Get Adobe Flash player

แชะ ชม ช้อป ชิม กิจกรรมเก๋ๆ ในกรุงเทพฯ โดย เอ สุริยะ

Font Size:

ในบางครั้ง การท่องเที่ยวในรูปแบบเดิมๆ ก็ไม่ใช่สิ่งเร้าใจที่จะกระตุ้นให้นักเดินทาง อยากออกไปท่องเที่ยว เพราะไหนจะรถติด ไหนจะฝนตกแดดออก บางทีอยู่กับบ้าน นอนฟังเพลง ดูใบไม้ใบหญ้าออกดอกออกผล ดูจะเป็นสุขมากกว่า แต่ถ้าทุกคนคิดอย่างนั้น ชีวิตคงจะขาดสีสันแน่นอน เพราะเดี๋ยวนี้ ในกรุงเทพฯ เอง มีกิจกรรมที่น่าสนใจให้เราได้แชะ ชม ช้อป ชิม ตั้งมากมาย บางกิจกรรม หลายคนคงยังไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้ แต่ผมมีโอกาสได้ไปสำรวจด้วยตัวเองมา เชื่อว่า ทุกคนต้องชอบและอยากไปเห็นด้วยตาเช่นกัน บางแห่งเป็นสิ่งที่มีอยู่นานแต่แอบซ่อนในบางมุมของกรุงเทพฯ บางแห่งเป็นกิจกรรมใหม่เอี่ยมที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ แต่ตอบโจทย์ของนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ไปดูกันครับ ว่ามีอะไรบ้าง

1. โต้คลื่นมันส์ๆ ด้วยเซิร์ฟบอร์ดใจกลางกรุงเทพฯ

ใครที่ชอบกีฬาแบบเอ๊กซ์ตรีม โลดโผน คงจะชื่นชอบ โฟลว์ เฮ้าส์ แบงคอก (Flow House Bangkok)  ซึ่งอยู่ที่ย่านเอสแควร์ ซอยสุขุมวิท 26 เป็นปาร์ตี้เฮาส์สไตล์บีชบาร์ เข้ามาแล้วได้บรรยากาศชายทะเล มีเก้าอี้ชายหาด เสียงน้ำไหลแรงๆ แทนเสียงเกลียวคลื่น กิจกรรมที่ถูกใจนักท่องเที่ยวคอแอดเวนเจอร์ทั้งหลาย คือการเล่นโฟลว์บอร์ดที่เป็นการเล่นผสมผสานระหว่างเซิร์ฟ สเก็ตบอร์ด และสโนว์บอร์ดเข้าด้วยกัน โดยจะเล่นบนเครื่องทำคลื่นจำลองโฟลว์ไรเดอร์ ที่จะปล่อยคลื่นเทียมความแรงหนักเบา ให้เราได้โต้คลื่นได้อย่างอิสระเสรี มีแห่งแรกและแห่งเดียวในกรุงเทพฯ สำหรับความแรงของคลื่นนั้นจะได้รับการปรับไว้ตามมาตรฐาน จึงเรียกได้ว่าโฟลว์บอร์ด เป็นไฮบริดสปอร์ต ที่ตัดความอันตรายของกีฬาเอ็กซ์ตรีม มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น แต่ยังได้กลิ่นอายความมันส์แบบเอ็กซ์ตรีมอยู่ สามารถเล่นได้ตั้งแต่นักเซิร์ฟรุ่นเยาว์เพิ่งหัดใหม่ไปจนถึงนักเซิร์ฟระดับโปรเลยทีเดียว สำหรับเด็กๆ ที่อยากจะลองดูมีครูฝึกคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ใครที่สนใจลองเข้าไปดูในเว็บไซต์นี้นะครับ Website: www.flowhousebangkok.com

