Get Adobe Flash player

“ระนอง ต้องลอง” โดย เอ สุริยะ

Font Size:

ทอดน่องท่องไทยฉบับนี้ ผมอยากให้น้องพัตเตอร์ ภารุจ วารุณประภา นิสิตคณะรัฐศาสตร์ เอกการปกครอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมาฝึกงานที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส ได้ชักชวนคุณผู่อ่านทุกท่านเที่ยวเมืองไทย ลองอ่านกันครับว่า น้องพัตเตอร์จะชวนไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ตามไปเที่ยวด้วยกันเลยครับ

“คุณพ่ออยากไปเที่ยวทะเลแต่คุณแม่อยากไปเที่ยวภูเขาและบ่อน้ำพุร้อน คุณลูกอยากไปเที่ยวน้ำตกแต่คุณปู่คุณย่าอยากไปไหว้พระ” ปัญหาต่างๆจะหมดไป ถ้าครอบครัวนี้พากันไปที่ระนอง นั่นเพราะว่าภูมิประเทศของระนองประกอบด้วยภูเขาสูงในทางทิศตะวันออกซึ่งมีภูเขาที่วิวสวยงามและบ่อน้ำพุร้อนคุณภาพดี เมื่อลาดลงสู่ทะเลอันดามันในทางทิศตะวันตก เราก็จะได้ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของทะเลและเกาะ นอกจากธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ระนองยังมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานนับตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาเรืองอำนาจ ทำให้มีแหล่งโบราณสถานและวัดวาอารามที่งดงาม  ถึงแม้จะมีคำที่กล่าวว่า “ระนอง เมืองฝนแปดแดดสี่” นั่นคือมีฝนตก 8 เดือน และฝนแล้งเพียง 4 เดือน ระนองก็ยังถือเป็นสถานที่ที่ไปเที่ยวได้ทุกฤดูกาล แต่จะแตกต่างไปตามแต่ละฤดูนั้นเอง

เรามาเริ่มทอดน่องด้วยกันในแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ก่อนดีกว่า โดยเริ่มที่พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง) ซึ่งเป็นพระราชวังที่ทำด้วยไม้สักและไม้ตะเคียนทอง เดิมสร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2433 เพื่อเป็นพลับพลาที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ต่อมาองค์พระที่นั่งฯชำรุดทรุดโทรมลงจึงมีการปรับปรุงและดัดแปลงพระที่นั่งรัตนรังสรรค์ใหม่เพื่อเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7

จากนั้นเดินทางไปยังภูเขาหญ้าซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเมือง ภูเขาหญ้าเป็นภูเขาที่ไม่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้น แต่จะมีเพียงต้นหญ้าปกคลุมแนวเขาที่ทอดตัวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ ภูเขาที่เต็มไปด้วยหญ้าต่างสีต่างวันเวลาและเนินเขางดงาม ภูเขาหญ้าได้ขึ้นชื่อว่าเป็น "ภูเขาหญ้าสองสี” เพราะในช่วงฤดูแล้งภูเขาหญ้าจะแปรเปลี่ยนเป็นสีทอง เมื่อแสงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า ภูเขาทั้งลูกจึงจะกลายเป็นสีเหลืองทอง เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว ยิ่งในช่วงฝนตกใหม่ๆ ก็จะได้เห็นสายหมอกสีขาวลอยเรี่ยมาใกล้ตัว

ไม่ไกลจากภูเขาหญ้าระนองมีวัดบ้านหงาว เป็นวัดที่มีอุโบสถ 2 ชั้น เรียกว่า “อุโบสถลอยฟ้ากว้าง”  รอบอุโบสถเทคอนกรีตเป็นลานกว้างมีลูกกรงล้อมรอบ ในแต่ละมุมทั้ง 4 ด้าน มีอาคารจัตุรมุขกว้าง มีบันไดขึ้นลงรอบทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก  ภายในอุโบสถวัดบ้านหงาว เป็นที่ประดิษฐานพระประธาน มีนามว่า “หลวงพ่อดีบุก” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีชื่อเป็นทางการว่า “พระติปุกะพุทธมหาศากยมุนีศรีรณังค์” ซึ่งหมายความว่า “พระพุทธรูปดีบุกองค์ใหญ่เป็นสิริมงคลและศักดิ์ศรีของเมืองระนอง” และยังมีความสวยงามของฝาผนังที่แกะสลักเป็นลวดลายต่างๆ อีกด้วย

