Get Adobe Flash player

พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จังหวัดบึงกาฬ โดย เอ สุริยะ

Font Size:

ผมได้รับการติดต่อจากเพื่อนคนหนึ่ง เชิญไปชมพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จังหวัดบึงกาฬ ก็รู้สึกสงสัยว่า เพื่อนคนนี้จะให้ไปดูอะไร เมื่อคุยกันไปเรื่อยๆ ก็ถึงบางอ้อ เพราะเพื่อนผมคนนี้เป็นคนบึงกาฬโดยกำเนิด เขาชื่อคุณขาบ สุทธิพงษ์ สุริยะ คุ้นๆ ชื่อกันมั้ยครับ แต่ถ้าใครเคยติดตามข่าวคราวเกี่ยวกับฟู้ดสไตลิสท์ ที่ออกแบบอาหาร หรือทำหนังสือเกี่ยวกับศิลปะในการทำอาหารมากว่า 20 ปี แน่นอนว่าต้องรู้จักคุณขาบเป็นอย่างดี เพราะมีผลงานที่โดดเด่ดในเวทีระดับโลกมาแล้ว ได้แก่ ผลงาน Food Publication Design  ซึ่งถือเป็นคนไทยคนแรกและคนเดียว ที่เป็นเจ้าของผลงานเขียนหนังสือประเภทธุรกิจอาหารและตำรา โดยคว้ารางวัลจากเวทีระดับโลก Gourmand World Cookbook Awards มาแล้ว 10 ปีซ้อน ( ปี พ.ศ.2550-2559) ล่าสุดในปี 2560 ได้รับรางวัลชนะเลิศของโลกมา 2 รางวัล คือ หนังสือ ร้านครัวคุณแม่ ได้รางวัลดีเด่นประเภท  Best Corporate Cookbook และหนังสือ Teen Cooking ของ ร้านเจี๊ยบรสดีเด็ด  ได้รางวัลดีเด่นประเภท Best Family CookBook 

แล้วมาเกี่ยวพันกับพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จังหวัดบึงกาฬ ได้อย่างไร

ด้วยความที่พื้นเพเดิมของคุณขาบเป็นคนอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเดิมคือจังหวัดหนองคาย แต่ได้แยกตัวออกมาเป็นจังหวัดบึงกาฬเมื่อปี พ.ศ. 2554 คุณขาบได้มองการณ์ไกลว่า วิถีชีวิตของครอบครัวชาวอีสานในอดีต มีเรื่องราวที่น่าเรียนรู้มากมาย ประกอบกับมีความต้องการจะพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน จึงสร้างพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิตนี้ขึ้นมา เพื่อเชื่อมโยงศิลปะให้เข้ากับวิถีชุมชน โดยเปิดให้เข้าชมทุกวันโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวอีสานในอดีต ผ่านวิถีการใช้ชีวิตของชุมชนหมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ

ผมนับถือความคิดและรู้สึกประทับใจคุณขาบที่เมื่อเป็นคนมีชื่อเสียงโด่งดังแล้ว แต่ยังอยากกลับไปพัฒนาบ้านเกิดให้มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมา เป็นการจุดประกายความคิดให้ผมและเพื่อนๆ คนอื่นให้อยากทำตาม

จริงๆ แล้ว ผมยังไม่ได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิตของคุณขาบเลย ทั้งๆ ที่ใจอยากจะไปเต็มแก่ แต่ด้วยภาระหน้าที่ของงานประจำทำให้ยังไม่มีโอกาสเดินทางไปตามคำเชิญซักที ได้แต่แนะนำคนโน้นคนนี้ให้ไปชม ที่กล้าแนะนำทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง ก็เพราะมีความเชื่อใจและมั่นใจว่า ถ้าคุณขาบได้ลงมือทำอะไรแล้ว ย่อมต้องดีเสมอ และอีกไม่นาน ผมก็คงต้องจัดสรรเวลาไปเที่ยวบึงกาฬให้จงได้ ตอนนี้ก็ได้แต่ติดตามเรื่องราว ตามที่คุณขาบได้ส่งมาให้ดูทางเฟสบุ๊คบ้าง หรือตามข่าวต่างๆ ทางหนังสือ หรือแม็กกาซีน รวมถึงสื่อต่างๆ บ้าง

พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต

ที่เรียกว่าพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ก็เพราะคุณขาบได้นำเรือนไม้อีสานเก่าแก่ อายุกว่า 60 ปี ซึ่งเป็นเรือนที่ครอบครัวของคุณขาบได้เคยอยู่อาศัย และมีคุณตาสำอาง สุริยะ วัย 92 ปี ผู้เป็นเจ้าของ ได้อุทิศเรือนให้คุณขาบนำมาปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ให้ความรู้กับเด็กรุ่นใหม่ และนักท่องเที่ยวที่สนใจวิถีชีวิตของชุมชนชาวอีสานแต่เก่าก่อน ก่อนที่ภาพต่างๆ จะไม่เหลือให้ได้เห็นอีก และเรือนไม้หลังนี้ ปัจจุบัน คุณพ่อของคุณขาบก็ยังอาศัยอยู่ และยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยความภาคภูมิใจ และด้วยความที่คุณขาบเป็นผู้เชี่ยวชาญในศิลปะการออกแบบความคิดเกี่ยวกับอาหาร จึงได้นำศิลปะการออกแบบในยุคปัจจุบัน มาผสมผสานทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีความเป็นตัวของตัวเอง มีอัตลักษณ์เฉพาะของชุมชน ผ่านการจัดการอย่างมีระบบ โดยมีวิถีเกษตรชุมชนเป็นตัวเชื่อม ที่น่าสนใจของพิพิธภัณฑ์นี้ คือ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับการปรับปรุงโดยนำดีไซน์ที่อิงธรรมชาติเข้ามาใช้ แต่ละห้องประดับประดาด้วยภาพขาวดำของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อประชาชนชาวอีสานและชาวไทยทั้งปวง ภายในเรือนไม้ ตามมุมห้องจะมีการจัดแสดงและตกแต่งด้วยผ้าซิ่นไหมของบรรพบุรุษ ซึ่งคนอีสานสมัยก่อนมักจะนุ่งผ้าซิ่นไหม นุ่งโสร่ง สวมใส่เสื้อสีขาวเข้าวัด ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่พอเห็นปุ๊บก็รู้เลยว่าแต่งกายแบบอีสาน

ในส่วนของครัวอีสาน จะจัดแสดงครัวรูปแบบในสมัยก่อนที่ในปัจจุบันแทบจะไม่มีให้เห็นแล้ว ครัวที่นี่เรียกได้ว่ามีความสมบูรณ์เหมือนครัวที่ใช้จริงเมื่อ 60 ปีก่อนทุกประการ มีข้าวของในครัวที่เคยใช้งานจริงจัดแสดงให้ชม ส่วนมุมรับแขกที่อยู่ด้านหลังครัว ก็เป็นมุมน่ารักๆ มีฉากไม้ที่เคยใช้งานมาแล้ว ประกอบกับข้าวของเครื่องใช้ในโทนสีเขียวซึ่งของทั้งหมดก็เคยผ่านการใช้งานมาแล้ว และนำมาผสมผสานจัดแสดงได้อย่างลงตัว

ชุมชนแห่งความเกื้อกูล

ความคิดที่ดีอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ดูน่ารักและทำให้เยาวชนหรือศิลปินในท้องถิ่นได้ใช้เป็นเวทีความคิดในการออกแบบ ดีไซน์งานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น และวิถีชีวิตของชุมชน คุณขาบได้เปิดลานอเนกประสงค์ของบ้านให้เด็กๆ และศิลปินมาวาดภาพระบายสีตามแต่จินตนาการของแต่ละคน ที่จะรังสรรค์ผลงาน โดยนำผลงานเหล่านั้นมาประดับประดาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชม และยังเปิดเวทีให้ศิลปิน นักศึกษาที่ชอบออกแบบหรือดีไซน์มาแลกเปลี่ยนผลงานกัน เพื่อเป็นการต่อยอดความคิด และสร้างกิจกรรมให้ชุมชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้  ชุมชนในท้องถิ่นสามารถนำงานผ้าทอมือ หรืองานหัตถกรรมต่างๆ มาขายก่อให้เกิดการกระจายรายได้ในชุมชนอีกด้วย

เปิดตลาดชุมชนพอเพียง

ตลาดฝั่งตรงข้ามกับเรือนไม้ มองเห็นภาพวาดที่เป็นศิลปะบนกำแพงสังกะสี คล้ายๆ กับ Graffiti ที่ชาวแอลเอรู้จักกันดี เป็นจุดเด่นที่นำสายตาเราให้เดินเข้าไป ซึ่งภาพวาดเหล่านี้ ศิษย์เก่าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นผู้วาด ที่ตลาดนี้ ในทุกวันเสาร์จะมีการจำหน่ายอาหาร และพืชผลทางการเกษตรจากฝีมือชาวบ้าน นอกจากนี้ยังมีลานแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัย นำจักรยานเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วมาทาสีม่วง สีประจำจังหวัดบึงกาฬ  และสีเขียว สีประจำพิพิธภัณฑ์ ประดับธงแขวนที่ดัดแปลงจากผ้าขาวม้า ติดบนไม้ไผ่ประดับประดาอย่างงดงาม

ผู้อ่านที่กำลังวางแผนเดินทางกลับประเทศไทย และสนใจเข้าชม พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จังหวัดบึงกาฬ สามารถมาชมได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น. ไม่เสียค่าใช้จ่ายเลยครับ

ขอบคุณภาพจาก : Facebook Suthipong Suriya