Get Adobe Flash player

เที่ยวเมืองชาละวัน โดย เอ สุริยะ

Font Size:

ฉบับนี้ เป็นผลงานของน้องเก้า กชพรรณ เงินดิเรก สาวน้อยจากสถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง จะพาคุณผู้อ่านเที่ยวบ้านเกิดของน้องเก้าเองครับ

พิจิตร มีความหมายว่า เมืองงาม” คนไทยทั่วไปรู้จักว่าเป็นเมืองของพญาชาละวัน ถิ่นกำเนิดนิทานเรื่อง “ไกรทอง” ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดนครสวรรค์กับจังหวัดพิษณุโลก มีแม่น้ำน่านกับแม่น้ำยมไหลผ่าน ตัวเมืองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่าน

พิจิตรเป็นเมืองเก่าแก่ ในสมัยสุโขทัยปรากฎในศิลาจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชและในศิลาจารึกหลักที่ 8 รัชกาลพระยาลิไท เรียกว่า “เมืองสระหลวง” ซึ่งมีสถานะเป็นหัวเมืองเอกของกรุงสุโขทัย ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองโอฆบุรี” ซึ่งแปลว่า “เมืองในท้องน้ำ”

นอกจากนี้เมืองพิจิตรยังเป็นที่ประสูติของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาพระองค์หนึ่งคือ สมเด็จพระศรีสรรเพชญที่ 8 หรือ สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ สมัยรัตนโกสินทร์

เมืองพิจิตรเป็นเพียงเมืองขนาดเล็ก แต่ก็ยังมีเจ้าเมืองปกครองเช่นเมืองอื่นๆ เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดฯ ให้ย้ายเมืองพิจิตรมาตั้งที่บ้านคลองเรียงซึ่งเป็นคลองขุดใหม่ ลัดแม่น้ำน่านที่ตื้นเขิน คลองเรียงจึงกลายเป็นแม่น้ำน่านไป ส่วนบริเวณเมืองพิจิตรเก่ายังปรากฏโบราณสถานอยู่หลายแห่ง ซึ่งมีอายุตั้งแต่สมัยสุโขทัยถึงสมัยอยุธยา

มาถึงบ้านเกิดของฉันบ้าง คืออำเภอ บางมูลนาก สถานที่ใครที่หลายคนมักจะมองผ่านไป

ในสายตาของคนหลายๆคน พิจิตรดูเหมือนเป็นเมืองผ่านมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวเพราะเป็นจังหวัดเล็กๆ ที่ถูกจดจำได้แต่ตำนานเมืองชาละวัน แต่ในความเป็นจริงแล้วจังหวัดพิจิตรมีอะไรมากมายกว่านั้นมาก เช่น อำเภอบางมูลนากที่ฉันได้เติบโตมามีประวัติและเรื่องราวมาอย่างยาวนาน อย่างชื่อของอำเภอบางมูลนากก็ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพราะพระองค์ทรงเคยเสด็จฯ มาประทับแล้วทรงเห็นว่าชื่ออำเภอบางขี้นากนั้นดูไม่สุภาพ ท่านจึงเปลี่ยนจากขี้เป็นมูลแทน ซึ่งคำว่า ”บางขี้นาก” นั้นมากจากที่ริมแม่น้ำมีตัวนากเป็นจำนวนมากจึงทำให้มีมูลของมันเยอะด้วย

 บางมูลนาก” นั้นอาจจะเรียกได้ว่าเป็นอำเภอที่น้อยแต่มากก็ได้ในมุมมองของฉัน เพราะเป็นสถานที่ที่สงบให้คุณได้หลีกหนีความวุ่นวายต่างๆ แต่ก็มีอะไรมากมายซ่อนอยู่

เริ่มด้วยสถานที่ในอำเภอบางมูลนาก ที่ฉันมีความทรงจำมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่ว่าจะช่วงอายุเท่าไหร่ก็จะเห็นสิ่งนี้มาตลอด คือ วัดบางมูลนาก วัดห้วยเขน วัดสุขุมาราม วัดเทวประสาท ตลาดร้อยปีบางมูลนาก ศาลเจ้าพ่อแก้ว

วัดบางมูลนาก ซึ่งก่อตั้งตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีตอนปลาย ประมาณ พ.ศ. 2321 ในวันพระ สถานที่แห่งนี้เป็นวัดที่ฉันไปทำบุญกับครอบครัวตั้งแต่จำความได้ ได้พบปะกับผู้คนทั้งผู้เฒ่าผู้แก่และคนในวัยเดียวกับฉัน และยังมีพระพุทธรูป “พระพุทธชินวร” เป็นพระพุทธรูปสมัยอู่ทอง กรุงศรีอยุธยาให้ผู้คนที่ผ่านมาได้สักการะบูชาจนถึงปัจจุบันนี้