จากนั้นแวะไปโดนละอองน้ำตกที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ซึ่งน้ำตกหงาวเป็นน้ำตกคู่เมืองระนอง เพียงเดินผ่านผืนป่าดงดิบสมบูรณ์ประมาณ 500 เมตร ก็ถึงน้ำตกชั้นล่างแล้ว เราจะได้พบกับสายน้ำสีขาวใสที่ไหลตกลงมาจากหน้าผาสูงชันเป็นเกลียวสวยงาม นอกจากนี้ น้ำตกหงาวยังเป็นแหล่งอาศัยของปูเจ้าฟ้า ปูชนิดใหม่ของโลกที่พบครั้งแรกที่นี่ และยังจะได้พบกับดอกโกมาชุมหรือเอื้องเงินหลวง ที่จะออกดอกในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคมด้วย

สำหรับคนชอบเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ก็มีเส้นทางเดินป่าโดดเด่นรองรับนักนิยมไพรถึง 3 เส้นทาง ทั้งเส้นทางเดินป่าพิชิตยอดเขานมสาว เส้นทางเดินป่าเขาพ่อตาจีนจอด และเส้นทางเดินป่าพิชิตยอดเขาน้ำตกหงาว นักเดินทางจะได้สัมผัสกับวิวบนยอดภูเขาหญ้า ทะเลหมอกยามเช้า พระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติกพร้อมกับวิวชายฝั่งทะเลอันดามันที่สวยงาม ตกเย็นก็ช่วยกันตั้งแคมป์และนอนดูดาวจนเผลอหลับไป

เที่ยวกันมาทั้งวันแล้วครับ เราจะแวะไปผ่อนคลายกันที่ออนเซ็นเมืองไทย หรือ “บ่อน้ำพุร้อนพรรั้ง” ตั้งอยู่ที่บ้านพรรั้ง ตำบลบางริ้น อำเภอเมือง จังหวัดระนองในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว โดยน้ำร้อนมีลักษณะใสสะอาดที่เกิดจากสายน้ำแร่ร้อนที่มีอุณหภูมิสูงประมาณ 35-40  เซลเซียส ลักษณะเด่นของน้ำพุร้อนที่นี่คือ ไม่มีกลิ่นกำมะถันหรือก๊าซไข่เน่าเลย  โดยมีบริการบ่อน้ำร้อนสำหรับยืนตักอาบ อ่างน้ำร้อนสำหรับแช่กลางแจ้ง และอ่างแช่แบบจากุชชี่สปา ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ธรรมชาติที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีก

หลังจากชื่นฉ่ำกับธรรมชาติของป่าเขาแล้ว วันต่อมาเราสามารถตื่นเช้ากระโจนขึ้นเรือไปยังเกาะพยาม หนึ่งในเกาะที่มีชายหาดที่สวยงามขาวสะอาดหลายแห่ง อาทิ อ่าวใหญ่ อ่าวเขาควาย ฯลฯ เราสามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางป่าโกงกางธรรมชาติ ซึ่งทำให้ได้ประโยชน์สองทางคือ ไม่มีคลื่นลมและได้ชมบรรยากาศป่าชายเลนและทิวทัศน์สวยมาก จากนั้นเดินทางไปยังอ่าวเขาควาย เพื่อไปดำน้ำดูปลา ชมปะการัง บริเวณรอบๆเกาะ ถือเป็นแหล่งดูปะการังที่สมบูรณ์สวยงามที่สุดบนเกาะพยาม

หรือจะลองไป “ล่องทะเลพม่า” ดูไหมครับ? ผ่านทางทะเลอันดามัน โดยขึ้นที่ท่าเรือเกาะสนผ่านวิธีการตรวจคนเข้าเมือง เราจะได้รับประสบการณ์ความสวยงามที่น่าพิศวงของเกาะฮอร์สชู (Horse Shoe Island) ที่มีแนวชายหาดสีขาวทอดยาวสุดสายตา นอกจากนี้ยังมีเกาะที่โด่งดังที่สุดในยุคนี้คือเกาะหัวใจมรกต (Cock's Comb Island) โดยบริเวณรอบเกาะหัวใจตั้งแต่ปากถ้ำจะมีปะการังสวยงามมาก ๆ และยังมีรังปลานีโม่อยู่รอบ ๆ เกาะ นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงทีเดียวครับ

เป็นอย่างไรบ้างครับ การท่องเที่ยวระนองนับว่าครบทุกรสชาติใช่ไหมครับ ไม่ว่าจะเป็นทะเล ภูเขา ป่าไม้ บ่อน้ำพุร้อน วัดวาอาราม หรือแม้แต่ไปท่องเที่ยวยังประเทศเพื่อนบ้าน ไปเที่ยวแค่ระนองจังหวัดเดียวแต่มีทุกอย่างจริงๆ ครับ