่มสีโศก
วันอาทิตย์ แต่งเหมือนวันพฤหัสบดี หรือ นุ่งผ้าลายพื้นสีลิ้นจี่ สีเลือดหมู แล้วห่มสีโศก

เห็นมั้ยครับว่า การจับคู่สี นอกจากจะทำให้เกิดความสวยงามแล้ว ยังถือเป็นสีที่เรียกได้ว่าถูกโฉลกในแต่ละวันเลยล่ะครับ

และกระแสที่กำลังมาแรงอีกกระแสในยุคนี้ที่ทำให้คนไทยหันมาแต่งไทยใส่โจงกระเบนกัน ก็คือ ละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ทางช่อง 3 เรียกว่าสาวๆ สมัยนี้ ถ้าใครไม่รู้จักแม่การะเกด ก็ถือว่าเชยจริงๆ นะออเจ้า ละครเรื่องนี้นับว่าปลุกกระแสการแต่งชุดไทยไปทอดน่องท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าใครไปวัดไชยวัฒนาราม หรือวัดพระศรีสรรเพชญในช่วงนี้ ก็จะได้เห็นนักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่เดินเที่ยวในชุดไทย และนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากช่วงปกติประมาณ 5 เท่า 6 เท่า คนที่ได้กำไร ก็คือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวบ้านเรา และได้เห็นคนไทยแต่งชุดไทยเดินเที่ยว เป็นอาหารตาและอาหารใจ

เอาล่ะครับ ที่เขียนถึงในวันนี้ แม้จะไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องท่องเที่ยวโดยตรง แต่จริงๆ แล้ว การที่จะเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย ความเป็น “คนไทย” นี่ล่ะครับ ที่เป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นไทยได้อย่างดี คนไทยมีลักษณะพิเศษที่ยิ้มแย้มแจ่มใส มีความเป็นมิตร และที่สำคัญ การห่มสไบใส่โจงกระเบน แสดงถึงวัฒนธรรมการแต่งกายที่มีเสน่ห์เหลือเกิน เหล่านี้ล่ะครับที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอยากมาเยือนสักครั้งในชีวิต