2. เรียนโยคะผสมผสานท่ารำไทยที่ไทยฟิตสตูดิโอ ซอยสุขุมวิท 42

การรังสรรค์ท่ารำไทยมาใช้กับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เป็นแนวคิดดีๆ ของคนรุ่นใหม่ ที่ผนวกศิลปะการแสดงนาฏศิลป์กับการออกกำลังกายในจังหวะแปลกใหม่ ที่ไทยฟิตสตูดิโอ แบ่งห้องเรียนออกเป็น 3 รูปแบบกิจกรรมให้ผู้เรียนเลือกตามความชอบ ประกอบด้วย Thai Myth คลาสที่ท่ารำได้แรงบันดาลใจมาจากรำวงมาตรฐานหรือระบำโบราณคดี เช่น สุโขทัย ลพบุรี ศรีวิชัย ทวารวดี ที่มีท่ารำที่อ่อนช้อยสวยงาม Thai Folk คลาสที่ท่ารำสนุกๆ ประยุกต์มาจากนาฏศิลป์พื้นบ้านของภูมิภาคต่างๆ และ Thai Martial Arts คลาสที่ท่ารำมาจากศิลปะป้องกันตัว กระบี่กระบอง และการเล่นโขน มีความทะมัดทะแมง

ใครสนใจลองเข้าไปชมรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/thaifitstudio

3. พิพิธภัณฑ์สักทอง วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

พิพิธภัณฑ์สักทอง ตั้งอยู่ในบริเวณวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นบ้านไม้สักทองหลังใหญ่เดิมเป็นบ้านไม้สักทองจำนวน 11 หลังที่ตั้งอยู่ในจังหวัดแพร่ แต่มีการนำไม้เก่าทั้ง 11 หลังมารวมแล้วปลูกเป็นบ้านหลังเดี่ยว ทางเจ้าของบ้านได้ขอร้องให้ มูลนิธิศาสตราจารย์ ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน รับซื้อไว้ เพราะเชื่อว่าทางมูลนิธิฯ จะรักษาสภาพไม้ไว้เป็นอย่างดี จากนั้นได้ดำเนินการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์สักทองลักษณะเป็นเรือนทรงปั้นหยาประยุกต์สองชั้น  เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การอนุรักษ์ไม้สักทอง เป็นศูนย์เผยแพร่ความรู้ทางด้านพระพุทธศาสนา และให้ผู้ศรัทธาได้สักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และพระรูปปั้นไฟเบอร์กลาสของสมเด็จพระสังฆราช 19 พระองค์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พิพิธภัณฑ์สักทองเปิดให้เข้าชมเวลา 10.00-17.00 น. ค่าเข้าชม 30 บาทต่อคน และมีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้และแนะนำสถานที่ด้วย

4. ชมยักษ์วัดโพธิ์ตัวจริง ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

ปกติเวลาเราไปเที่ยววัดโพธิ์ ก็จะพบกับรูปปั้นจีนตัวใหญ่ๆ ที่ยืนเฝ้าประตูแล้วต่างพากันเข้าใจว่าเป็นยักษ์วัดโพธิ์ แต่จริงๆ แล้วรูปปั้นจีนนั้น เรียกว่า ลั่นถัน ส่วนยักษ์วัดโพธิ์ตัวจริง อยู่บริเวณซุ้มประตูที่พระมณฑปซึ่งเป็นที่เก็บพระไตรปิฎก ปัจจุบันยักษ์วัดโพธิ์เหลืออยู่ ๔ ตน มีเรื่องเล่าจากตำนานเรื่องท่าเตียน ที่ว่ายักษ์วัดโพธิ์ทะเลาะกับยักษ์วัดแจ้ง และเกิดการต่อสู้กัน จนทำให้พื้นที่บริเวณนั้นเตียนโล่งจนถูกเรียกว่าท่าเตียน ยักษ์ทั้งหมดก็ถูกเทวดาสาปให้เป็นหินเฝ้าประตูวัดอยู่ถึงปัจจุบัน ถ้าอยากชมยักษ์วัดโพธิ์ตัวจริง ก็หาดูได้ที่บริเวณซุ้มประตูทางเข้าพระมณฑป บริเวณหอไตรจตุรมุข จะอยู่ในตู้กระจกสีแดง มีหน้าที่ยืนรักษาหอพระไตรปิฎก ปัจจุบันเหลือซุ้มประตูเพียง 2 ซุ้มเท่านั้น มียักษ์วัดโพธิ์ยืนขนาบซุ้มละ 2 ตน ส่วนอีก 4 ตนที่เหลือถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ

5. ชิมไอศครีมซีอิ๊วดำที่เยาวราช

ใครจะนึกจะคิดว่าซีอิ๊วดำก็เอามาทำไอศครีมที่มีรสชาติดี๊ดีได้ ต้องไปลองครับ แค่มาที่ร้านเด็กสมบูรณ์ สาขาเยาวราช ก็จะได้ชิมซอฟท์ไอศครีมที่มีรสชาติคล้ายกับซอลท์คาราเมล ที่นี่เขาขายโดยการชั่งน้ำหนัก ขีดละ 20 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีซอสสูตรพิเศษ ที่สามารถบีบราดเพิ่มได้ตามใจชอบ มีทั้งซอสที่ทำจากซีอิ๊วดำ จากซีอิ๊วขาว หรือจากน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ย  และที่พิเศษคือจากซอสพริกศรีราชา อาจจะดูไม่เข้ากัน แต่เมื่อกินพร้อมไอศครีมแล้ว รสชาติดีอย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากไอศครีมรสซีอิ๊วดำแล้ว ยังมีสเลอปี้บ๊วยเจี่ย เอาใจคนชอบกินบ๊วยด้วยครับ รสชาติเค็มๆ เปรี้ยวๆ ชื่นใจดีครับ

6. ดื่มค็อกเทลรสชาติไทยไทยที่สีลม

เดินเล่นบนถนนสีลมแล้วโฉบเข้าไปในซอยคอนแวนต์ เลยโรงเรียนเซ็นต์โยฯ มานิดหนึ่งก็ถึงร้านอี๊ทมี (Eat Me) เป็นบาร์เล็กๆ ที่มีค็อกเทลที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร โดยทางร้านได้ประยุกต์อาหารไทยมาเป็นเครื่องดื่ม เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเผยแพร่ให้คนทั่วโลกได้รู้จักอาหารไทยมากขึ้น ซึ่งทางร้านได้คิดเมนูค็อกเทลอิงตามอาหารไทยแต่ละภาค ผมได้ไปลองแล้วหลายเมนู เช่น ค็อกเทลส้มตำปูปลาร้า ค็อกเทลลาบหมู ค็อกเทลเมี่ยงคำ ค็อกเทลแกงอ่อม ค็อกเทลผัดไทย  ค็อกเทลข้าวเหนียวมะม่วง แต่ละชนิดมีกลิ่นอายของรสชาติอาหารพื้นบ้านเหล่านั้นแบบไม่ผิดเพี้ยน การทำค็อกเทลรสอาหารไทยของร้านอี๊ทมี (Eat Me) นั้น ส่วนผสมหลักที่ใช้คือน้ำเชื่อมปรุงพิเศษตามกลิ่นของอาหาร และมีส่วนผสมที่สำคัญคือสมุนไพรและผักสดที่เป็นซิกเนเจอร์ตามแต่ละเมนู โดยทางร้านจะไม่มีการใส่ของคาวลงในเครื่องดื่ม แต่เพียงแค่นี้ก็ทำให้ได้ค็อกเทลที่มีรสชาติใกล้เคียงกับอาหารไทยมากที่สุดแล้ว

วันนี้พอหอมปากหอมคอแค่นี้ก่อนนะครับ เรายังแชะ ชม ช้อป ชิม กิจกรรมเก๋ๆ ที่ถือเป็นนิวเฉด เป็นที่เที่ยวใหม่ๆ ยังไม่หมดนะครับ เอาไว้ฉบับหน้า จะพาไปอีกหลายที่เลยครับ