วัดห้วยเขนที่บางมูลนากก็มีของดีซ่อนอยู่คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เก่าแก่สวยงาม หรือจะไปชมพระนอนที่สวยงามที่วัดสุขุมาราม ไปเที่ยววัดเทวประสาท เที่ยวตลาดหาของกินอร่อยๆที่ตะพานหิน

ตลาดร้อยปีบางมูลนาก เป็นตลาดริมแม่น้ำน่าน ที่มีมานานมากกว่าร้อยปีและทุกวันนี้ก็ยังคงสภาพและวิถีชีวิตเดิมๆ ไว้อยู่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่จะได้สัมผัสความเป็นอยู่ของวิถีชีวิตคนชนบทจริงๆ ว่าเป็นอย่างไร มีทั้งส่วนตลาดที่ค่อนข้างวุ่นวายเพราะมีผู้คนมาซื้อของกันตลอดและยังมีส่วนบ้านคนที่เงียบสงบร่มรื่น ถ้าหากผู้คนที่ได้ไปท่องเที่ยว ณ สถานที่แห่งนี้จะสามารถสัมผัสความต่างที่ลงตัวนี้ได้

ศาลเจ้าพ่อแก้วและประเพณีแห่เจ้าพ่อแก้ว (งานงิ้ว) เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองของชุมชนคนไทยเชื้อสายจีนในบางมูลนาก ซึ่งเจ้าพ่อแก้วมีประวัติมายาวนานและเป็นที่เคารพอย่างมาก ดังนั้น จึงเป็นเทศกาลประจำปีที่ที่แสดงถึงความเป็นมาและวัฒนธรรมของคนในชุมชนอีกด้วย

ฉันโตมากับสถานที่แห่งนี้ก็จริง แต่ก็ไม่เคยได้สำรวจอย่างจริงจังเลยว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรที่น่าสนใจบ้าง จนกระทั่งฉันได้ขับรถไปสำรวจกับพี่ชาย ยิ่งในอำเภอเล็กๆ อย่างบางมูลนากแล้วแต่แค่ไม่กี่ปีมานี้ที่ฉันได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยใน กทม.ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้กลับไปสำรวจจึงได้เจอสถานที่ท่องเที่ยวเกิดใหม่อย่างมากมาย เช่น รีสอร์ท วิลล่า และคาเฟ่ต่างๆ

บ้านสวนคุณยายรีสอร์ท เป็นรีสอร์ทเน้นธรรมชาติที่มีพืชพันธุ์มากมาย ตัวรีสอร์ทเป็นบ้านไม้อบอุ่น และยังมีคาเฟ่บริการให้คุณได้ชิม เครื่องดื่มและขนมหวานต่าง ๆขอแอบกระซิบว่าน้ำและขนมรสชาติดีมากค่ะ

Rice Country Village วิลเลจที่นี่น่าสนใจมากเพราะเป็นวิลเลจที่เปิด workshop ให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิธีการสีข้าวด้วย มีอุปกรณ์ที่ใช้ในโรงสีข้าวมากมายจัดแสดงอยู่ เจ้าของวิลเลจนี้ยังเผยว่าได้แรงบันดาลใจจากโรงสีขาวของตนเองจึงได้คอนเซ็ปท์ไอเดียแบบ Industrial modern loft ซึ่งทำจากไม้เก่าที่เหลือจากโรงสี นอกจากนั้นข้างหลังห้องอาหารยังมีทัศนียภาพของนาข้าวให้นักท่องเที่ยวได้ชมและถ่ายรูปอีกด้วย

ในของเรื่องอาหารการกินมีของดังขึ้นชื่อหลายอย่าง แต่วันนี้ฉันจะแนะนำ “ส้มลิ้ม” ซึ่งก็คือ มะม่วงกวนที่มีรสชาติหวานเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดจับใจ

อย่างที่กล่าวไว้แล้วว่าอำเภอนี้เป็นแค่อำเภอเล็กๆ เท่านั้น ดังนั้นคุณสามารถไปท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆข้างต้นที่กล่าวมาได้หมดภายใน 1-2 วัน เพราะแต่ละที่นั้นไม่ได้อยู่ไกลกันมากนัก และถ้าหากคุณอยากจะสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวที่ธรรมดาไม่หวือหวาและมีความเป็นธรรมชาติของท้องถิ่นของตัวมันเองอยู่ ฉันจึงอยากเชิญชวนทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์ที่ดีในสถานที่แห่งนี้ดูและหวังว่าคุณจะประทับใจในบ้านเกิดของฉัน ณ อำเภอบางมูลนากแห่งนี้ค่ะ